…ช่วยแนะนำบัตรเครดิตสำหรับเด็กจบใหม่เงินเดือนหมื่นห้าทีครับ
…รบกวนด้วยค่ะ อยากได้บัตรเครดิตสักใบเจ๋งๆ เงินคืนเยอะๆ ส่วนลดแยะๆ
คำถามเหล่านี้เป็นคำถามยอดฮิตที่สามารถเจอได้ทั่วไปตามอินเตอร์เนท ห้องสนทนาทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มาตอบก็จะตอบเฉพาะบัตรเครดิตที่ตัวเองใช้อยู่ หรือตอบตามแต่บัตรเครดิตที่ตัวเองรู้จักเท่านั้น
แต่ความเป็นจริงแล้ว บัตรเครดิตนั้นก็มีหลากหลาย บัตรเครดิตที่เหมาะกับนาย A อาจจะไม่ได้เหมาะกับนาย B ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับ lifestyle และฐานรายได้ของแต่ละคน หลายๆใบที่เป็นบัตรเครดิตที่ดี แต่กลับไม่ค่อยมีคนใช้ก็มี หลายๆใบก็เป็นบัตรเครดิตที่ห่วยมาก แต่คนใช้เยอะเพราะการตลาดที่ดีก็มีเยอะแยะไปเช่นกัน
บัตรเครดิตไม่มีได้ไหม? อันนี้ผมตอบได้เต็มปากเลยครับ ว่าหากเราทำงานแล้ว เราควรต้องมีบัตรเครดิตอย่างน้อย1ใบ เนื่องด้วยเหตุผลหลัก3ข้อนี้คือ
1.เพื่อให้มีข้อมูลของเราในเครดิตบูโร เผื่ออนาคตเราต้องการกู้ซื้อผ่อนรถหรือผ่อนบ้านจะได้ผ่านง่าย และมากที่สุดไม่เกิน3ใบครับ เพื่อเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินตัวจนเกินไปครับ
2.การจ่ายเงินค่าบริการหลายอย่าง จะรับเฉพาะบัตรเครดิตเท่านั้น อาทิเช่น การจองตั๋วเครื่องบินผ่านเวบไซด์ของสายการบิน การจองโรงแรมต่างๆ การช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านหลายๆเวบไซด์ การการันตีค่าประกันรถเช่าต่างๆ ฯลฯ
3.ถ้าหากจะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็ควรพกบัตรเครดิตไปด้วย1-2ใบเผื่อในยามฉุกเฉินเงินสดแลกไปไม่เพียงพอ
การมีบัตรเครดิตไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นหนี้เป็นสิน แม้ว่าหลายคนยังติดภาพลบจากการใช้บัตรเครดิต แต่บัตรเครดิตก็เปรียบเสมือนดาบขึ้นกับคุณจะเลือกจับตรงด้าม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวคุณซึ่งก็คือผลตอบแทนจากบัตรเครดิต หรือจะเลือกจับตรงใบมีด ทำให้คุณบาดเจ็บหรือก็คือดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่างๆ ขึ้นกับตัวคุณเองครับ
ก่อนจะกล่าวถึงตัวเนื้อหาบทความ ผมขอให้ทุกท่านอ่านและพิจารณากฎเหล็กของการใช้บัตรเครดิต(สำหรับผม)อย่างถี่ถ้วน ก่อนจะตัดสินใจมีบัตรเครดิตสักใบ หากคิดว่าทำตามกฎเหล่านี้ไม่ได้ ขอให้คุณหยุดอ่าน และหยุดคิดเรื่องมีบัตรเครดิตได้เลยครับ
