1. โฟกัสที่การหาเงินเพิ่ม
นักวิชาการสมัยก่อนมักสอนว่า ‘จงออมเงิน‘ แต่สมัยนี้คงหวังความรวยจากการออมยาก และใช้เวลานาน วิธีเร่งอัตราความมั่งคั่งคือ ‘จงโฟกัสที่การหาเงินเพิ่ม‘
ด้วยการพัฒนาทักษะใหม่ๆเพื่อให้ตัวเองสามารถทำงานที่มีความยาก ทักษะในการแก้ปัญหายากๆ จะนำมาซึ่งรายได้ที่สูงขึ้น เมื่อรายได้สูงขึ้นจะมีเงินพอใช้และเหลือเก็บ และแบ่งเงินเก็บเงินส่วนหนึ่งไปพัฒนาธุรกิจเล็กๆ ควบคู่กันไป
2. อย่าหลอกตัวเองว่ารวยด้วยการ ‘อวดรวย’
ปัญหาของคนสมัยนี้คือยอมเป็น ‘หนี้’ เพื่ออวดรวย อาทิ การใช้ของหรู ซื้อรถ และคอนโด แต่บัญชีไร้ซึ่งเงินสดและซ้ำร้ายคือการเงินติดลบไปจนบั้นปลาย
หนี้ เหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการฉุดรั้งความมั่งคั่งให้ชีวิต การนำเงินล้านในอนาคตมาใช้ในวันนี้ทำให้คุณเป็นหนี้ไปอีกหลายสิบปีและทำให้คุณเคลื่อนตัวไม่สะดวกในวันที่อยากจะออกมาลุยเส้นทางธุรกิจ จงโฟกัสที่การเพิ่มรายได้และเริ่มใช้ของแพงในวันที่รายได้ของเขามากเกินกว่าจะใช้ทัน!
3. ออมเงินเพื่อลงทุน
อย่าเอาแต่ ‘ออม’ แต่จง ‘ออมเพื่อลงทุน’
นักธุรกิจแทบทุกคนมักสอนเสมอว่าให้นำเงินเย็นๆ ไปไว้ในหน่วยลงทุนที่คุณจะไม่ไปแตะมันเป็นปีๆ แล้วปล่อยให้มันทำงานแทนคุณไปเรื่อยๆ
ข้อนี้ผูกพันกับข้อ 1 และ 2 อย่างมาก เมื่อคุณมีรายได้มากขึ้นจากหลายๆ ช่องทาง ประกอบกับไม่มีหนี้สิน เงินสดคุณจะเพิ่มในอัตราเร่งและมีเงินเย็นมากๆ ส่วนหนึ่งที่ไม่น่าจะต้องใช้ไปอีกเป็นปีๆ เงินส่วนนี้เหมาะมากในการนำไปลงทุนระยะยาวยังสินทรัพย์ต่างๆ อาทิ หุ้น กองทุน พันธบัตร ทองคำ ฯลฯ รวมไปถึงธุรกิจสตาร์ทอัพ (ปล. อันสุดท้ายมีความเสี่ยงสูงสุด)
4. เป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้
แม้คำเตือนว่าอย่าเป็นหนี้เพื่ออวดรวย แต่ในอีกมุมหนึ่งของการเป็นหนี้แบบนักธุรกิจคือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้
นักธุรกิจหลายคนยอมรับหนี้ประเภทนี้ได้ และพวกเขายินดีที่จะกู้เงินเพื่อซื้อรถยนต์ขับไปขายสินค้าให้กับคนทั่วเมือง เพราะคำนวณแล้วว่ารายได้มากกว่าค่าผ่อนรถและจะสามารถปิดหนี้ได้ภายในเวลาอันสั้นกว่า
5. จงหลงใหลในเงิน
ไม่มีใครร่ำรวยได้ด้วยใจที่เกลียดเงิน ถ้าคุณด่าเงิน จงเกลียดจงชังเงิน เงินก็จะหนีไปจากชีวิตคุณ คนรักเงินไม่ใช่คนเลว แต่เพราะเขาเข้าใจคุณค่าของมันว่าสามารถต่อยอดสู่คุณค่าอื่นๆ ในโลกนี้ได้ดีเพียงใด รักเงินแล้วคุณจะดึงดูดเงิน
หลีกเลี่ยงการหาเหตุผลปลอบใจตัวเองที่ไม่มีเงิน เหตุผลเช่น ‘เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง’ ‘เงินไม่ได้ทำให้มีความสุข’ ฯลฯ คิดไปก็เท่านั้นเพราะ ข้อแรก คุณก็ไม่ได้มีความสุขขึ้น ข้อสอง คุณก็ซื้ออะไรไม่ได้อยู่ดี และสุดท้าย คุณก็ยังไม่มีเงินเหมือนเดิม! อีกครั้งครับ จงกลับไปที่ข้อ 1 ของบทความนี้ โฟกัส! ที่การหาเงิน
