ถ้าเลือกได้ อย่าเลือกบริษัทที่ ” ทำงานวันเสาร์ ” เด็ดขาด!!



ในการทำงาน ถ้าใครโชคดีได้ทำงานตามเวลาราชการ จ-ศ ก็ถือว่าโชคดีมาก อย่างน้อยมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ตั้ง 2 วันต่อสัปดาห์ บางคนก็โชคร้ายหน่อยนึงที่ได้วันหยุดแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ จะเป็นทุกวันจันทร์ ทุกวันอาทิตย์ หรือวันใดของสัปดาห์ก็สุดแท้แต่ต้นสังกัดจะเป็นฝ่ายกำหนดเอง (ก็ยังดีกว่าไม่มีวันหยุดเลยน่ะ ถึงวันเวลาจะไม่ตรงเวลาราชการอย่างคนอื่นเขาก็ตาม)

 

Overwhelm

ภาพประกอบจาก www.wrightanglemarketing.com

 

เรื่องการทำงานเป็นเรื่องที่เลือกกันยากที่สุด แต่ถ้าเลือกได้ กระทู้ http://pantip.com/topic/32730020 ของสมาชิกหมายเลข 1781263  ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า อย่าเลือกบริษัทที่ "ทำงานวันเสาร์" เด็ดขาด !! 


——————————————

ถ้าเลือกได้ เป็นข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ จะดีมาก ดีกว่าเป็นพนักงานบริษัทมากมาย

 

ถ้าคุณทำงาน จ – ส. ทั้งชีวิตคุณจะจมอยู่กับการทำงาน เกิดมาทำงาน ไม่มีชีวิตที่เป็นชีวิต(คน)จริงๆ เกิดมาทำงานแล้วก็ "ตายไปฟรีๆ"

 

สำหรับๆคนที่หยุดวันเสาร์-อาทิตย์อยู่แล้ว อาจไม่ทราบว่าการทำงานเพิ่มอีกแค่ 1 วัน (หยุดวันอาทิตย์วันเดียว) มันจะอะไรหนักหนา คงบอกอะไรไม่ได้มาก เปรียบเหมือนคนไม่ได้ปวดฟัน จะรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดได้อย่างไร

 

ในแง่จำนวนวันทำงาน
… บริษัทที่ทำงานวันเสาร์รับประกันได้ว่า จะมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้คุณแค่ 13 วันต่อปี ในขณะที่ราชการหยุดแน่ๆ 17 วัน + รัฐบาลประกาศหยุดเพิ่มอีก 3 วัน (สำหรับปีนี้) เป็น 20 วัน นับรวมวันเสาร์อาทิตย์หยุดปีละ  116 วัน ในขณะที่คุณหยุดแค่ 61 วัน
 

คุณทำงานมากกว่าปีละ 1.8 เดือน หรือถ้าคิดตลอดชีวิตการทำงาน 30 ปี เท่ากับ เค้าจะหยุดมากกว่าคุณ 4 ปี 6 เดือน ครับ 4 ปี 6 เดือน

 

ในแง่เงินเดือน
… อย่าหวังว่าบริษัทเค้าจะให้เงินคุณเยอะ หลายๆบริษัท ป.ตรียังเริ่มแค่ 12,000 บาท โบนัสที่พูดๆกันหลายที่ได้แค่ 1 เดือน และยังมีอีกเยอะที่ไม่จ่าย


บริษัทที่ไม่หยุดวันเสาร์ อย่าคิดว่าเค้าจะให้เงินคุณเยอะ  ข้าราชการแซงหน้าไป(เยอะ)แล้ว ขนาดยังไม่ต้องเทียบชั่วโมงการทำงาน
สรุปว่าคุณจะได้แค่เงินกินไปเดือนชนเดือน อย่าหวังว่าจะมีเงินเก็บ

 

ในแง่สวัสดิการ
… ไม่ต้องพูดถึง แค่ประกันสังคมห่วยๆ (แย่กว่าบัตรทอง) ทำงานจนเกษียณเงินเก็บก็ไม่มี เงินบำนาญอะไรนั่นเดือนละ 4 พันกว่าบาท พอแค่จ่ายค่าน้ำค่าไฟ  ลูกเต้า พ่อแม่เบิกไม่ได้ ลองคิดดูถ้าโชคไม่ดีเป็นโรคร้าย พวกคุณจะมีเงินรักษาพวกเค้าหรือครับ ?

