นอกจากเรื่องการเมืองในประเทศของเราเองแล้วนั้น การเมืองในที่ทำงานก็เป็นเรื่องที่สำคัญและอาจจะดุเดือดไม่แพ้กัน แถมยังหลีกเลี่ยงได้ยากกว่าซะอีก ถึงคุณจะไม่อยากเข้าไปเล่นกับคนอื่นด้วย แต่ไม่ช้าก็เร็วคุณก็อาจที่จะโดนดึงเข้าไปร่วมอยู่ดี วันนี้ เราเลยมีเคล็ดลับ 6 ข้อที่จะทำให้คุณชนะเกมนี้ได้แบบใสๆ ในทุกสถานการณ์
1. สังเกตสถานการณ์โดยรวม
ระยะนี้เป็นระยะเริ่มต้น เวลาคุณไปร่วมงานกับทีมงานใหม่ ค่อยๆเก็บข้อมูลแบบค่อยเป็นค่อยไป ลองสังเกตคนรอบตัวคุณ ใครที่มีผลต่อหน้าที่การงานโดยรวมของคุณ เค้าทานข้าวกับใคร? ใครคือคนที่เค้าสนิทด้วย? ใครเป็นคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของคนในทีมเร็วที่สุด ใครรู้ช้าที่สุด ก่อนที่คุณจะต้องเข้าสนามรบจริง รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้งครับ
[ads]
2. สร้างพันธมิตร
การสร้างความสัมพันธ์กับคนหลากหลาย โดยยังไม่ต้องคำนึงถึงว่าคนๆนั้นจะอยู่กับฝ่ายใด เป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เริ่มแรกครับ วิธีนี้จะทำให้คุณมีข้อมูลจากหลายๆฝ่าย และการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจจะทำให้คุณได้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำมาใช้ประเมินสถานการณ์ได้ดีอีกด้วย
3. ตั้งเป้าหมาย
อย่าลืมว่าการที่คุณจะกระโดดเข้าไปในสนามการเมืองนั้น เพื่อตอบโจทย์ 2 เรื่องเท่านั้นคือ ความมั่นคงกับความสำเร็จในหน้าที่การงาน การที่คุณถลำตัวไปเล่นสกปรก นินทา หักหลังคนอื่น ไม่ได้ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายของคุณได้ คุณสามารถเลือกทางเดินที่สวยงาม และทำให้คนอื่นๆรู้สึกดีกับคุณได้มากกว่าครับ
4. สร้างผลงานที่ผู้เล่นทั้งคู่คือผู้ชนะ
หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า win-win situation นั่นแหล่ะครับ หมดสมัยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้ชนะ และทำให้อีกฝ่ายเจ็บแค้นแล้ว คุณสามารถใช้ความสามารถของคุณต่อรองผลประโยชน์ เพื่อทำให้ทั้งคุณและอีกฝ่ายพอใจ นี่คือการที่คุณเล่นเกมอย่างชาญฉลาด แถมยังได้ผลดีในระยะยาวด้วย
5. อย่าทำตัวเป็นนกสองหัว
เป็นเรื่องง่ายมากที่เวลาคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่คุณจะถูกหาพรรคหาพวก เพื่อให้เข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งถ้าคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ อย่าทำตัวแบบเห็นด้วยกับทั้ง 2 ฝ่าย เพราะถ้าเกิดฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งรู้ขึ้นมา คุณจะเป็นคนที่ซวยซะเอง คุณควรที่จะมองแบบเป็นกลาง และยกเอาข้อที่ทั้งดี และเสียในแต่ละทางเลือก มาพูดให้อีกฝ่ายได้ฟัง และให้เค้าเป็นคนที่ตัดสินใจเอง
6. เป็นตัวของคุณเอง อย่าปล่อยให้อารมณ์มาครอบงำ
ถามตัวคุณเองเสมอว่าทำไมคุณกำลังทำสิ่งที่คุณต้องทำในเกมการเมือง ถ้าต้องทำเพราะความกลัว ความสะใจ หรือความอิจฉาริษยา นั่นกำลังแปลว่าคุณกำลังนำเรื่องงานมาปะปนกับเรื่องส่วนตัว และคุณกำลังกลายเป็นคนที่นิสัยไม่ดีไปแล้ว อย่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อการงาน เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน คอยสำรวจจิตใจตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ
จริงๆที่ผมเขียนอาจจะดูน่ากลัว ว่าในชีวิตการทำงานจะต้องระวังตัวในเกมการเมืองกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ในบางทีก็อาจจะไม่จำเป็นเสมอไปหรอกนะครับ แต่การรู้ยุทธวิธีสำหรับใครที่กำลังเผชิญอยู่ในสถานการณ์จริงจะทำให้คุณรับมือกับสิ่งๆนั้นได้ดียิ่งขึ้น จริงมั้ยครับ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก findnewboss.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]
