ไม่ใช่เพียงเท่าเด็กเล็กเท่านั้นที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีน และการฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวในสมัยที่เรายังเป็นเด็กก็ไม่เพียงพอที่จะป้องกันโรคไปตลอดชีวิต ผู้ใหญ่โตๆอย่างเราจึงจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคด้วยเช่นกัน หากคุณยังไม่อยากต้องมาป่วยเป็นโรคทีหลัง มาดูกันดีกว่าว่ามีวัคซีนอะไรบ้างที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆจำเป็นต้องได้รับเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในชีวิต เราจะได้ไปตามหามาฉีดให้ครบถ้วน
“วัคซีน” เป็นเหมือนเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยป้องกันอันตรายและเสริมความปลอดภัยให้แก่ร่างกายได้ วัคซีนบางตัวไม่ต้องรอให้เกิดโรคหรือตกอยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัยเสียก่อนจึงจะฉีดได้ แต่คุณสามารถได้รับการฉีดได้เลยทันที เพราะการฉีดวัคซีนล่วงหน้าจะมีผลต่อการป้องกันโรคได้ดีมากกว่าด้วยซ้ำ
เสริมภูมิกันตอนโตด้วยวัคซีนต่อไปนี้
1) บาดทะยัก
วัคซีนบาดทะยักมีวันหมดอายุ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าการฉีดเพียงครั้งเดียวจะสามารถป้องกันโรคนี้ไปได้ตลอดชีวิต แต่จำเป็นต้องมีการฉีดซ้ำๆไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนไหนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นแผล หรือมีเหตุให้เกิดแมลงสัตว์กัดต่อยบ่อยๆ ยิ่งต้องได้รับการฉีดวัคซีนชนิดนี้เอาไว้ก่อนเลย สำหรับท่านที่เคยแพ้อาจขอทางเลือกเป็นวัคซีนแบบ “แพ้น้อย” ก็ได้ เพราะวัคซีนที่ว่านี้สามารถแบ่งออกเป็นได้เป็นหลายแบบ
2) เชื้อเอชพีวี หรือ มะเร็งปากมดลูก
วัคซีนตัวนี้ก็เป็นวัคซีนที่ควรฉีดตอนที่กำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เพราะในความเป็นจริงแล้ว วัคซีนป้องกันเชื้อมะเร็งปากมดลูกควรฉีดเข็มแรกตั้งแต่ก่อนเข้าวัยเจริญพันธุ์ และยิ่งคุณผู้หญิงได้รับการฉีดวัคซีนตัวนี้เร็วมากเท่าไร ก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ช่วง ‘ก่อนวัยรุ่น’ จึงถือเป็นวัยที่เหมาะสมที่สุดในการได้รับวัคซีนตัวนี้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณผู้หญิงมักจะไปฉีดกันเอาตอนที่โตหรือมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว ซึ่งนั่นถือว่าคุณเลยจุดเสี่ยงของการได้รับเชื้อเอชพีวีไปเรียบร้อยแล้ว
3) ไข้หวัดใหญ่
ถือเป็นวัคซีนที่ช่วยชีวิตมนุษย์เรามานักต่อนักแล้ว เพราะแม้ว่าไข้หวัดใหญ่จะไม่ได้เป็นเชื้อไวรัสที่รุนแรงเท่ากับโรคอื่นๆ แต่ก็มีผลกับบุคคลพิเศษหลายๆกลุ่ม เช่น เด็กเล็ก, คุณแม่ตั้งครรภ์, คนเป็นโรคเบาหวาน และคนเฒ่าคนแก่ทั้งหลาย เนื่องจากบุคคลเหล่านี้มีสิทธิในการติดเชื้อไวรัสได้ง่ายมากกว่าบุคคลทั่วไป เพราะพวกเขามักจะมีภูมิคุ้มกันที่เปราะบางมากกว่าคนอื่น และถ้าไม่ได้รับการป้องกันที่ถูกต้อง การติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ก็อาจทำร้ายคุณอย่างหนัก จนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อกันไปเลยก็ได้
[ads]
4) คอตีบ
แม้ว่าวัคซีนตัวนี้ เราทุกคนจะเคยผ่านการฉีดมาแล้วตั้งแต่แรกเกิด แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ภูมิที่เคยมีอยู่ในร่างกายของเราก็อาจจะเริ่มเจือจางลง ซึ่งมีผลให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ว่านี้ได้ง่ายขึ้นหากคุณเผลอไปสัมผัสมันเข้า การฉีดวัคซีนอีกครั้งตอนเป็นผู้ใหญ่จึงเปรียบเสมือนการปลุกภูมิของเราให้ตื่นขึ้นมาคุ้มกันร่างกายอีกครั้งนั่นเอง นอกจากนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำให้ผู้ใหญ่ในวัย 20-50 ปีควรต้องมีความระมัดระวังกับโรคนี้ให้มากๆ เพราะผู้ใหญ่ก็มีสิทธิป่วยได้เช่นกัน
5) ไวรัสตับอักเสบบี
วัคซีนตัวนี้ถือเป็นวัคซีนที่ก่อนได้รับการฉีด ควรจะต้องผ่านการตรวจเลือดให้ดีก่อน เพราะหลายท่านเมื่อเจาะเลือดไปแล้ว พบว่ายังคง “มีภูมิ” อยู่ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีกให้เจ็บตัวอีก ในทางตรงกันข้าม เมื่อตรวจเลือดแล้วพบว่า ภูมิคุ้มกันร่างกายเริ่มต่ำและอาจไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองร่างกายได้ ก็ควรจะได้รับการฉีดกระตุ้นอีกสักหนึ่งเข็ม เพียงเท่านี้ คุณก็จะปลอดภัยจากไวรัสที่ทำให้เกิดโรค ‘มะเร็งตับ’ ได้แล้ว
6) พิษสุนัขบ้า
วัคซีนพิษสุนัขบ้าเป็นวัคซีนที่มีคนเข้าใจผิดกันเยอะมาก โดยคนมักจะเชื่อกันว่า “ถ้าถูกสุนัขหรือแมวที่เคยฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้ามากัด เราไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันก็ได้” ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องจริงเลย เพราะถ้าเราถูกกัดแบบมีเลือดออกหรือมีน้ำลายสัตว์กระเด็นเข้าตาเข้าปาก ก็จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
สุดท้ายมีอีกหนึ่งเรื่องที่ควรทราบ…การฉีดวัคซีนมีข้อควรระวังอยู่ประการหนึ่ง ก็คือ “การแพ้” ที่อาจเกิดขึ้นจากตัววัคซีนเอง หรือส่วนประกอบในวัคซีนก็ได้ โดยหลักของการฉีดวัคซีนข้อสำคัญคือ “วัคซีนไม่ได้ป้องกันได้ 100%” และ “ไม่ใช่ยิ่งฉีดมากยิ่งดี” เพียงแต่ต้องฉีดตาม “ข้อบ่งชี้” ที่เหมาะสม
เพราะฉะนั้น การฉีดวัคซีนพื้นฐานในเด็กเล็กจึงถือเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนการฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่ก็ควรทำให้ได้ “อย่าให้ขาด” หรือฉีดไปตามความเหมาะสม หากคุณสามารถควบคุมการฉีดวัคซีนได้อย่างถูกต้อง เชื้อโรคร้ายก็คงเข้ามาทำร้ายคุณยากหน่อยแล้วละ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก manager.co.th
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]

