ผัดผักอย่างไรให้ปลอดภัยจาก ‘มะเร็ง’…เลี่ยงได้เลี่ยงด่วน 4 วิธี ผัดผักที่เสี่ยงมะเร็งสูง



หลายคนอาจจะคิดว่า “การกินผัก กินอย่างไรก็มีประโยชน์” ข้อเท็จจริงนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป หากว่าการเราประทานผักของคุณนั้นผ่านกระบวนการปรุงด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเมนูผัดผักที่หาทานได้ง่ายๆ เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี ที่กลายเป็นเมนูก่อมะเร็งโดยที่คุณไม่รู้ตัว จะต้องหลีกเลี่ยงการผัดแบบไหน ร่างกายของเราจึงจะปลอดภัยมากที่สุด ตามมาหาคำตอบกันได้เลยค่ะ

 

4 รูปแบบการผักผักที่ผิดวิธี และเสี่ยงเป็น ‘มะเร็ง’ สูง 


1. ล้างผักที่หั่นเสร็จแล้ว

การล้างผักที่ถูกต้องควรที่จะล้างน้ำให้สะอาดเสียก่อนแล้วจึงค่อยหั่นเป็นชิ้น และควรรีบนำไปประกอบอาหารทันทีภายใน 2 ชั่วโม เพราะเวลาที่เราหั่นผักเสร็จแล้วค่อยนำไปล้างนั้น จะทำให้พื้นผิวของผักสัมผัสกับน้ำมากกว่าตอนที่ยังไม่ได้หั่น ซึ่งน้ำจะเป็นตัวการชะล้างวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิดจนสูญสลายหายไปได้ แม้ว่าผักที่คุณเลือกมาทำอาหารทานจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสักแค่ไหน แต่ถ้าผ่านการล้างทำความสะอาดไม่ถูกต้อง สิ่งที่ดีๆที่คุณจะได้รับมันก็จะลดน้อยลงไปทีละน้อยๆ วิตามินบางตัวที่เคยมีความสามารถในการต้านสารอนุมูลอิสระได้ก็จะลดปริมาณน้อยลง และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าการล้างผักที่หั่นเสร็จแล้วอาจมีผลให้คุณเสี่ยงต่อโรคร้ายมากขึ้นได้นั่นเอง 

492.1

2. รอให้น้ำมันมีควันขึ้นก่อนจึงค่อยใส่ผักลงไป
การใส่ผักลงไปผัดในน้ำมันที่มีควันขึ้น หมายความว่าอาหารของคุณจะต้องถูกทำให้สุกที่อุณภูมิสูงถึงประมาณ 200 องศาเซลเซียส และที่สภาวะนี้คงจะทำให้แร่ธาตุและสารอาหารต่างๆสูญเสียไปแล้ว นอกจากนี้ การใช้น้ำมันที่ผ่านความร้อยสูงๆยังก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น การผัดอาหารที่ปลอดภัย จึงควรจะใส่วัตถุดิบทุกอย่างลงไปก่อนที่น้ำมันจะมีควันขึ้นมานั่นเอง

 

[ads]

 

3. ใส่น้ำมันเยอะเกินความพอดี
ยิ่งใส่น้ำมันเข้าไปเยอะมากเท่าไร ร่างกายของเราก็จะยิ่งได้รับน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อใช้น้ำมันในการผัดผักด้วยแล้ว ผักจะดูดซับน้ำมันได้สูงกว่าเนื้อสัตว์ ยิ่งถ้าน้ำมันที่ใช้ผ่านการให้ความร้อนมาแล้วหลายครั้ง โอกาสที่เราจะได้รับสารก่อมะเร็งก็จะยิ่งสูงมากขึ้นไปอีก ดังนั้น วิธีการในการป้องกันที่ดีที่สุดจึงควรใส่น้ำมันให้น้อยกว่า 1 ช้อนโต๊ะ หรือใช้กระทะแบบเทฟลอนเพื่อลดการใช้น้ำมันให้น้อยมากที่สุด

492.2

4. การใส่เครื่องปรุงที่มี "เกลือ" เป็นส่วนประกอบเยอะเกินไป
เครื่องปรุงรสทั้งหลายทั้งปวงล้วนแต่มีส่วนผสมของเกลือทั้งนั้น โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 10 % ดังนั้น หากว่าเราใส่เครื่องปรุงเหล่านั้นลงไปแล้ว ก็ไม่ควรที่จะเติมเกลือหรือน้ำปลาเพิ่มลงไปอีก เพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มปริมาณของโซเดียมในอาหารให้สูงมากขึ้นไปอีก

 

นี่เป็นเพียง 4 รูปแบบการผัดผักที่ส่งผลเสีย และสร้างโรคให้แก่ร่างกายแบบคร่าวๆเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายการกระทำที่ไม่เหมาะสม และเชื้อชวนให้เรามีโอกาสพบเจอกับโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้น แม้บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่ก็พอเป็นแนวทางที่ทำให้รู้ว่า อาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยง เราจะได้เลือกทานอาหารแต่ละชนิดอย่างพอเหมาะ และพยายามหาอาหารอื่นๆรับประทานแทน เพียงเท่านี้ก็ช่วยต่อลมหายใจให้คุณมีอายุยืนมากขึ้นได้แล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก liekr.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]