อาการเสพติดหนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Debt Addiction ซึ่งคนที่เสพติดการเป็นหนี้เป็นพฤติกรรมอันตราย เกิดจากการก่อหนี้เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงินและตอบสนองความต้องการของตน แต่ไม่มีแผนที่จะชำระหนี้ที่เป็นรูปธรรม ไม่มีแผนที่จะพาตนเองออกจากสถานะการเป็นลูกหนี้ ทำให้ชีวิตตนเองตกอยู่ในสภาพลูกหนี้ไม่จบไม่สิ้น ซึ่งคนที่เสพติดการเป็นหนี้ จะมีสัญญาณ 12 ประการดังนี้
1 ไม่เข้าใจหรือไม่รับรู้ถึงสถานะทางการเงินของตัวเอง, ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของตัวเอง และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน รวมถึงอาจจะไม่เข้าใจถึง อัตราดอกเบี้ย, ค่าปรับ และข้อกำหนดในสัญญาของการเป็นหนี้
2 มีพฤติกรรมที่ชอบหยิบยืมเงินคนรอบข้างบ่อยๆ และไม่สามารถที่จะนำมาคืนได้ และบางครั้งอาจจะหมายรวมถึงสิ่งของด้วย เช่น ขนม เครื่องเขียน หนังสือ ฯลฯ
3 มีพฤติกรรมการออมเงินที่แย่ ไม่มีแผนสำหรับการจ่ายภาษีต่างๆเมื่อถึงกำหนด ไม่มีแผนสำหรับการเกษียรอายุ รวมถึงไม่มีแผนรองรับรายจ่ายชั่วครั้งคราวที่สามารถคาดเดาได้ นอกจากนั้นมักจะรู้สึกประหลาดใจเมื่อถึงวันที่จะต้องจ่ายเงินดังกล่าว เพราะไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้
4 มีพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น เพียงเพราะสินค้าเหล่านั้นเป็นสินค้าที่มี "ข้อเสนอพิเศษ" เช่น ซื้อ 1 แถม 1, Sale 50% ซึ่งบางอย่างอาจจะซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้งานเลย บางอย่างอาจจะซื้อมาแล้วก็ขายต่อไปในสภาพสมบูรณ์ เช่น ยังไม่แกะห่อ ยังไม่ปลดป้าย
5 ไม่สามารถชำระหนี้ได้เมื่อถึงกำหนด หรืออาจจะชำระได้แต่ต้องอาศัยความพยายามมากกว่าปรกติ (เช่น นำของไปขาย เอาของไปจำนำ หยิบยืม ฯลฯ)
6 มีความรู้สึกดีเป็นพิเศษเมื่อซื้อของด้วยบัตรเครดิตมากกว่าการซื้อของด้วยเงินสด บางคนอาจจะภูมิใจที่ได้มีบัตรเครดิตบางประเภท หรือได้เป็นสมาชิกของคลับบางคลับ บางคนอาจจะรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเมื่อมีบัตรเครดิต
7 มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเงินๆทองๆ มีปัญหาทางด้านการเงินให้แก้ไขเอาตัวรอดอยู่เป็นประจำ บางคนอาจจะมีพฤติกรรมการสร้างหนี้ใหม่มาเพื่อโปะหนี้เก่า
8 มีพฤติกรรมการใช้เงินเดือนชนเดือน และมักจะพบปัญหาเมื่อมีรายจ่ายพิเศษเข้ามา เช่น ค่าประกันรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล
9 รู้สึกอับอายหรือไม่สบายใจเมื่อต้องสนทนาเรื่องเงินๆทองๆกับคนอื่น แม้ว่าจะเป็นประเด็นทั่วๆไปก็ตาม
10 ทำงานมากจนเกินไปเช่นต้องทำโอที หรือทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาจ่ายบัตรเครดิต หรือมีรายได้น้อยจนเกินไป เช่น อาจจะทำงานที่ได้รายได้น้อยกว่าความสามารถที่แท้จริงของตนเอง (มีรายได้น้อยจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของตนเอง ทำให้พึ่งพาบัตรเครดิตและสินเชื่อต่างๆมาเป็นรายได้เสริม)
11 ใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวจาก ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่ดูแลตนเอง หรือใช้ชีวิตโดยขาดปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเป็นความไม่เต็มใจเพราะต้องนำเงินไปชำระหนี้
12 มีความหวังเสมอว่าบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างจะมาช่วยตนได้ในวันที่ลำบาก และถ้าหากเกิดวิกฤติทางการเงินขึ้นมาจริงๆ จะมีคนให้หันหน้าไปพึ่งพิงได้
จริงๆแล้วการเป็นหนี้ไม่ได้หมายถึงเราเสพติดการเป็นหนี้เสมอไป เพราะบางครั้งเราก็จำเป็นต้องก่อหนี้ด้วยเหตุผลที่ยอมรับได้ แต่คนที่เสพติดการเป็นหนี้มักจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป เช่น สามารถสร้างหนี้ใหม่ได้เรื่อยๆได้โดยไม่ได้สนใจถึงยอดหนี้ที่ตนมีอยู่ พยายามหลบเลี่ยงและปิดบังความจริงว่าตนเองเป็นหนี้ ใช้ชีวิตโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับหนี้ที่ตนเองมี หรืออาจจะใช้ชีวิตแบบสุ่มเสี่ยงต่อวิกฤติการณ์ทางการเงินส่วนบุคคลอยู่เสมอ
ส่วนวิธีนำพาตัวเองออกจากการเป็นคนเสพติดหนี้สามารถทำได้โดย
1 ทำบัญชีหนี้สินทั้งหมดที่ตัวเองมี รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและค่าปรับที่ต้องชำระทั้งหมด
2 หยุดสร้างหนี้สินใหม่ๆเพิ่มเติม และเริ่มที่จะชำระหนี้ แม้จะเป็นการชำระขั้นต่ำก็ยังดี
3 หันมาใช้เงินสดในการใช้จ่าย นอกเหนือจากนั้นคือต้องพยายามแยกแยะให้ออกระหว่าง "สิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณ" และ "สิ่งที่คุณอยากได้"
4 บางครั้งคุณอาจจะต้องพิจารณาถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น ยกเลิกบริการบางอย่างที่ไม่จำเป็น ขายรถยนต์ออกไปแล้วใช้รถประจำทางแทน ทานอาหารนอกบ้านให้น้อยลง
5 หากคุณมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะดำรงชีวิตและชำระหนี้ ให้ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอความช่วยเหลือและหาทางออก
การจะแก้ไขปัญหาอะไรได้ ต้องยอมรับเสียก่อนว่าปัญหานั้นมีอยู่จริง และต้องยอมรับให้ได้ว่าเราเป็นคนก่อให้เกิดปัญหานั้นๆ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์ เรามักจะมองข้ามปัญหาที่เราไม่ได้เป็นต้นเหตุหรือไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในมุมกลับกันถ้าเราเป็นต้นเหตุหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง เราจะให้ความสนใจปัญหานั้นๆมากเป็นพิเศษ พูดง่ายๆว่าเราต้องยอมรับให้ได้ว่าตนเองเป็นคนผิด และปัญหาหนี้สินเกิดขึ้นมาเพราะตัวเราเอง ซึ่งเมื่อไรที่เรายอมรับตรงจุดนี้ได้แล้ว กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดจะตามมา แต่ตราบใดที่เรายังไม่ยอมรับ เราจะยังคงบ่ายเบียงปัญหานั้นต่อไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่รู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับเรา ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบของเรา
[ads=center]
ข้อมูลจาก Pantip
เรียบเรียง ThaiJobsGov