เตรียมลุ้น ! มนุษย์เงินเดือนอาจจ่ายประกันสังคมเป็นเดือนละ 1,000 บาท



กฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่ มีสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกันตนอาจต้องจ่ายสมทบเพิ่มสูงสุดจากเดือนละ 750 เป็น 1,000 บาท

          วันที่ 14 ตุลาคม 2558 นายโกวิท สัจจวิเศษ รักษาการเลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. เปิดเผยว่า  จากกรณีที่จะมีการประกาศใช้กฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่นั้น จะทำให้สำนักงานประกันสังคมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 4,500 ล้านบาท เนื่องจากมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในหลายกรณี  

          ทั้งนี้ นายโกวิท ระบุว่า ได้มีการเตรียมแนวทางเพื่อเพิ่มเงินใส่กองทุน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อกองทุนในระยะยาว คือ

          1. การขยายฐานเงินเดือนของผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบจากเดิมต่ำสุด 1,650 บาทต่อเดือน และสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ควรจะเพิ่มฐานเงินเดือนต่ำสุดที่ 3,000 บาทต่อเดือน และสูงสุดกว่า 20,000 บาทต่อเดือน 

          2. ปรับแนวทางการลงทุน โดยมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น การซื้อที่ดิน อาคาร ซึ่งกฎหมายฉบับใหม่เปิดช่องให้ทำได้ รวมทั้งแก้ไขระเบียบให้การลงทุนต่างประเทศทำได้คล่องตัวมากขึ้น
  
          อย่างไรก็ดี นายโกวิท กล่าวว่า การจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนนั้นมีเพดานสูงสุดอยู่ที่ฐานเงินเดือน 15,000 บาท จ่ายสมทบไม่เกิน 750 บาท ซึ่งหากมีการปรับฐานเงินเดือนไปอยู่ที่ 20,000 บาทนั้น ต้องจ่ายสมทบไม่เกิน 1,000 บาท

[ads]
 

สิทธิประกันสังคม
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน


          สำหรับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตาม พ.ร.บ. ฉบับใหม่ มีความครอบคลุมเพิ่มขึ้นในหลายกรณี ทั้งกรณีที่ผู้ประกันตนเจ็บป่วย ตาย ทุพพลภาพ ว่างงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร และที่สำคัญคือ มีการกำหนดมาตรการตรวจสอบเพื่อกำกับดูแลความโปร่งใส และความมีมาตรฐานจากเดิมที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังเช่นรายละเอียดดังต่อไปนี้

           1. หากผู้ประกันตนประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับเพิ่มค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

           2. ผู้ประกันตนจะได้รับค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ ซี่งปัจจุบันไม่ครอบคลุมในส่วนนี้

           3. ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเรื้อรังหรือทุพพลภาพและถึงแก่ความตาย จะได้รับเพิ่มสิทธิประโยชน์ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ

           4. ผู้ประกันตนที่ทำให้ตนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย หรือสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกายไม่ถึงร้อยละ 50 ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทน จากเดิมไม่ได้รับสิทธิ

           5. ผู้ทุพพลภาพก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ซึ่งเป็นวันที่สำนักงานประกันสังคมได้แก้ไขกฎหมายเพื่อขยายความคุ้มครองผู้ทุพพลภาพ ส่งผลให้ผู้ทุพพลภาพ 2 กลุ่มได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เท่ากัน คือ กลุ่มหนึ่งได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 15 ปี และอีกกลุ่มได้รับตลอดชีวิต ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตลอดชีวิตเท่าเทียมกัน

           6. กรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนจะมีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ๆ ละ 13,000 บาท รวมกับเงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน

           7. กรณีสงเคราะห์บุตร สำหรับบุตรแรกเกิดถึง 6 ปี มีสิทธิ์ได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน เหมาจ่ายรายเดือน ๆ ละ 400 บาทต่อคน

           8. กรณีว่างงาน เพิ่มความคุ้มครองกรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่น โรงงานถูกน้ำท่วม ต่างจากในปัจจุบันที่ผู้ประกันตนมีสิทธิ์ได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออกเท่านั้น

           9. สำหรับเงินสงเคราะห์ผู้เสียชีวิต ถ้าจ่ายเงินสมทบมาอย่างน้อย 36 เดือน แต่ไม่ถึง 120 เดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับ 50 เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้างรายเดือน คูณด้วย 4 (เท่ากับค่าจ้างประมาณ 2 เดือน) จากเดิมจ่ายแค่ 1.5 เดือน แต่ถ้าผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือน ให้จ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้าง คูณด้วย 12 (เท่ากับค่าจ้างประมาณ 6 เดือน) จากเดิมจ่ายแค่ 5 เดือน

           10. พ.ร.บ. ฉบับใหม่ กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อกำกับดูแลความโปร่งใส ได้มาตรฐาน โดยผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการประกันสังคม จะต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบที่กำหนด และต้องแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ด้วย

          ทั้งนี้ประชาชนหรือผู้ประกันตนที่ต้องการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคม หรือเว็บไซต์ และสายด่วน 1506

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก http://news.voicetv.co.th/thailand/271335.html

 

[ads=center]