พุทธศาสนิกชนทุกคนรู้ดีว่า “การตักบาตร” เป็นสิ่งที่ชาวพุทธทุกคนควรทำ เพราะถือเป็นการให้กำลังแก่พระภิกษุสามเณร ให้พวกท่านได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ปฏิบัติธรรม และสั่งสอนประชาชน เพื่อบำรุงศาสนาสืบต่อไป แต่บางคนอาจไม่ทราบเลยว่า “การตักบาตรที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร? หรือทำอย่างไรถึงจะได้บุญแบบเต็มที่ 100%?” ถ้าใครยังสงสัยอยู่ บทความนี้จะบอกคุณเองค่ะ
การตักบาตรมีทั้งประโยชน์ต่อศาสนา ต่อคนรอบข้าง และประโยชน์ต่อตัวคุณเอง โดยหากเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับศาสนา ก็คือ การสืบต่ออายุพระศาสนา ช่วยรักษาพุทธประเพณี ส่วนประโยชน์ต่อตัวคุณเอง ก็เช่น การอุทิศส่วนบุญแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว การทำให้จิตใจแจ่มใส การเพิ่มความสุขหรือสิริมงคลแก่ตนเอง การลดความแก่ตัว รวมไปถึงการเพิ่มบุญให้แก่ตนเองในอนาคตด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรจะต้องเริ่มต้นตักบาตรให้ถูกวิธี จึงจะทำให้คุณได้อานิสงค์ผลบุญสูงๆ ดังวิธีต่อไปนี้
[ads]
การทำบุญตักบาตรอย่างสมบูรณ์
1. เตรียมใจให้พร้อม ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากที่สุด เพราะบุญที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ “ใจ” ของผู้ถวาย ท่านแนะนำให้รักษาเจตนาให้บริสุทธิ์ทั้ง 3 ขณะ ได้แก่
1.1 ก่อนถวาย ต้องตั้งใจเสียสละอย่างแท้จริง
1.2 ขณะถวาย ให้มีใจเลื่อมใสและถวายด้วยความเคารพ
1.3 หลังจากถวายแล้ว ต้องยินดีในทานของตัวเอง ทำจิตใจให้เบิกบาน
การทำใจให้ได้ทั้ง 3 ขณะดังกล่าวนี้ นับว่ายากมาก เพราะในความเป็นจริงแล้ว มักจะมีเหตุปัจจัยหลายๆอย่างมาทำให้จิตใจของเราเศร้าหมองหรือขาดสมาธิในขณะใดขณะหนึ่งได้
2. ผู้รับ(พระภิกษุสามเณร) ควรเป็นผู้สำรวมระวัง พระสงฆ์ควรมีข้อวัตรปฏิบัติที่ดีงามตามพระธรรมวินัย ใฝ่ศึกษาเล่าเรียน และเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติเพื่อบรรเทาราคะ โทสะ โมหะ
3. สิ่งของที่ถวายจะต้องได้มาด้วยวิธีที่สุจริต สิ่งของใดที่ได้มาจากการเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนถือเป็นสิ่งไม่เหมาะสม และที่สำคัญสิ่งของนั้นจะต้องเหมาะสมแก่พระภิกษุสามเณรด้วย
วิธีปฏิบัติในการตักบาตร
โดยปกติพระภิกษุสามเณรจะเดินเรียงลำดับตามความอาวุโสไปบิณฑบาตตามที่ต่างๆ แต่หากเป็นในกรุงเทพฯ หรือในบางจังหวัด พระภิกษุสามเณรมักไปตามลำพัง ทั้งนี้เพราะพระภิกษุสามเณรในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมาก จึงอาจจะไม่สะดวกที่จะเดินเรียงแถวกันไป
การตักบาตรเป็นสังฆทาน หรือ การถวายโดยไม่เจาะจง จึงไม่ควรจะตั้งจิตเพื่อทำบุญตักบาตรแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อพระภิกษุสามเณรรูปใดผ่านมาก็ควรตั้งใจตักบาตรแก่พระภิกษุสามเณรรูปนั้นและรูปอื่นๆเท่าเทียมกัน โดยปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. จัดเตรียมอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ปริมาณมากหรือน้อยแล้วแต่ความต้องการ
2. ก่อนตักบาตรควรตั้งจิตถวายด้วยศรัทธาและความเคารพ เพื่อลดกิเลสให้น้อยลงจนถึงหมดสิ้นไป
3. ขณะที่ตักบาตรควรอยู่ในอาการสำรวมและเคารพ
4. เมื่อตักบาตรเสร็จแล้ว ควรแสดงความเคารพด้วยการไหว้
5. หลังจากตักบาตร ควรอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษของตัวเอง หรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
ข้อควรระวังในการทำบุญตักบาตร
1.เมื่อพระสงฆ์เดินผ่าน และเราต้องการตักบาตร เราจำเป็นต้องนิมนต์ท่านก่อนทุกครั้ง
2.หากต้องการถวายปัจจัย ( เงิน ) ควรนำใส่ในย่ามของท่านเท่านั้น
3.ทุกครั้งที่จะทำการกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้ทำการตั้งนะโม 3 จบ ก่อนทุกครั้ง
4.ไม่ควรทำให้ทัพพีหรือภาชนะโดนบาตร
5. อย่าชวนพระสงฆ์สนทนาในขณะที่กำลังใส่บาตรอยู่
6. ควรถอดรองเท้าทุกครั้งก่อนตักบาตร
7. ไม่ควรตักบาตรด้วยสิ่งของที่ใหญ่เกินไป เช่น ขวดน้ำ ข้าวถุงใหญ่ เป็นต้น
8. ควรจัดอาหารที่หาได้สะดวก
9. ไม่ควรใส่อาหารกระป๋อง ของดิบ หรือของเหลือจากการรับประทานมาแล้ว
จะเห็นได้ว่าการใส่บาตรให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่และได้ผลบุญมากที่สุดนั้น…ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องระวังในรายละเอียดบางอย่างให้มากขึ้นเท่านั้นเอง ทั้งนี้เพราะวิถีชีวิตของเราทุกวันนี้เริ่มเหินห่างจากการไปวัดไปวามากขึ้นทุกวัน การพยายามเรียนรู้สิ่งที่ถูกที่ควรจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ชาวพุทธควรเรียนรู้ไว้
ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพราะจะทำให้เราได้รับอานิสงส์ผลบุญจากการตักบาตรอย่างเต็มที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสืบต่ออายุพุทธศาสนาให้ยืนยาว และเพิ่มคุณค่าของการใส่บาตรให้ยังคงมีอยู่ตลอดไป ที่สำคัญต้องไม่เป็นเพียงแค่พิธีกรรมที่สักแต่ว่าทำตามๆกันไปตามที่ผู้ใหญ่บอกไว้เท่านั้น แต่ต้องเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีประโยชน์ต่อทั้งตัวเองและศาสนาจริงๆ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก โดย…พระอัครเดช ญาณเตโช
รูปจาก dou.us
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]
