ปัญหาหนูเข้ามารังควาญในที่พักอาศัย ถือว่าเป็นปัญหายอดฮิตที่หลายบ้าน หลายห้องพักต้องเจอเป็นแน่นอน แต่ก็ยังมีบางคนที่กลัวว่าจะเป็นการบาป เพราะเห็นแต่เพียงกาวดักหนูและยาเบื่อที่จะเป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเข้าไปอีก Thaijobsgov จึงขอนำเสนอไอเดียกำจัดหนูโดย banidea ในแบบที่ไม่ต้องฆ่า แต่ได้ผลที่ดีจริง !!
ภาพประกอบจาก www.xn--l3cabki0dq2hg8p.com
มีจำหน่ายทั่วไป โดยเฉพาะตลาด มีขายเยอะเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่า วิธีดั้งเดิม ที่ใครหลายคนอาจลืมไปแล้วก็ได้ ยังคงได้คุณภาพอย่างดี วิธีการก็เพียงแค่ วางไว้ในตำแหน่งต่างๆ ตามซอก ตามมุม โดยเฉพาะจุดที่หนูวิ่งผ่าน กลิ่นของลูกเหม็น ทำให้หนูไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก ไม่น่านพวกเขาก็จำยอม หนีหายกันไปเอง
2. ไม้ไล่หนู
ภาพประกอบจาก www.lunarcot.org
อีกหนึ่งวิธี ที่ใช้หลักการของกลิ่นเช่นเดียวกับลูกเหม็น ตามข้อมูลบอกไว้ว่าเป็นไม้ยี่โถ ซึ่งกลิ่นของไม้ดังกล่าว หนูไม่ปลื้มใจนัก แต่หลายๆ ท่านก็บอกมาว่า ไม้ไล่หนู เมื่อเทียบกับราคาและคุณภาพแล้ว มันไม่ค่อยจะคุ้มกันเพราะต้องใช้ในปริมาณที่เยอะ ถึงจะได้ผล วิธีการใช้งานก็เช่นเดียวกับลูกเหม็นครับ วางไว้ตามจุดต่างๆ
ทริป : ไม้ไล่หนูแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ปกติแล้ว หนูจะกลัวแมว หากบ้านไหนไม่ชอบเลี้ยงแมว แต่พอจะมีเพื่อนบ้านที่เลี้ยงแมว ให้นำฉี่แมว มาทาไม้ หรือ นำไม้ไปคลุกกับทรายที่แมวฉี่ใส่ เมื่อนำไปวางไว้ หนูจะคิดว่าเป็นกลิ่นของแมว ก็จะไม่กล้าเข้ามา
3. สมุนไพรไล่หนู
ภาพประกอบจาก healthlandbiz.wordpress.com
หรือที่หลายๆ ท่านรู้จักกันในชื่อ ลีโอแรท ซึ่งเป็นสารสกัดจากสมุนไพรต่างๆ ไล่หนูได้จริง มีให้เลือกทั้งแบบแผ่น วางเป็นจุดๆ และแบบสเปรย์ ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดในการใช้งานนะครับ
4. เลี้ยงแมว
ภาพประกอบจาก inhabitat.com
ขอยกเป็นวิธีต่อเนื่องเลยแล้วกันครับ เป็นอีกวิธีที่ยังคงได้ผลดี หลายท่านการันตีว่า ดีที่สุด เพราะเป็นวิธีตามธรรมชาติ แต่ขอเป็นแมวที่ใจกล้าหน่อยนะครับ โดยเฉพาะแมวบ้าน จะจับหนูได้เก่งกว่าแมวพันธ์อื่นๆ หามาเลี้ยงได้ง่ายด้วยครับ แต่ไม่ขอแนะนำวิธีนี้ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ เพราะขนของแมว สร้างภาระให้พอสมควรครับ และแมวบางตัวก็นิสัยไม่ดี หากไม่ฝึกให้ดี อาจสร้างความรำคาญได้ไม่น้อยเช่นกัน
5. กรงดักหนู
ภาพประกอบจาก market.onlineoops.com
วิธีนี้ได้ผลในระยะสั้น เหมาะสำหรับการกำจัดพร้อมทั้งป้องกันไปในตัว หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปเช่นกันครับ หลักการก็คือ นำอาหารมาล่อ เพื่อให้หนูเข้ามากิน จากนั้นกรงดักหนูก็จะปิดอัตโนมัติ แต่ที่สำคัญ ควรหาที่ทิ้งหนูให้ได้ ทิ้งในป่าไกลจากบ้าน ทั้งนี้วิธีดังกล่าว แม้จะไม่ได้ฆ่ามัน แต่ก็เป็นการพรากหนูจากครอบครัว จึงไม่ขอแนะนำเท่าไหร่นัก เพราะหัวข้อนี้ ขอเป็นแบบไม่บาปนะครับ อีกทั้ง หนูส่วนใหญ่จะฉลาดมาก สามารถดักได้ในครั้งแรกๆ เท่านั้น ครั้งหลังๆ หนูจะเริ่มรู้จักกับเครื่องดักหนู ก็จะไม่เข้าไปแล้วครับ