1.การใช้บัตรเครดิตเป็นการจ่ายค่าสินค้าและบริการแทนเงินสดที่มีอยู่ โดยได้คะแนนสะสมหรือเครดิตเงินคืนมาเป็นผลตอบแทน ดังนั้นก่อนใช้ต้องมั่นใจว่า ปัจจุบันคุณมีเงินพร้อมจ่ายสิ่งที่จะรูดไป ซึ่งตรงนี้ผมต้องขอเน้นนะครับว่า ปัจจุบันในตอนที่จ่ายเงิน ไม่ใช่วันเงินเดือนออกนะครับ เพราะconcept ผมคือ การใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดที่มีอยู่เท่านั้น ไม่ใช่เงินในอนาคตนะครับ ก่อนใช้ให้คิดเสมอเลยว่า ถ้าเราต้องจ่ายเงินสด เราจะมีเงินซื้อสิ่งนี้หรือเปล่า หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ”มีมากใช้พอประมาณ มีน้อยใช้น้อย ไม่มีก็ไม่ต้องใช้”นั่นเอง
สำหรับการผ่อน 0% ผมเรียกว่าเป็นการจัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพจากเงินที่มีอยู่ ไม่ใช่เงินอนาคต ดังนั้นสมมติคุณจะผ่อนของ1ชิ้น มูลค่า 20,000 บาท 0% 10เดือน เดือนละ 2,000 บาท นั่นหมายถึงคุณควรมีเงินสดอยู่แล้ว 20,000 บาท แต่ทยอยจ่ายไปทีละเดือนๆๆ เพราะเหตุผลเดียวกันคือ บัตรเครดิตเป็นการใช้แทนเงินสดที่เรามีอยู่เท่านั้น ไม่ใช่เงินในอนาคตนะครับ
2.มีค่าธรรมเนียมการใช้บัตร เราไม่ใช้ ผ่อนมีดอก เราเลิกคุย กดเงินสดจากบัตร เราไม่มี ส่วนค่าธรรมเนียมรายปีจ่ายได้ในกรณีที่บัตรนั้นให้ผลตอบแทนที่เหมาะกับการจ่ายไปเท่านั้น(ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มบัตรเครดิตระดับสูงนะครับ) ไม่ใช่จ่ายเพราะการใช้งานต่อปีเราไม่ถึงนะครับ
3.การชำระเงิน โดยปกติแล้วบัตรเครดิตจะมีเวลาให้ชำระเงินหลังตัดรอบบิลประมาณ 15 วัน ดังนั้น หากบัตรเครดิตตัดรอบบิลแล้ว สะดวกเมื่อไร ให้ไปจ่ายทันที ไม่ใช่มารอเอาวันท้ายๆค่อยไปจ่าย เกิดมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตัวเราเองเกิดอุบัติเหตุ มีม๊อบประท้วงปิดห้าง มีประชุมด่วน มีงานด่วน ฝนตกรถติด บลาๆ ทำให้เราไปจ่ายในวันสุดท้ายไม่ได้ ตัวเราเองจะเดือดร้อนเองนะครับ เพราะหากไม่จ่ายตามกำหนด ดอกเบี้ยบัตรเครดิตนับตั้งแต่วันที่รูดและเต็มจำนวนนะครับ(แม้ว่าเราจะจ่ายไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ไปหักเงินต้นแต่อย่างใดครับผม)
สำหรับผู้ที่บ่นโน่นบ่นนี่ว่า การไปจ่ายเงินช้าเพียงนิดเดียว ทำไมต้องเสียค่าปรับโน่นนี่เยอะแยะมากมายด้วย ธนาคารใจร้าย จะเอาไปฟ้องประจาน ส่วนตัวผมอยากให้มองว่า เรายืมเงินเขามา ปลอดดอกเบี้ยตั้งหลายวัน อยากให้ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ เป็นว่า ทางธนาคารให้คุณยืมเงินปลอดดอกเบี้ยมาเป็นเวลาถึง15-50วันแล้ว หากคุณไม่จ่ายเงินตามที่ธนาคารกำหนด ผมมองว่าธนาคารมีความชอบธรรมในการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมกับผู้ใช้บัตรเครดิตนะครับ ยิ่งเดียวนี้มีวิธีการจ่ายเงินแบบออนไลน์และการหักบัญชีธนาคารได้แล้ว การอ้างว่าไม่มีเวลาจ่ายเงิน คงใช้ไม่ได้แล้วในโลกดิจิตอลแบบนี้ ทั้งนี้หากยังคิดว่าการจ่ายเงินเป็นเรื่องยุ่งยากอีก ผมแนะนำให้ยกเลิกบัตรเครดิต และกลับไปใช้เงินสดจะดีกว่าครับ
