แจกสูตร “ขนมครกสิงคโปร์”/”ขนมเขียว” ขนมในวัยเยาว์ของหลายคน



ขนมครกสิงคโปร์หรือขนมเขียว เป็น 1 ในขนมหาทานยากสำหรับใครหลายคน เพราะค่อนข้างมีจำกัด ขายอยู่ไม่กี่ที่ในแถบภาคกลาง บางคนหาทานได้ในวัยเยาว์ โตมาก็ไม่รู้จะไปเสาะหาที่ไหนอีกแล้ว

 

ลองทำเองดูก็ได้ ง่ายนิดเดียว!
ขนมเขียวแสนหอมหวาน ใครว่าจะต้องเป็นพิมพ์หยักๆ
ลองใช้พิมพ์รูปอื่นก็ได้ laughlaughlaugh

 

1421313574-80f3b2000f-o

ภาพประกอบจาก http://pantip.com/topic/33107904

0000D3DAE3EC78D25B4D58l

ภาพประกอบจาก http://th.openrice.com/th/recipe/ขนมครกสิงคโปร์/265

 

วัสดุอุปกรณ์

– กระทะที่เป็นหลุมๆ และมีฝาปิด (ถ้ากระทะไม่มีฝาใช้ฝาหม้ออื่นก็ได้ เอาที่ปิดได้สนิท มีรูระบายอากาศ และไม่สูงมาก ไม่งั้นขนมจะออกมาไม่สวย)

– เตาแก๊ส

– ไม้แคะ (ไม้จิ้มลูกชิ้น)

– เหยือก หรือ กาน้ำ (สำหรับหยอดขนม)

– ถาด

– ตะแกรง (ไว้พักขนม)

– ถ้วยตวงและช้อนตวง

– กะละมังสแตนเลส
 

ส่วนผสม


Camera360_2013_12_16_123849

ภาพประกอบจาก http://muenuii.blogspot.com/2013/12/blog-post.html

 

แป้งเค้ก (ตราพัดโบก) 1 ถ้วยตวงครึ่ง

แป้งมัน 3/4 ถ้วยตวง

ผงฟู 1 ช้อนชาครึ่ง

น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

เกลือ 1/2 ช้อนชา

กะทิ 1/2 ถ้วยตวง

น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1  ถ้วยตวงครึ่ง

ไข่ไก่ 6 ฟอง (ที่ต้องใช้เยอะก็เพื่อให้ขนมฟู นุ่ม น่ากิน)

กลิ่นใบเตย 1 ช้อนชา 

 

วิธีทำ

1. ร่อนแป้งเค้ก แป้งมัน และผงฟู ไว้ในกะละมังสแตนเลส เพื่อให้อากาศเข้าไปในแป้ง ทำให้แป้งมีความเบาขึ้น

 

2. นำใบเตยหอมมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั้นเป็นท่อนเล็กๆ นำไปปั่นให้ละเอียด นำมาคั้นกับน้ำ(ใบเตยหอม 1 กก.ต่อ น้ำ 3 ลิตร) และกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อเอากากออก

 

3. นำน้ำตาลทรายใส่ลงในแป้ง ตามด้วยเกลือนิดหน่อย ใช้มือเคล้า ๆ พอให้ทั่ว ใส่ไข่ไก่ตามลงไปในแป้ง ใช้มือนวดเบา ๆ พอให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิ ตามลงไปทีละน้อย เสร็จแล้วจึงใส่น้ำคั้นใบเตย และกลิ่นใบเตย ใช้ทัพพีคนไปเรื่อย ๆ จนนำตาลละลายและส่วนผสมเข้ากันดี ตั้งพักไว้ประมาณ 20 นาที

 

4. ระหว่างรอให้แป้งเซ็ตตัว ให้นำกระทะสำหรับทำขนมมาเตรียมไว้ ตั้งไฟให้ร้อนจัด ใช้แปรงหรือผ้าจุ่มน้ำมันพืชหรือเนย ทาให้ทั่ว (เพื่อช่วยให้ขนมร่อนและไม่ติดพิมพ์)

 

5. พอกระทะร้อนดีแล้วตักแป้งใส่กาน้ำที่ถนัดมือ แล้วทำการหยอดแป้งลงในพิมพ์แต่ละช่องให้เกือบเต็มหลุมหรือประมาณ 3/4 ของหลุม ปิดฝาจนขนมสุก ใช้ไฟอ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที (ถ้าใช้ไฟแรงขนมจะไหม้เสียหมด) ไม่ต้องกลับด้านเพราะขนมจะสุกทั่วได้เอง พอขนมสุกจะฟู 


1461647_462408257200962_962199337_n
ภาพประกอบจาก http://muenuii.blogspot.com/2013/12/blog-post.html

 

6. ใช้ไม้หรือเหล็กแซะแคะขนมออกจากหลุมมาแผ่ไว้บนตะแกรงที่เตรียมไว้ รอให้ขนมพออุ่น ๆ (การหยอดแป้งครั้งต่อไปไม่ต้องใช้น้ำมันหรือเนยเช็ดพิมพ์แล้ว) หยอดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดแป้งในเหยือก

 

แล้วเราก็จะได้ขนมเขียวหน้าตาน่าทาน ในที่สุด ถึงจะไม่มีหยัก ไม่เหมือนเป๊ะอย่างที่เคยกิน แต่ความอร่อยการันตีเลยว่าไม่แพ้กัน laugh

1005007_460807647361023_12792821_n

ภาพประกอบจาก http://muenuii.blogspot.com/2013/12/blog-post.html

 


ขอบคุณข้อมูลจาก kittiya intawong เว็บไซต์ http://muenuii.blogspot.com/2013/12/blog-post.html

เรียบเรียงโดย Thaijobsgov