6. เลิกตัดพ้อเรื่องต้นทุนชีวิต
Self-made เกิดจากการลงมือทำโดยไม่สนใจว่าต้นทุนชีวิตเขาจะต่ำขนาดไหน การโฟกัสที่สิ่งที่ขาดเป็นเรื่องเสียเวลาทำมาหากิน วลีของ Bill Gates ที่บอกว่า “เกิดมาจนไม่ผิด แต่ตายจากไปอย่างจนๆ นั่นคือปัญหาของคุณ“
7. เข้าหาคนรวย
แทบทุกคนที่เติบโตจากครอบครัวระดับกลางจะถูกปลูกฝังหลักคิดแบบอนุรักษ์นิยม ได้แก่ เรียนจบ หางานมั่นคง และทำไปจนเกษียณ อย่าไปเสี่ยงทำธุรกิจส่วนตัวมันอันตราย ฯลฯ
กรอบแนวคิดเหล่านี้ทำให้เราไม่สามารถทะลุขีดจำกัดของตัวเองไป ในขณะที่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเป็นคนธรรมดาเหมือนเรา แต่เขาทะลุกรอบความคิดพวกนี้ไปแล้วจึงทำให้ร่ำรวย และทางเดียวที่คุณจะก้าวข้ามกรอบความคิดเดิมๆคือ พาตัวเองไปอยู่ในสังคมใหม่ เรียนรู้จากคนรวย และทำงานอย่างคนรวย แม้หลายคนไม่กล้าเข้าหาคนเหล่านี้ จริงๆคนรวยและคนสำเร็จเป็นคนใจกว้าง ใจดี และชอบการแบ่งปันความรู้ครับ
นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอาจดูเข้าถึงยาก นั่นเพราะเวลาเขามีจำกัด หากอยากใกล้ชิด เตรียมตัวให้พร้อม ชัดเจนในตัวเอง ตั้งคำถามอย่างชาญฉลาด ยกตัวอย่าง คำถามเช่น ‘อยากรวยทำยังไงคะ’ ‘อยากเป็นเหมือนพี่ทำอย่างไรครับ’ คำถามพวกนี้เขาไม่ตอบนะ คุณต้องชัดและคมกว่านั้น คุณเป็นใคร ทำอะไร อยู่จุดไหน ปัญหาคืออะไร นักธุรกิจเก่งๆ จะฟังและตอบคำถามสั้นๆ แต่ตอบคมกระตุกหัวคิดได้ดีเลย
8. เล็ง 100 ล้าน อย่าเล็ง 1 ล้าน
การตั้งเป้าต่ำเป็นความผิดพลาดทางการเงินของคน เมื่อตั้งเป้าต่ำ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่ำตาม ฉะนั้นตั้งสูงไว้ก่อนแล้วหาวิธีทำให้ได้ โลกนี้มีเงินเหลือเฝือสำหรับทุกคน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ร้อยล้าน อย่างน้อยไปไม่ถึงดวงจันทร์ก็ยังลอยอยู่ท่ามกลางดวงดาว!
เวลาที่ตั้งเป้ายอดขาย 100 หน่วยเราอาจจะขายได้ 50 หรือ 80 หน่วย ดังนั้นหากเราตั้งเป้าต่ำกะเอาที่สบายใจเรามักจบด้วยการทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายขั้นต่ำลงไปอีก! ดังนั้นตั้งเป้าเผื่อสูงไว้ก่อนครับ
9. ให้เงินทำงาน
ไม่มีใครรวยจากการขายแรงและเวลาแลกเงิน เพราะคุณมีร่างเดียวกับเวลา 24 ชั่วโมง คนรวยสร้างระบบทำงานแทนทั้งสิ้น! เมื่อระบบแรกเริ่มทำงานแล้วเขาจะนำเวลาว่างที่ได้มาไปสร้างระบบตัวที่สอง ที่สาม และต่อไปเรื่อยๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนรวยยิ่งรวยยิ่งๆขึ้นไปอีก
เพราะหนึ่งชีวิตมีข้อจำกัดด้านร่างกายและเวลา จงสร้างระบบที่อยู่เหนือข้อจำกัดนั้นมาทำงานทำเงินแทนคุณครับ
[ads=center]
ข้อมูลจาก CEOBlog
เรียบเรียง ThaiJobsGov