การปฏิบัตตามกฎ3ข้อนี้อย่างเคร่งครัด ผมรับประกันได้เลยว่าคุณจะไม่มีปัญหากับหนี้บัตรเครดิตอย่างแน่นอน เพราะถ้าคุณรู้จักใช้บัตรเครดิตให้เป็นและมีวินัยมากพอ การใช้บัตรเครดิตย่อมก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษ คนส่วนมากที่ติดหนี้บัตรเครดิต ก็เพราะคิดว่าอนาคตจะหาเงินมาจ่ายบัตรได้นี่แหละ ทำให้ชะล่าใจ รูดไปเรื่อย ไม่เคยสนใจเลยว่าใช้จ่ายเกินตัวไปแล้ว หลายคนย้อนกลับมามาโทษบัตรเครดิตว่าเป็นตัวอันตราย ไม่ควรมี แต่กลับไม่เคยคิดจะโทษตัวเองเลยแม้แต่น้อย เปรียบเสมือนพ่อครัวโดนมีดบาดแล้วโทษมีดว่าเป็นฝ่ายผิด ทั้งๆที่มีดก็เอาไว้ใช้หั่นอาหาร ทำรายได้ให้กับตัวเอง แทนที่คุณจะมีความสุขกับการใช้บัตรเครดิตเพื่อรับผลตอบแทนสะสม กลับกลายเป็นคุณจะต้องมาเครียดเกี่ยวกับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นมาซะงั้น
ในตอนนี้ ผมขอแบ่งผู้ใช้บัตรเครดิตเป็น4ระดับก่อนล่ะกันครับ
1. Basic User กลุ่มเด็กจบใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่มีบัตรเครดิตเลย แต่พยายามจะมองบัตรเครดิตใบแรกเพื่อตอบสนอง lifestyle ของชีวิต กลุ่มนี้หากใช้บัตรเครดิตไม่เป็น อาจได้รับการเลื่อนขั้นเป็นกลุ่มที่4(Bureau User) ได้ไม่ยาก(ซึ่งคงไม่มีใครอยาก) ผมประเมินฐานรายได้ของกลุ่มนี้ไว้ที่ประมาณ 15,000-25,000 บาทครับ
2. Intermediate User กลุ่มที่ทำงานได้6เดือนขึ้นไป มีบัตรเครดิตแล้วตั้งแต่1ใบขึ้นไป แต่ไม่เกิน3ใบ ใช้บัตรไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจผลประโยชน์จากบัตรเท่าไร ซึ่งผมประเมินฐานรายได้ของกลุ่มนี้ไว้ที่ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไปครับ
3. Expert and Hard-Core User กลุ่มนี้ทำงานได้6เดือนขึ้นไปเช่นกัน มีบัตรเครดิตหลากหลายเกิน3ใบ ใช้บัตรอย่างจริงจัง และมองผลประโยชน์เป็นหลัก ร้านไหนร่วมโปร ข้ามีบัตรชัวร์ แต่กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่จ่ายบัตรได้ตรงเวลา และไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งผมประเมินฐานรายได้ของกลุ่มนี้ไว้ที่ประมาณ 25,000 บาทขึ้นไปครับ
