การกดสิวที่ไม่ถูกวิธีนอกจากจะทำให้เกิดการอักเสบแล้วยังมีโอกาสทำให้เกิดแผลเป็นตามมา รวมถึงการลุกลามของสิวเม็ดข้างเคียงของบริเวณที่กด ดังนั้นต้องรู้หลักการกดสิวที่ถูกต้องคะ
[ads]
วิธีการกดสิวที่ถูกต้องมี 2 วิธีตามเทคนิคแพทย์
ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดโทนเนอร์ ก่อนทำการกดสิวทุกครั้ง ไม่ควรใช้มือบีบ เพราะผิวจะช้ำเกิดรอยดำหลังการทำที่ยากต่อการแก้ หากบริเวณนั้นมีสิวอีกเสบปะปน สามารถทาครีมลดการอักเสบสิวจำพวกที่ช่วยในเรื่องการฆ่าเชื้อสิวเชื้อแบคทีเรียก่อนและหลังการกดสิวได้
เทคนิค: คุณต้องแทงลงไปที่รูขุมขน ดังนั้นคุณจะไม่เจ็บและไม่มีเลือดออกขณะแทง การกดเพียงแค่เปิดรูที่แทงให้กว้างออกเท่านั้น และแทงลงไปเพียงนิดเดียว ก็สะกิดง่ายแล้วกดง่ายแล้ว
สิวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ เวลาเพ่งมองดูที่ผิวหน้าจะเห็นรูขุมขน ให้บรรจงใช้เข็มที่แหลมเล็ก แทบลงไปเพียงแค่ปลาย หลังจากนั้นใช้ดึงปลายเข็มออกและใช้ที่กดสิวกดออก จะเห็นชัดเลยว่าหลุดออกง่ายมาก และต้องออกทั้งหัวเลย แสดงว่าเม็ดนั้นหลุดแน่ และจะไม่เกิดซ้ำอีก แล้วทายาฆ่าเชื้อสิว หรือ ยากลุ่ม CM ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ทาให้ทั่ว แต่หากเอาหัวสิวออกไม่หมด จะมี 2 อย่างที่จะตามมา คือสิวอุดตันที่เกิดซ้ำในที่เดิม หรือกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา
สิวอักเสบหนองสุก (กรณีหากมีความจำเป็นต้องเอาออก)
ตามปกติสิวอักเสบเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วต้องมีรอยแดงช้ำจากสิวเป็นปกติ รอให้กลายเป็นหนองให้หมดจนสิวเต่งดีแล้วค่อยใช้ปลายเข็มสะกิดบริเวณหนอง แล้วกดเอาหนองออกจนหนองหมดกลายเป็นเลือดแดงๆ แล้วทา CM ต่อด้วยอโลเจลทับ
สิวอุดตันหัวปิด (เอาออกยากกว่า แต่บางครั้งก็จำเป็นเพราะเมื่ออายุมากขึ้น เวลาทิ้งไว้นาน แม้มันไม่อักเสบแต่เวลาที่สิวหลุดออกมา มักกลายเป็นหลุมสิวแบบแท่งๆ ซึ่งรักษายากมากกว่าหลุดสิวแบบกว้างๆ ที่เป็นแบบกดกระทะ วิธีก็คล้ายๆกันกับการสะกิดเอาสิวอุดตันแบบหัวเปิดนั้น แต่เวลาที่แทงเข็มเข้าไป หากโชคดี คือเข็มไปเปิดเซลล์ผิวที่ปิดตัวอยู่ ให้ออกเวลากดก็จะออกง่าย ออกทั้งหัวเหมือนกัน แต่หากแทบไม่ถูกจุดหรือ รูขุมขนไม่เอื้ออำนวยก็จะรู้สึกเจ็บ เวลาแทงเข้าไป กดออกไม่ออก
การกดสิวด้วยตัวเองไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยจะเหมาะคนที่เป็นสิวไม่มากนัก และคนที่เป็นสิวหัวเปิด สิวหัวดำ สิวหัวปิดหัวขาว หรือสิวอักเสบบางกรณี ทั้งนี้ ต้องรู้จักคาดการณ์ด้วยตัวเองว่าสิวที่กำลังเปล่งอยู่นั้น ถ้ากด บีบ ออกมาแล้วผลจะออกมาทางบวกหรือทางลบมากกว่ากัน ถ้าไม่มั่นใจจริงๆควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
[ads=center]
