คุณแปรงฟันถูกวิธีกันหรือเปล่า? คำถามนี้อาจจะตอบยาก เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าถูกวิธีต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบจาก “เพจ หมอชิด” โดยสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพจดีๆที่นำเสนอเกร็ดความรู้ทางการแพทย์เล็กๆที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาฝากกัน บางอย่างคุณอาจจะเคยเข้าใจผิดไป แต่นับตั้งแต่นี้ไปน่าจะช่วยให้คุณสามารถได้รับประโยชน์จากยาสีฟันได้มากขึ้น พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ
เพจหมอชิด แนะนำการแปรงฟันที่ถูกต้องว่าควรเป็น “การแปรงฟันแบบแห้ง” ซึ่งคุณหมอได้อธิบายความหมายของการแปรงฟันในรูปแบบนี้ว่า เป็นการแปรงฟันแบบแห้งทั้งในช่วงก่อนแปรงฟันและหลังแปรงฟัน ดังต่อไปนี้
[ads]
1. เลิกเอาแปรงสีฟันที่บียยาสีฟันเเล้ว จุ่มน้ำหรือผ่านน้ำก่อนเเปรงฟัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนการบีบยาสีฟัน อาจล้างทำความสะอาดแปรงสีฟันด้วยน้ำเปล่าก่อนได้ แต่ให้เคาะน้ำออกให้แป้งสีฟันหมาดหรือพอแห้ง ก่อนที่จะบีบยาสีฟันลงไป จากนั้น จึงใช้แปรงสีฟันทำความสะอาดตามซอกฟันได้ตามปกติ
2. เลิกบ้วนน้ำหลังเเปรงฟัน
เพียงแค่ถุยเอาฟองยาสีฟันออกให้หมด หรือบ้วนน้ำเพียง 1 ครั้ง หลังการแปรงฟันก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ ยาสีฟันที่เหลือติดค้างอยู่ในปากเพียงเล็กน้อย ร่างกายสามารถกลืนลงไปได้โดยไม่เป็นอันตรายใดๆต่อระบบอวัยวะต่างๆในร่างกาย
3. อย่าเพิ่งกิน / ดื่มอะไร (รวมถึงน้ำเปล่า) อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงหลังเเปรงฟัน
เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ฟลูออไรด์ที่อยู่ในยาสีฟันจะได้เคลือบอยู่ที่ผิวฟันได้อย่างยาวนานมากขึ้น และจะได้มีผลต่อการป้องกันฟันผุได้อย่างเต็มที่
ทั้งสามวิธีที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นับเป็นพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่มักทำผิดกันเรื่อยมา ซึ่งต่างคนต่างเข้าใจว่าควรจะบ้วนปากให้สะอาดทั้งก่อนและหลังการแปรงฟัน แต่คุณหมอได้ออกมาบอกแล้วว่า หากการแปรงฟันเป็นแบบแห้งหรือมีน้ำมาเกี่ยวข้องน้อยที่สุด จะช่วยให้ปากของเรามีโอกาสเก็บฟลูออไรด์ แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยป้องกันฟันผุได้มากกว่า
ดังนั้น ใครที่ยังไม่อยากฟันผุหมดปากไปเสียก่อน ลองนำ 3 วิธีนี้ไปเปลี่ยนพฤติกรรมการแปรงฟันของตัวเองกันดูนะคะ น่าจะช่วยให้คุณมีฟันที่แข็งแรง และมีลมหายใจที่หอมสดชื่นได้มากกว่าเดิมแน่ๆ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก รศ.ทญ.ดร.สุดาดวง กฤษฎาพงษ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / เพจ หมอชิด
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]