4. Bureau User กลุ่มนี้มีหลากหลายคุณสมบัติ ตั้งแต่เริ่มทำงานยันวัยกลางคน เงินเดือน 15,000 ยันแสนก็มี แต่ที่เหมือนกันเลยคือ มีบัตรเครดิตหลายใบแต่ไม่รู้จักการจัดการเงินอย่างเป็นระบบ ทำให้ติดหนี้และกดเงินจากบัตรโน้นไปโปะบัตรนี้ ก่อให้เกิดหนี้และวงจรอุบาทว์อันไม่มีที่สุด
ข้อกำหนดและสมมุติฐานของบทความ
1.บทความครั้งนี้ผมตั้งใจเขียนให้ Basic User และ Intermediate User ได้นำไปประยุกต์ใช้ ดังนั้นผมจะกล่าวถึงเฉพาะบัตรเครดิตธรรมดาๆเท่านั้น ไม่รวมบัตรเครดิตระดับสูงหรือบัตรเครดิตเฉพาะกลุ่มนะครับ
2.การเปรียบเทียบผลตอบแทน ผมจะมองในแง่ของภาพรวมของการใช้จ่ายครับ แต่หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบบางอย่างเป็นพิเศษ อาทิเช่น การใช้จ่ายห้างA ห้างB เป็นประจำ หรือการทำกิจกรรมC กิจกรรมD เป็นหลัก หรือชื่นชอบร้านอาหารE เป็นที่สุด อันนี้ก็สุดแท้แล้วแต่ lifestyle ของแต่ละท่านที่จะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ
ผลตอบแทนจากการใช้บัตรเครดิต
ผลตอบแทนจากการใช้บัตรเครดิต แบ่งได้เป็น3ประเภทคือ คะแนนสะสม เครดิตเงินคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิตหรือบัญชีเงินออมต่างๆ และไมล์สายการบิน ซึ่งในบทความครั้งนี้ผมจะขอพูดแค่คะแนนสะสมกับเครดิตเงินคืนเท่านั้น เนื่องจากการรับผลตอบแทนเป็นไมล์สายการบินจะเหมาะกับผู้ใช้ในกลุ่มที่3(Expert and Hard-Core User) ซึ่งมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นปริมาณมากครับ
การสะสมผลประโยชน์จากบัตรเครดิตที่ดี ผมแนะนำให้เลือกบัตรเครดิตที่เหมาะกับ lifestyle ของเรามาประมาณ2-3ใบพอ เพื่อที่จะให้ได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ใช่มีบัตรหลายๆใบ แต่แต้มกระจายอยู่บัตรโน้นนิด บัตรนี่หน่อย ทำให้ไม่สามารถแลกอะไรได้เลย แบบนี้ผมว่าไม่โอเคครับ
ทำอย่างไร ถึงจะมีคะแนนสะสมเยอะๆล่ะ ส่วนตัวผมอะไรที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ ค่าประกันชีวิต ค่าน้ำมัน ค่า BTS หรือการไปสังสรรค์รับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนๆ ผมเองก็จะพยายามเป็นคนรูดและเก็บเงินสดจากเพื่อนมาครับ สิ่งสำคัญคือ ต้องศึกษาข้อจำกัดของบัตรเครดิตด้วย บางบัตรเครดิตไม่ให้คะแนนสะสมกับประกัน แต่บางบัตรให้ก็มี หรือบางบัตรจ่ายประกันทางช่องทางออนไลน์ไม่ให้คะแนนสะสม แต่ถ้ารูดกับตัวแทนให้คะแนนตามปกติก็มี รวมถึงค่าน้ำมันที่บางบัตรให้คะแนน บางบัตรให้เครดิตเงินคืนเฉพาะสถานีบริการน้ำมันที่ร่วมรายการ แต่ที่แน่ๆ บัตรเครดิตแทบทุกใบ ไม่ให้คะแนนสะสมสำหรับการกดเงินสด การซื้อกองทุน ดอกเบี้ย ค่าปรับต่างๆครับ
