7 กฎทองลูกจ้าง อ่านซะ ถ้าอยากก้าวหน้า!!!



 

หากเรายังรับเงินจาก “นายจ้าง” จะรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน เราเป็นพวกเดียวกันครับ เป็นลูกจ้าง และที่สำคัญคือ เราเป็นลูกจ้างที่ปรารถนา “ความก้าวหน้า” ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการเติบโตในบริษัท หรือ ออกมาเป็นนายตัวเอง

 

กฏทองที่ผมใช้ เพื่อพัฒนาตนเองขณะที่ทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ หลังจากที่อกหักจากเรื่องการได้รับการขึ้นเงินเดือน โบนัสน้อย ในปีแรกๆของการทำงาน แต่เมื่อผม “คิดใหม่-มองใหม่” ผมสรุปประเด็นที่ตกผลึกแล้วออกมาได้เป็น 7 กฏทองพื้นฐานลูกจ้าง ทำงานอย่างไรให้รุ่ง

 

1 เราไม่ใช่ “ลูกจ้าง” แต่เราคือ “หุ้นส่วนบริษัท”

ด่านแรกที่ต้องทำให้ได้ผ่านไปให้พ้นคือ วิธีคิดเราต้องเปลี่ยนนะครับ ประเด็นที่ผมต้องการสื่อ คือ วิธีคิดเรื่องการทำงาน หากเราทำงานด้วยคำว่า “หน้าที่” ผลลัพธ์ ก็เห็นแค่ “ที่หน้า” เล็กน้อย แต่ถ้าเราทุ่มเท คิดว่านี่คือ “บริษัทที่เราเป็นหุ้นส่วน” ผลลัพธ์ที่ได้แม้ไม่กระทบเรื่องเงินเดือน โบนัส ณ ตอนนี้ แต่สิ่งที่เราจะได้คือ “ประสบการณ์”  ที่คำว่า “หน้าที่” ไม่อาจมอบให้เราได้เลย

มองใหม่ คิดใหม่ครับ!! งานประจำที่เราทำอยู่ นี่คือ บริษัท ที่เราเป็นหุ้นส่วน ทำให้เต็มที่ ทุ่มให้สุดความสามารถ เดี๋ยวผลงานมันจะปรากฏผลิดอกออกผลของมันเองครับ

 

2 ทำงานตัวเองให้ดี ช่วยงานคนอื่นเพื่อขยายโอกาส ขุมทรัพย์อยู่ที่ถังขยะ

เมื่อความคิดเราผ่าน งานเราก็จะเดินไปได้ดี แม้มีปัญหาอุปสรรคบ้าง เราก็จะแก้ไขมันออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

การจัดสรร งานในแต่ละวันเราก็จะดียิ่งขึ้น หลักการง่ายๆในการจัดการเรื่องเวลา คือ การลำดับความสำคัญของงาน ทำ To Do List ในแต่ละวัน ใช้กระดาษโน๊ต (Post it) เขียนแปะติดไว้ที่โต๊ะทุกเช้า งานอะไรบ้างที่ต้องทำให้เสร็จในวันนี้ งานอะไรบ้างที่ต้องเตรียมการ รับรองงานคุณจะออกมาดีเว่อร์เลยครับ

เมื่องานเสร็จมีโอกาสลองขยับขยายตัวเองไปพูดไปคุยกับเพื่อนร่วมงาน ส่วนไหนที่พอช่วยได้ผมแนะนำว่าให้ “อาสา” เลยครับ หรืองานไหนที่ แมร่ง!! ไม่มีใครทำ รีบเลยครับ อาจจะดูเหมือนงานนั้นเป็น “ถังขยะ” ที่ไม่มีใครกล้ารื้อ แต่เชื่อผมเถอะ ในถังขยะมีความลัพธ์ของธุรกิจ ความลับของความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอยู่เยอะมากๆ

 

3 กล้าคิด กล้านำเสนอ

Sport Light จะส่องมาหาคนที่เป็น “Star” เท่านั้น แล้วจะทำอย่างไรให้เราเป็น “Star” ที่ได้รับการส่องหละ สิ่งที่เราต้องทำคือ ความคิดริเริ่ม กล้าที่จะคิด เท่านั้นยังไม่พอครับ ต้องกล้านำเสนอ อย่างมืออาชีพ

ผมไม่ได้บอกให้พวกเรา “เสนอหน้า” เลียแข้งเลียขานะครับ แต่กำลังยุให้พวกเรา แสดงความสามารถเราให้เต็มที่ ส่วนที่ต้องพัฒนาที่สุดคือ “การนำเสนอ” ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอความคิดให้กับหัวหน้า ผู้จัดการแบบตัวต่อตัว การแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ในที่ประชุม หรือ การออกไปนำเสนอผลงาน ความคิดต่างๆ ในห้องประชุม

 

4 ออกมาหาเครือข่าย เรียนรู้เพิ่มความสามารถ

เปิดโลกความคิด เพิ่มมิตรชีวิตก้าวหน้า เราอยู่แค่ในบริษัทกับที่บ้านก็จะเห็นแค่บ้านและบริษัท เห็นมุมคิดเพื่อนๆร่วมงานแค่นั้น (บางคนก็ไม่ได้คิดอะไรอีกต่างหาก) คำถามแล้ว เราจะมีความคิดความรู้ใหม่ๆเข้ามาได้อย่างไร ถ้าชีวิตมีอยู่แค่เนี๊ยะ!!

