สาวๆต้องรู้…อาหารที่ ‘ใช่’ และ ‘ ไม่’ ในช่วงวันนั้นของเดือน



ประจำเดือน เป็นเรื่องแปลกที่สามารถเปลี่ยนนิสัยผู้หญิงได้ เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปมีผลอย่างยิ่งต่ออารมณ์ความรู้สึก ความหงุดหงิด ความฉุนเฉียว หรือความสามารถในการดึงเอานางมารร้ายออกมาปรากฎต่อสายตาของคนที่ไม่เคยพบเห็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม  “อาหาร” กลับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณผู้หญิงปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติได้ อะไรบ้างที่ ‘ควรทาน’ และอะไรบ้างที่ ‘ต้องห้าม’ วันนี้เรามาเรียนรู้กันค่ะ

 

อาหารที่ต้อง Say No!

1. เนื้อสัตว์ติดมัน
การกินอาหารไขมันสูงในช่วงนี้ ไม่ได้ทำให้คุณอ้วนขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่กรดไขมันชนิดอิ่มตัวยังจะเข้าไปเพิ่มความอักเสบในร่างกาย ทำให้รู้สึกปวดท้องง่าย คัดหน้าอก ปวดหลัง หรือปวดขาที่มากขึ้นได้ด้วย

515.2

 

2. นม เนย ครีม ชีส ไอศครีม เบเกอรี่ ขนมอบต่างๆ
เช่นเดียวกับข้อแรก การรับประทานของหวานพวกนี้ก็สามารถเพิ่มคอเลสเตอรอลและไขมันทรานส์ในร่างกายคุณได้เช่นกัน  และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนแปรปรวน จนทำให้เกิดอาการ PMS หรืออาการปวดท้องประจำเดือนที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย

 

3. อาหารแปรรูปหรือขนมถุง
อาหารประเภทนี้มักจะมาพร้อมกับเกลือหรือโซเดียมที่มากเกินกว่าความต้องการของร่างกาย และกลายเป็นสาเหตุของอาการท้องอืด และระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกอึดอัด และหงุดหงิดอารมณ์เสียได้

 

4. คาเฟอีน ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
คาเฟอีนที่อยู่ในเครื่องดื่มเหล่านี้ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อาการปวดต่างๆทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งปัญหานอนไม่หลับ และปัญหาหน้าอกคัด ตึง เจ็บ ช่วงก่อนเป็นประจำเดือน ดังนั้น หากสามารถหลีกเลี่ยงคาเฟอีนได้ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า
 

5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 
เครื่องดื่มมึนเมาพวกนี้จะทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลง และเป็นตัวกระตุ้นให้เลือดเกิดการสูบฉีดที่แรงมากขึ้น  สิ่งนี้จะกระตุ้นระบบประสาทและฮอร์โมนให้มีการเปลี่ยนแปลงและทำงานหนักขึ้น ดังนั้น จึงเป็นการกระตุ้นอาการปวด อาการหงุดหงิด และทำให้ปรี๊ดแตกมากกว่าปกติ

[ads]
 

อาหารที่ต้องทานให้มาก !

1. ผลไม้หวานน้อยและมีไฟเบอร์สูง
ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอปเปิ้ล สาลี แก้วมังกร กีวี่ เป็นต้น ทั้งนี้เพราะน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะและยาวนาน จะช่วยให้คุณอารมณ์ดีได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้น ไฟเบอร์ก็ยังจะช่วยให้ร่างกายขจัดฮอร์โมนเอสโตรเจนส่วนเกินออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงประจำเดือนได้ดีขึ้นด้วย

515.4

2. ผักใบเขียว
การเสียเลือดในช่วงการมีประจำเดือน ทำให้คุณจำเป็นต้องได้รับ ‘ธาตุเหล็ก’ เข้าไปให้เหมาะสม ดังนั้น การรับประทานผักสีเขียวเข้ม อย่างผักคะน้า ผักกวางตุ้ง รวมถึงไข่ จึงเป็นอาหารสำคัญที่จะช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในร่างกายได้ ซึ่งธาตุเหล็กจะช่วยลดอาการวูบวาบในช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงตอนเป็นประจำเดือนได้
 

3. ถั่วเหลือง โปรตีนเกษตร อาหารมังสวิรัติ
อาหารมังสวิรัติ สามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือน และอาการ PMS ได้ดีขึ้นกว่าเดิม 50% เพราะอาหารพวกนี้จะเข้าไปช่วยเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ไฟเบอร์ และเป็นการลดการกินไขมันอิ่มตัวชนิดต่างๆอีกด้วย แต่ถ้ายังเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ไม่ได้ ลองหันไปทานเป็นเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา และ อกไก่ แทนบ้างก็ได้

515.1


4. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
ใครที่ชอบทานโยเกิร์ตเข้าทางเลยค่ะ เพราะช่วงเวลาการมีประจำเดือนนี้ ร่างกายจะต้องการแคลเซียมค่อนข้างมาก ซึ่งแคลเซียมที่ได้จากโยเกิร์ตก็จะสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ยังมีแลคโตบาซีลัสที่ช่วยส่งเสริมการขับถ่าย และลดปัญหาเชื้อราในช่องคลอดในช่วงการเป็นประจำเดือนได้ดีอีกด้วย

 

5. น้ำเปล่า
การดื่มน้ำมากๆในช่วงเวลาการมีประจำเดือน จะช่วยให้เลือดไหลเวียนในร่างกายได้สะดวก ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และช่วยลดอาการปวดและ PMS ได้ ยิ่งถ้าได้ดื่มน้ำอุ่นๆด้วยแล้ว ก็จะยิ่งดีมากขึ้นไปใหญ่ เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้มากกว่าเดิม


ทราบกันไปแล้วว่าอาหารใดบ้างที่ “ใช่” และ “ไม่”  ก็หวังว่าสาวๆทุกคนจะเอาไปทำตามกันให้ถูกให้ควรนะคะ เพราะประโยชน์ทั้งหมดก็อยู่ที่ตัวคุณเป็นหลักนี่ละ ไม่ใช่คนอื่นเลย….แนะนำว่าช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเป็นประจำเดือนจนถึงช่วงเป็นประจำเดือนก็ให้รับประทานอาหารตามนี้ได้เลยจ้า ทั้งคุณและคนรอบข้างจะได้มีความสุขทั่วๆกันไปนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก sofyclub.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]