คะแนนสะสมให้แลกเป็นเครดิตเงินคืนหรือ Voucher เท่านั้น ไม่ควรแลกเป็นสิ่งของเนื่องจากมูลค่าสิ่งของมักสูงเกินกว่าราคาตลาดไปเยอะครับ ถ้าอยากได้ของชิ้นนั้นจริงๆ ผมแนะนำให้แลกเป็นเครดิตเงินคืน หรือ Voucher ต่างๆและนำไปซื้อของเอง คุณจะพบว่า ตัวเองเหลือเงินจากการแลกของจริงๆครับ
บัตรเครดิตใบไหนน่าใช้ที่สุด
มาถึง Highlight ของบทความนี้แล้ว นั่นคือ ถ้าอยากจะถือบัตรสัก1-3ใบ เราควรจะเลือกใบไหนดี ที่ให้ผลตอบแทนเราดีที่สุด ถึงตอนนี้ ผมจะทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบในรูปแบบของตารางเพื่อให้เห็นชัดเจนเลยว่า บัตรเครดิตใบไหนที่ให้ผลตอบแทนเราสูงสุดกันแน่ โดยผมจะแบ่งเป็น2ตารางคือ บัตรเครดิตที่ให้เป็นคะแนนสะสม กับบัตรเครดิตที่ให้เป็นเงินคืนครับ
ตารางแสดงผลตอบแทนจากคะแนนสะสม
ตารางแสดงผลตอบแทนจากเครดิตเงินคืน
ถ้าให้สรุปผลจากตาราง ในกรณีที่คุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้จ่ายทั่วไป ไม่ได้เจาะจงหมวดใด หรือที่ใดเป็นพิเศษ ผมจะขอแนะนำบัตรเครดิตดังนี้
อันดับที่3 Citibank Cash Back&Citibank Rewards
อันดับ3 ผมคิดว่าเป็นบัตรเครดิตเบอร์1 ในใจใครหลายๆคน ซึ่งรวมถึงตัวผู้เขียนบทความเองด้วย นั่นคือบัตรเครดิต Citibank นั่นเอง ส่วนตัวผมมองว่า Citibank เป็นบัตรเครดิตที่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องค่าปรับและค่าธรรมเนียม รวมถึงยอดใช้จ่ายในการ Waive ค่าธรรมเนียมรายปีก็ค่อนข้างสูงกว่าบัตรเครดิตเจ้าอื่น แต่กลับกันก็เป็นบัตรเครดิตที่ Call center ติดต่อง่าย รวมถึงโปรโมชั่นร่วมกับร้านอาหารและร้านค้าที่หลากหลาย ผมจึงขอยกอันดับ3 ให้กับบัตรเครดิต Citibank นี้เลยครับ
สำหรับข้อพิจารณาว่าควรเลือก Cash Back หรือ Rewards ดี ผมขอตั้งข้อสังเกตดังนี้
1. เงื่อนไขในการ Waive รายปี Cash back ใช้เพียง 60,000 บาท/ปี แต่ Rewards ใช้ถึง 100,000 บาท/ปี
2. ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในการใช้บัตรเครดิตตามร้านอาหาร หมวดท่องเที่ยว และมีการใช้จ่ายที่ต่างประเทศ ผมแนะนำให้ใช้ Rewards น่าจะดีกว่า เพราะให้แต้มถึง 5เท่าเลย และในช่วงเดือนเกิด แต้มจะสูงถึง7เท่าเลยครับ
ทั้งนี้ จริงๆแล้ว Citibank ก็ยังมีบัตรเครดิตสำหรับกลุ่มมือใหม่ให้เลือกใช้อีกมากมาย อาทิเช่น Citi M Visa เหมาะกับผู้ที่เดินเดอะมอลล์ Citi BigC เหมาะกับผู้ที่เดินบิ๊กซี Citi Makro เหมาะกับผู้ที่เดินแมคโคร ไงลองหารายละเอียดเพิ่มเติมดูได้นะครับ