6. เครื่องไล่หนู
ภาพประกอบจาก pantip.com
เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า แบบเสียบปลั๊กเช่นเดียวกับเครื่องไล่ยุง โดยใช้หลักการของคลื่นความถี่ หลายคอมเม้นยืนยันว่า หนูลดลง แต่ไม่ถึงกับหายไปทั้งหมด
7. คุยกับหนู
ภาพประกอบจาก en.wikipedia.org
วิธีนี้อาจดูว่าเหลวไหล แต่หลายๆ บ้านทดสอบแล้ว ใช้ได้จริง อย่างที่บอกไปข้างต้น หนูเป็นสัตว์ที่ฉลาดครับ หลายบ้านจึงลองทดสอบคุยกับหนู โดยวิธีการพูด หรือ เขียน โดยบอกกล่าวให้หนูย้ายไปอยู่ที่อื่นบอกเค้าดีๆ ด้วยจิตใจที่มีเมตตา เค้าก็จะไปเองครับ วิธีนี้ สำหรับแอดมินเอง ได้ยินมานานมากแล้วเหมือนกันครับ ใครยังไม่รู้จะใช้วิธีไหน ลองนำวิธีนี้มาใช้ก่อนเลยครับ
8. ดูแลบ้าน
ภาพประกอบจาก www.popsugar.com
ข้อนี้ อาจเรียกได้ว่า เป็นวิธีที่กำจัดตั้งแต่ต้นตอของปัญหา คือการป้องกันไม่ให้หนูมาอาศัยอยู่ภายในบ้าน ด้วยวิธีการดูแลบ้านให้ถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ ไม่มีเศษอาหารสะสม ไม่ตั้งของรกรุงรัง หนูเป็นสัตว์ประเภทที่ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ หากกำจัดมุมรกๆ มุมอับ หนูก็ไม่ค่อยจะมีเส้นทางเดิน ไม่มีที่อยู่อาศัย และหากกำจัดจำพวกเศษอาหาร หนูก็ย่อมไม่มีอาหาร ไม่สามารถอาศัยในบ้านของเราได้ ลิ้นชัก ตู้ ที่เก็บของใดไม่ค่อยได้เข้าใช้ หมั่นเข้าไปทำความสะอาดอยู่เสมออย่ารอให้หนูมายึดพื้นที่ สรุปโดยรวมแล้ว อาจกล่าวได้ว่า หากเราดูแลบ้านอยู่เสมอ หนูก็ยากที่จะเข้ามารบกวนครับ เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไปใช่ไหม
สรุปกันสักนิดนะครับ โดยหลักๆ แล้ว วิธีไล่หนู แนวทางแรกใช้หลักการของกลิ่น ทั้งพืชสมุนไพร ลูกเหม็น กลิ่นแมว สารไล่หนู อันที่จริงยังมีอีกหลายกลิ่นครับ อาทิเช่น น้ำมันก๊าซ แต่กลิ่นบางอย่าง อย่าว่าแต่หนูเลยคนก็ยังทนอยู่ไม่ค่อยได้โดยเฉพาะน้ำมันก๊าช
แนวทางที่ 2 เน้นความเป็นธรรมชาติจัดการด้วยวงจรชีวิตของสัตว์ โดยให้สัตว์กำจัดกันเอง แมวไล่หนู บางบ้านอาจใช้วิธีนำคราบงู หรืองูยาง มาตั้งไว้ หนูเห็น หนูก็จะกลัว เพราะงูบางชนิดเป็นสัตว์กินหนูด้วยครับ ตามธรรมชาติแล้ว หนูจึงกลัวงู
แนวทางที่ 3 เป็นหลักจิตวิทยา ต่อลองเจรจาต่อกัน แม้จะเป็นเรื่องราวที่พิสูจน์ไม่ได้อย่างชัดเจน แต่หลายๆบ้าน ลองใช้หลักเมตตาจิต ก็สามารถบรรเทาปัญหาไปได้ดี แนวทางที่ 4 คิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเป็นการกำจัดต้นตอของปัญหา เรียกได้ว่าเป็นวิธีป้องกัน ไม่ได้เป็นวิธีไล่ ถนัดวิธีไหน ก็ลองเลือกใช้กันตามสะดวกนะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก banidea เว็บไซต์ http://www.banidea.com/displaced-rat/
เรียบเรียงโดย Thaijobsgov







