“กลิ่นจุดซ่อนเร้น” ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความหนักใจให้แก่สาวๆเป็นอย่างมาก และยิ่งต้องมีกิจกรรมเข้าจังหวะกับคนรักด้วยแล้ว นี่คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความสุขถูกบั่นทอนลง
ปัญหาที่แก้ไม่ตกนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่าลำบากใจที่เอาไปปรึกษาใครได้ยาก อีกทั้งยังทำให้คุณดูเป็นคนสกปรก ทั้งที่ความเป็นจริง คุณก็ดูแลน้องสาวอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่บางทีสิ่งที่คุณคิดว่าดีอาจผิดไป วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการดูแลน้องสาวที่ถูกวิธี ที่จะช่วยดับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ให้น้อยลงได้ ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาเลยค่ะ
1. อย่าโกนขนอวัยวะเพศ
ธรรมชาติสร้างขนส่วนนี้มาเพราะมันมีความหมาย และมันมีประโยชน์มากต่อป้องกันไม่ให้กลิ่นจากภายในออกมาเหม็นคลุ้งภายนอก แม้ว่ามันจะดูรกรุงรังเหมือนป่าดงดิบ แต่คุณก็ไม่ควรโกน แว็กซ์ หรือถอน ขนบริเวณอวัยวะเพศให้เกลี้ยงเตียนหรอกนะคะ เพียงแค่ตกแต่งให้เป็นรูปเป็นทรงและไม่แพลมออกมาข้างนอกก็เพียงพอแล้ว
นอกจากนี้ ขนอวัยวะเพศจะช่วยป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ช่องคลอดได้ง่าย ช่วยควบคุมอุณหภูมิ และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้องสาวไม่เหม็นเกินไปด้วย
2. อย่าใส่ยีนส์คับติ้ว
ผลวิจัยทางการแพทย์ออกมาแล้วว่า “ผู้หญิงที่ใส่กางเกงยีนส์มีโอกาสติดเชื้อรามากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใส่ถึง 3 เท่า” โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ที่คับติ้วแล้วด้วย จะยิ่งก่อให้เกิดความอับชื้นมากขึ้น และนี่ก็คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นได้ง่ายนั่นเอง
ดังนั้น การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่แห้ง โปร่ง โล่ง สบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยระบายความชื้น และป้องกันการเกิดกลิ่นได้เป็นอย่างดี
3. ทำความสะอาดแบบเช็ดหลังมาหน้า
มีผู้หญิงจำนวนมากที่ยังทำความสะอาดน้องสาวแบบผิดวิธี และนี่คือต้นเหตุที่สำคัญที่สุดของการติดเชื้อ จนทำให้เกิดกลิ่นหรือโรคร้ายตามมา การเช็ดที่ผิดวิธี คือ การเช็ดทำความสะอาดจากหลังมาหน้า เพราะถือเป็นการลากเอาเชื้อโรคจากทวารหนักเข้ามาสู่ช่องคลอดได้ง่าย พอเชื้อเข้าไปอาศัยอยู่ในช่องคลอด และได้รับอาหารที่อุดมสมบูรณ์ เชื้อก็ยิ่งเจริญเติบโตมากขึ้น แถมยังก่อให้เกิดกลิ่นหมักหรือกลิ่นคาวปลาบูดที่แสนทรมานใจด้วย
วิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ทำสวนทางกับสิ่งที่เคยเป็นอยู่ โดยการเช็ดจากหน้าไปหลังแทน แค่นี้ก็ปลอดภัยมากขึ้นแล้ว
4. ไม่ใช้น้ำยาเฉพาะจุดซ่อนเร้น
ผู้หญิงบางคนกลัวว่า การด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่ อาจจะไม่สะอาดเพียงพอ จึงหันไปใช้ “สบู่ที่ล้างเฉพาะจุดซ่อนเร้น” แต่รู้หรือไม่ว่า สิ่งนี้จะไปฆ่าแบคทีเรียชนิดดีจนตายไปหมด และก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ง่ายมากขึ้นไปอีก ดังนั้น การล้างด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่เด็กล้าง จึงเวิร์คที่สุดแล้ว
5. อย่าสวนล้างช่องคลอด
สาวๆ บางคนคิดว่า การสวนล้างช่องคลอดจะทำให้สะอาดล้ำลึกทุกซอกหลืบ ซึ่งถือเป็นความคิดที่ผิดโดยสิ้นเชิง เพราะ การสวนล้างช่องคลอดจะทำให้ช่องคลอดมีภาวะเป็นด่างมากเกินไป จนทำให้จำนวนแบคทีเรียที่สร้างกลิ่นมีจำนวนสูงขึ้น ในขณะที่ แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสที่คอยป้องกันอันตรายแก่น้องสาวกลับมีจำนวนลดลง
ยิ่งถ้าเข้าห้องน้ำตามที่สาธารณะด้วยแล้วละก็ ไม่ควรใช้หัวฉีดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นเป็นอันขาด เพราะในหัวฉีดอาจเต็มไปด้วยเชื้อราที่แอบแฝงอยู่เป็นจำนวนมาก เพียงแค่ใช้กระดาษชำระเช็ดก็น่าจะเพียงพอแล้ว
6. กินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ
การทานยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการป่วยก็ดี เพื่อรักษาสิวก็ดี ล้วนแต่มีผลต่อการทำลายเชื้อแบคทีเรีย "แลคโตบาซิลลัส" ที่มีหน้าที่ฆ่าเชื้อราในช่องคลอดทั้งนั้น เมื่อเชื้อราเจริญเติบโตอยู่ภายในช่องคลอด คุณก็จะมีโอกาสเกิดตกขาว หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้นั่นเอง
[ads]
7. เลี่ยงแผ่นอนามัย
แม้การใส่แผ่นอนามัยจะช่วยให้คุณรู้สึกสะอาด แต่การใส่แผ่นอนามัยทุกวันไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะทำให้ช่องคลอดชื้น และมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ปล่อยให้ลมเข้าบ้างอะไรบ้างน่าเป็นการดีกว่า ส่วนในช่วงของการมีประจำเดือน
ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 2 ชั่วโมง เพราะความอับชื้นจะทำให้แบคทีเรียในผ้าอนามัยเจริญเติบโตได้ดี จนอาจจะเกิดการติดเชื้อในช่องคลอดได้
8. ตากชุดชั้นในในที่ร่ม
การตากชุดชั้นในในที่ร่มและแสงแดดส่องไม่ถึง จะทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะผ้าไนลอนจะยิ่งติดเชื้อราได้ง่ายมากขึ้นไปอีก ดังนั้น จึงควรเลือกกางเกงในที่ผลิตจากผ้าฝ้าย เพราะจะเกิดเชื้อราได้ยาก และระบายความอับชื้นได้ดีมากกว่า
9. งดของหมักดอง รสจัดจ้าน
สาวๆส่วนใหญ่มักจะโปรดปรานอาหารจำพวกของหมักดอง ปลาร้า ปูดอง ปลาเค็ม ซึ่งอาหารเหล่านี้มีผลทำให้น้องสาวของคุณเกิดกลิ่นเหม็นขึ้นได้ง่ายๆ ทั้งนี้เพราะในอาหารหมักดองและอาหารทะเลจะมีสารเคมีกระตุ้นการตกขาว และทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบระคายเคืองในร่างกาย
หากอยากให้น้องสาวมีกลิ่นดีขึ้น ลองเปลี่ยนมาดื่ม “นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต” ดูบ้างนะคะ อาการเหม็นก็จะบรรเทาลงได้
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก CelebOnline
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


