ตามปกติ การทำธุรกรรมต่าง ๆ ก็ต้องผ่านความเห็นชอบของเจ้าของบัญชีเป็นหลัก หลายคนอาจจะเคยสงสัยบ้างว่า "ถ้าเราตายขึ้นมาล่ะ ใครจะจัดการเรื่องเงิน? หรือจะปล่อยให้เป็นของธนาคารไปโดยปริยาย?" Thaijobsgov มีคำตอบมาฝากกัน
ภาพประกอบจาก bedfordviewedenvalenews.co.za
วิธีที่ 1 : หากมีคนใกล้ตัวรู้รหัสATM ก็ให้เขานั่นแหละกดเงินสดออกมาให้หมดเลย นี่คือการปิดบัญชีไปโดยปริยาย
วิธีที่ 2 : ถ้ามีเงินเกิน 2,000 บาทจะไม่ถูกเก็บค่ารักษาบัญชี (บางแบงค์ต่ำกว่านี้)
และไม่มีใครมาถอน เงินจะอยู่ในแบงค์ไปตลอดกาล แบงค์เองก็เอาไปไม่ได้
***แต่ถ้าอนาคตเค้าเพิ่มวงเงินรักษาบัญชีมากกว่านี้ ก็จะโดนหักไปเรื่อยๆจนหมด
***ต่ำกว่า 2,000 บาท SCB, KBANK, BBL, BAY คิดค่ารักษาบัญชี 50 บาท/เดือน
ส่วน TMB ยอดต่ำกว่า 1,000 บาท KTB ยอดต่ำกว่า 500 บาท
ขณะที่ธนาคารทิสโก้และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กำหนดไว้สูงถึง 5,000 บาท
หากไม่เคลื่อนไหว 12-24 เดือน จะคิดเดือนละ 50 บาท
วิธีที่ 3 : หากผู้ตายมีพินัยกรรม ให้อ้างอิงตามพินัยกรรม
***วิธีนี้ควรทำมากที่สุดตั้งแต่ตอนมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เป็นการแช่งให้ตายเร็วแต่อย่างใด แต่เป็นการเตรียมความพร้อมไว้ เพื่อป้องกันความวุ่นวายของคนที่ยังมีชีวิตอยู่
***พินัยกรรมสามารถพิมพ์แล้วปริ๊นท์ออกมาเซ็นรับรองได้ โดยต้องมีพยานรับรู้ 2 คน และพยานนั้นต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมรดกแต่อย่างใด
***หากกลัวว่าทำขึ้นเองจะผิดพลาด สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สำนักงานเขต/อำเภอใกล้บ้าน หรือทนายอาสา
วิธีที่ 4 : ในกรณีที่ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของทายาท แต่ทายาทต้องทำเรื่องเป็นผู้จัดการมรดกเสียก่อน จึงจะมีสิทธิ์เบิกถอนเงินในธนาคารได้ (ทำเรื่องแล้วต้องรอคำสั่งจากศาลอีกที ไม่ใช่ทำเรื่องแล้วเบิกได้ในทันที)
***เรียงตามลำดับทายาทโดยธรรม 6 อันดับ
1.ผู้สืบสันดาน
2.บิดามารดา
3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4.พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
5.ปู่ ย่า ตา ยาย
6.ลุง ป้า น้า อา
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์
http://pantip.com/topic/30218002
http://pantip.com/topic/30623566
http://pantip.com/topic/33701342
เรียบเรียงโดย Thaijobsgov