อ่านหนังสือครับ ท่องเน็ตครับ (ไม่ใช่ดูแต่เว็บ 18+) เข้าคอร์สสัมมนาครับ ความลับของความสำเร็จ ไม่ใช่อยู่ที่ว่าเรามีความรู้ ความสามารถอะไรนะครับ แต่อยู่ที่ว่า “เรารู้จักใคร และ ใครรู้จักเรา”

 

 

5 แยกให้ได้ งานที่ทำ ส่วนตัว ครอบครัว และโอกาสก้าวออกมาทำธุรกิจ

อย่าเอาเรื่อง” งาน” มาปนกับเรื่อง “ส่วนตัว” อย่านำเรื่อง “ส่วนตัว” มายุ่งกับ “ครอบครัว” อย่าเอาเรื่อง “ครอบครัว” มาทำที่ “ทำงาน” อย่า อย่า อย่า …..

ไม่ดีแน่ถ้าเราเอาทั้ง สี่ซ้าห้าเรื่อง มาทำในเวลาเดียวกัน ยุ่ง Ship หาย ไม่มีอะไรดีเลย งานก็แย่ ส่วนตัวก็โทรม ครอบครัวก็ร้าว โอกาสความก้าวหน้าการงาน กิจการ ไม่ต้องถามถึงครับ ทุกอย่างพัง !!

 

6 วินัย ความต่อเนื่อง จะทำให้เราก้าวหน้าและพัฒนา

รู้จักนักมวยชื่อ “สมจิตร จงจอหอ” นักมวยเหรียญทองโอลิมปิคไหมครับ!! นักมวยแม้จะชนะมาหลายเวที แต่ก็คิดที่จะล้มเลิก แขวนนวม เพราะไม่ประสบความสำเร็จในการชกโอลิมปิคในครั้งที่ 28 แต่แล้วเขาก็อาศัยลูกฮึด เงือกสุดท้ายก่อนที่อายุจะมาเกินไปกว่าจะสู้รุ่นน้องได้ 

ต่อมวยเกี่ยวไรกับงาน? เกี่ยวสิครับเพราะ “มวย” ก็เป็น “อาชีพ” นะครับ ไม่ว่าอาชีพอะไร ถ้าขาด “วินัย” จะหาความก้าวหน้าในงานนั้นๆยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสำเร็จ

เป็นลูกจ้างก็ต้องเข้างานตรง ทำงานเยี่ยม เสนองานอย่างสม่ำเสมอครับ อย่างทำงานแค่ “ผักชีโรยหน้า” เพราะเราจะได้แค่ “หน้าโรยผักชี” กลับมาครับ

อยากก้าวหน้าท่องไว้ครับ “วินัย นำชีวิตก้าวหน้า เงินเดือนขึ้น” “สม่ำเสมอ ช่วยให้ผลงานดี มีโบนัสงาม”

 

7 ทำงานอย่างฉลาด ขยันอย่างมีปัญญา

ประเด็นสุดท้าย ขมวดทุกปมไว้ที่ตรงนี้ “ทำงานอย่างฉลาด อย่าทำงานอย่างทาส” อาศัยเอาแรงเข้าว่า เราต้องทำงานด้วยปัญญาครับ

เขาว่ากันว่า “คนที่สามารถแก้ปัญหายากๆ ได้คนนั้นค่าตัวยิ่งสูง เงินเดือนยิ่งแพง” พวกเราคิดว่าจริงไหม สำหรับผมเชื่อเรื่องนี้เต็มหัวใจเลยครับ ก็ลองคิดดูสิ ถ้าปัญหาธรรมดาทั่วไป ใครๆก็ทำได้ นั่นหมายความว่า “ตัวเลือก” เขามีมาก Demand & Supply ชัดเจน ค่าตัวถูกเมื่อ Supply มีเยอะ

กลับกันครับ ปัญหายิ่งเยอะ ยิ่งยาก ต้องการคนมีความสามารถ ต้องใช้สติและปัญญาแก้ไขปัญหา คนแก้ได้มีน้อย ก็ไม่แปลกที่ค่าตัวจะสูง

ถ้าผมถามว่าวันนี้ให้คุณเป็น CEO คุณจะเป็นไหม คุณจะทำได้ไหม ผมจ้างคุณ 2 แสน คุณจะรับไหม คุณรู้หรือยังหน้าที่ CEO ทำอะไรบ้าง

ถ้าคำตอบคุณเพียงคิดแค่ว่า ไม่เห็นทำอะไรเลย วันๆก็อยู่แต่ในห้อง หรือไม่ก็ประชุมๆ ผมขอแสดงความดีใจกับคุณด้วย…คุณอยู่อย่างเดิมเถอะครับ อย่าไปเป็นมันเลย CEO

ทุกคนสามารถเป็นได้ครับ อยู่ที่ว่าพร้อมที่จะทำหรือไม่ พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองหรือเปล่า

 

[ads=center]
ข้อมูลจาก เถ้าแก่ใหม่
เรียบเรียง ThaiJobsGov