อันดับที่2 TMB So Smart&TMB So Fast
แม้ว่าผมจะไม่ได้เคยใช้บริการบัตรเครดิตเจ้านี้ก็ตาม แต่ก็ขอยกอันดับที่2 ให้กับ TMB So Smart และ TMB So Fast อันเนื่องมากจากผลตอบแทนที่มากถึง 1% ชัดเจน เน้นๆ แถมฟรีค่าธรรมเนียมรายปีแบบไม่มีเงื่อนไขอีก เรียกได้ว่าบัตรเครดิต TMB นี่น่าสนใจมากๆครับ แต่ข้อสังเกตคือ โปรโมชั่นร่วมกับร้านค้าจะยังไม่หลากหลายเท่ากับอันดับ 3 เท่าไร แต่ถ้ามีโปรร่วมเมื่อไรก็จัดหนักอยู่เหมือนกัน อย่างใช้จ่าย 500 คืน 100 บาทจากร้านที่ร่วมรายการ ซึ่งถือว่าคืนเยอะมากอยู่ครับ
แต่ถ้าถามว่าเลือก So Smart หรือ So Fast ดีกว่ากันล่ะ ส่วนตัวผมเชียร์ So Smart อยู่มากกว่าเล็กน้อยนะ เพราะได้เป็นตัวเงินเลยจริงๆครับ ส่วน So Fast ต้องรอให้ครบ 5,000 คะแนนก่อน ถึงแลกเป็นเครดิตเงินคืนได้ 500 บาทครับ
จริงๆ TMB จะมีบัตรเครดิตอีกใบหนึ่งคือ So Chill ซึ่งเด่นไปที่ดอกเบี้ยจากกดเงินสดจากบัตรจะน้อยกว่าบัตรเครดิตอื่น แต่จุดเด่นนี้ เป็นจุดเด่นที่ขัดกับกฎข้อที่1 และ2 ของผมอย่างแรง จึงไม่ขอแนะนำให้ทำนะครับ
อันดับที่1 First Choice Platinum
มาแรง แหกโค้ง แซงอันดับที่2 เข้าวินสู่อันดับ1 ร่วมไปอย่างน่าฉงน เหตุผลหลักๆคือ โปรโมชั่นเครดิตเงินคืนอันดุเดือด อันต่อเนื่องมาเกือบปี จนผลตอบแทนแซงอันดับที่2 ทิ้งไปอย่างไม่เห็นฝุ่น ซึ่งต่อเนื่องยาวนานมาปีกว่าๆแล้ว
ผู้อ่านหลายคนคงยังมองภาพว่า First Choice ทำตลาดล่าง ให้กู้เฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย บางคนอาจดูถูก first choice ด้วยซ้ำไป อี๊!!! บัตรกดเงินสด สินเชื่อ อะไรฉันไม่อยากมีหรอก ผมอยากให้ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ดู การเลือกใช้บัตรเครดิตตามผลตอบแทนที่ให้ผู้บริโภคได้เยอะ น่าจะดีกว่าการยึดติดภาพเก่าๆ ซึ่งช่วงหลังผมรู้สึกว่า กลุ่มสินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อย เริ่มเข้ามาจับตลาดกลางเยอะขึ้น อย่าง First Choice Platinum ใบนี้ หรือ AEON ROP/Gold หรือแม้แต่ Umay Plus Premier ซึ่งเหล่านี้จับกลุ่มตลาดผู้มีรายได้ตั้งแต่ 15,000-20,000 บาทขึ้นไปครับ
การคืนเงินของบัตรเครดิตเจ้านี้ ไม่ต้องรอนานถึง 60วันแบบเจ้าอื่นๆ หมดโปรสิ้นเดือนปุ๊บ วันที่5 ของเดือนถัดมาคืนเงินทันที เรียกได้ว่าจริงใจ ไม่ลีลา ทำให้คนมีเงินหลายๆคนยังเลือกใช้บัตรนี้เป็นบัตรหลักเลยทีเดียว
การวิเคราะห์ผลตอบแทนของโปรโมชั่นบัตรเครดิต First Choice Platinum ผมขอทำการวิเคราะห์แยกต่างหาก เนื่องจากเป็นโปรโมชั่นเฉพาะเดือนครับ