 

ในแง่อิสระการใช้ชีวิต
… คุณจะไม่มีชีวิต  ( ยกเว้นว่าคุณจะเรียก การตื่นเช้า-รูดบัตรทำงาน-กลับบ้านกินข้าว-นอน-ตื่นเช้ารูดบัตร ว่า…. "ชีวิต" ผมก็ยินดีด้วย )
… วันอาทิตย์ ที่คุณได้หยุด
คุณจะทำอะไรได้???  แค่ทำงานบ้าน เวลาก็หมดแล้ว 1 วัน อย่าหวังว่าจะได้ไปเที่ยวไกลๆ ยาวๆ

 

ในแง่บริษัท(เจ้าของ)
… คนที่ทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน คุณหวังว่าจะได้งานดีๆจากพวกเค้าจริงๆหรือครับ?  ถึงเค้าจะอยากทำงานดีๆให้คุณ แต่พวกเค้าล้า เหนื่อย ไม่พลังที่จะสร้างงานดีๆให้คุณได้หรอกครับ อย่าได้เอาชั่วโมงการมาเป็นตัววัดเลย
 

​——————————————

 

อย่างไรก็ดี นี่ก็เป็นแค่ข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจเท่านั้น เพื่อที่จะจะบอกหลาย ๆ คนที่ยังไม่ทันสังเกต หลงนึกว่าได้เงินเยอะ สิ้นเดือน สิ้นปีโบนัสเท่าโน้นเท่านี้ ….แต่ไม่ได้คิดถึงเวลาที่เป็นตัวเองเลย ว่าหมดไปเท่าไหร่ หลายคนทำยังกะจะอยู่ทำงานไปได้ตลอด ลืมคิดไปว่าสักวันเค้าก็จะให้เราออก พรุ่งนี้เราอาจทำงานไม่ได้


สิ่งที่กล่าวมาอาจจะไม่จริงเสมอไป เพราะในโลกของการทำงานมันมีเรื่องที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิดมาก

 

อาจจะยังมีหลายคน… ที่พึงพอใจในระบบการทำงานจันทร์ถึงเสาร์ เพราะมันทำให้กลายเป็นคนรับผิดชอบมากขึ้น เก่งขึ้น (ยิ่งเป็นเด็กจบใหม่ยิ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนาตัวเองเป็นอย่างมาก)

 

อาจจะยังมีหลายองค์กร… ที่ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเสมอไป ด้วยวัฒนธรรมองค์กร สวัสดิการ มันอาจเพียงพอที่จะซื้อใจพนักงานทุกคนก็เป็นไปได้

 

และถ้ามองในด้านของสวัสดิการไปอีก… บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องรอต้นสังกัดอนุมัติเสมอไป เราสามารถ "เลือกเองได้เลย" เช่น การรักษาพยาบาล หากไม่ต้องการจะใช้สิทธิบัตรทองกับ รพ. รัฐ อาจทำประกันสุขภาพไว้กับบริษัทประกันที่อื่นไว้เองแล้วยื่นเรื่องรักษา รพ.เอกชนก็ได้

 

ย้ำอีกทีว่านี่เป็นเพียงอีกแง่มุมหนึ่งของการทำงานที่ควรรู้ไว้ ไม่มีใครถูกหรือผิดกว่ากัน เป็นเพียงข้อมูลสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นกันเท่านั้น งานทุกงาน คนทุกคน ล้วนแต่มีเกียรติและศักดิ์ศรีในตัวเองเสมอ (อ่านความคิดเห็นอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://pantip.com/topic/32730020 )


ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกหมายเลข 1781263 เว็บไซต์ http://pantip.com/topic/32730020

เรียบเรียงโดย Thaijobsgov