จะเห็นได้ว่าที่จุดคุ้มทุนสูงสุดคือ 58,000 บาทจะได้ผลตอบแทนสูงถึงเกือบ 4% เลยทีเดียว หากคุณชัดเจนว่าจะรูดเกิน 5,000 บาทต่อเดือนอยู่แล้ว บัตรเครดิต First Choice Platinum คือคำตอบของคุณจริงๆ ซึ่งจริงๆแม้ว่าเดือนนี้จะมีเพื่อนร่วมค่ายอย่างบัตรเครดิตกรุงศรีเข้ามาร่วมโปรโมชั่นเงินเหมือนกับFirst Choice แต่เงื่อนไขยุ่งยากกว่ากันเยอะ ผมเลยคิดว่าไม่น่าสนใจสักเท่าไรครับ
สรุปผลการวิเคราะห์
ผมมองผู้ใช้ตลาดบัตรเครดิตในเมืองไทย จะอยู่ในกลุ่มที่2 ซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งให้ผมคาดการณ์แล้ว คนส่วนใหญ่จะเลือกใช้บัตรเครดิตที่ชื่อคุ้นหูหรือเจ้าตลาดอย่างแบงก์เขียว แบงก์ม่วงมากกว่า ซึ่งจากตารางวิเคราะห์เห็นได้ว่าผลตอบแทนที่ได้คืนมานั้นค่อนข้างแย่ถึงแย่ที่สุด อีกทั้งจากประสบการณ์ตรงที่โทรเข้า Callcenter เมนูค่อนข้างซับซ้อน กว่าจะได้คุยกับพนักงานก็หงุดหงิดตายเลย ส่วนตัวผมเองเลยไม่สนับสนุนในการใช้บัตรเครดิตจากกลุ่มนี้แม้แต่น้อย กลับกลายเป็นค่อนข้างเชียร์บัตรเครดิตที่บุกเบิกมาจากตลาดล่างอย่าง first choice ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากๆ หรือ TMB ที่ให้ผลตอบแทนโอเคแถมไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี หรือ Citibank ที่ Callcenter ค่อนข้างโอเค และผลตอบแทนกลางๆครับ
ยังต้องขอเน้นอีกรอบว่า การจัดอันดับในครั้งนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวและเป็นการจัดอันดับภาพรวมในกลุ่มบัตรเครดิตระดับพื้นฐานเท่านั้น แต่หากคุณเองมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ต้องการเติมน้ำมันอย่างเดียว การเลือก Thanachart Drive Mastercard ก็เป็นบัตรเครดิตที่น่าสนใจ หรือเข้าแต่โลตัสเป็นประจำ บัตรเครดิตเทสโก้โลตัสคงเป็นตัวเลือกที่คุณอยากเลือกอันดับหนึ่งแน่นอน ทั้งนี้หากคุณมีรายได้มากกว่านี้ ตัวเลือกของบัตรเครดิตก็จะเพิ่มขึ้นด้วยอย่างแน่นอนครับ
ส่วนตัวผมเองที่จัดอันดับ1-3 ตามนี้ก็จริง แต่ในความเป็นจริง บัตรเครดิตใบหลักที่ผมใช้อยู่ก็คือ Citibank M Select เพราะเป็นการสะสมไมล์ครับ อีกทั้ง TMB ผมเองก็ยังไม่เคยมีบัตรเครดิตเจ้านี้เลย ดังนั้น ลองพิจารณาความต้องการของตัวเองก่อนเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับตัวเองด้วยนะครับ ![]()
![]()
ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิก eri_SE เว็บไซต์ http://pantip.com/topic/34207677
เรียบเรียงโดย Thaijobsgov












