เชื่อว่าใครๆก็เคยเป็นสิว และแม้ว่าสิวจะหายไปแล้ว แต่ร่องรอยบางอย่างกลับยังคงอยู่ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่เป็นปัญหาสำคัญมากๆ เพราะกว่าแผลจะหายสนิทก็ว่าใช้เวลานานแล้ว แต่การจะรักษาให้รอยแผลที่เคยมีจางลงไป ยิ่งใช้เวลานานมากไปใหญ่ หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปค่ะ เพราะเรามีวิธีการดีๆที่จะช่วยลบรอยแผลจากสิวมาฝากกัน จะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ตามมาดูเลยค่ะ
รอยแผลเป็นจากสิว
รอบแผลเป็นจากสิวแบ่งออกตามลักษณะต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้
1.รอยอักเสบแดง ช้ำเป็นจ้ำ รอยสิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นรอยแดงที่เกิดจากการอักเสบซ้ำแล้วซ้ำอีก
2.รอยสิวสีดำหรือสีน้ำตาล รอยสิวนี้เกิดขึ้นเมื่อกระบวนการสมานเนื้อเยื่อและการสร้างเซลล์เม็ดสีผิวไม่สมบูรณ์ ทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล แม้ว่าสิวเม็ดนั้นจะหายสนิทแล้วก็ตาม
3.รอยแผลเป็นชนิดบุ๋ม รอยแผลชนิดนี้เกิดขึ้นจากการที่เนื้อเยื่อบนชั้นผิวถูกทำลาย และไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ได้ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการบีบสิวจนทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย
[ads]
รอยแผลเป็นจากสิว มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ใบหน้าของเราหมองคล้ำลงไปได้อย่างมาก โดยเฉพาะคนไหนที่มีนิสัยชอบแคะ แกะ เกา และบีบสิวบนใบหน้าด้วยแล้ว ก็จะมีผลให้รอยสิวยิ่งช้ำรุนแรงมากขึ้นไปอีก หากคุณเคยลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อลบเลือนริ้วรอยมาแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้อีกด้วย เราอยากแนะนำให้คุณได้ลองวิธีการธรรมชาติเหล่านี้ ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริง แต่จะจริงแท้แค่ไหนต้องไปพิสูจน์กันเองได้เลย
การกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวด้วยวิธีธรรมชาติ
1.หอมแดง
ในหอมแดงจะมีสารตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรียบนผิวหนังได้ดี ดังนั้น แค่คุณนำเอาหอมแดงมาปอกเปลือกให้เกลี้ยง ล้างน้ำให้สะอาด แล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ ก่อนจะนำมาโปะไว้บนจุดที่มีรอยด่างดำจากสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเช่นนี้ติดต่อกัน 3-4 วัน รอยด่างดำที่เคยมีก็จะดูจางลงได้อย่างชัดเจน
2.มะละกอ
มะละกอช่วยลดรอยแผลเป็นหรือรอยด่างดำจากสิวได้ดี เนื่องจากในเนื้อมะละกอจะมีเอ็นไซม์ชนิดหนึ่งที่ทำให้เนื้อเยื่อที่ตายแล้วหลุดลอกออกได้โดยง่าย ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวผลัดเซลล์ได้เร็วขึ้น วิธีการบำรุงผิวทำได้ง่ายๆโดยการปอกเปลือกมะละกอสุกออกให้หมด จากนั้นล้างยางให้สะอาดแล้วบดให้ละเอียด ก่อนจะนำไปพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด การทำเช่นนี้เป็นประจำจะช่วยให้รอยสิวจางลงจนหายเป็นปกติได้ไวขึ้นอย่างแน่นอน
3.ใบบัวบก
ใบบัวบกช่วยลดรอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ ที่จะช่วยต่อต้านการเกิดสารอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวหน้าของเราได้ด้วย เมื่อบำรุงด้วยใบบัวบกอย่างสม่ำเสมอ รอยดำที่มีก็จะจางลงได้อย่างง่ายดาย สูตรนี้ทำได้ไม่ยากเลยเพียงแค่นำเอาใบบัวบกไปปั่นหรือตำให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออก เพียงเท่านี้ สารสำคัญในใบบัวบกก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าของคุณให้กระจ่างใสไร้รอยสิวได้แล้ว
4.มะนาว
กรดอ่อนๆในมะนาวมีความสามารถในการลอกเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วได้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวใหม่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย วิธีการก็ไม่ยากอีกเช่นเคย แค่ลองบีบน้ำมะนาวออกมาสัก 1-2 หยด ก่อนจะนำมาแต้มที่รอยสิวแล้วทิ้งไว้ 10-15 นาที เมื่อครบเวลาก็ล้างออก เพียงเท่านี้ ก็มีหน้าใสๆไร้สิวได้แล้ว
การรักษารอยแผลเป็นจากสิวจะเป็นเรื่องง่าย หากคุณเลือกใช้สารที่ถูกต้องกับผิวหน้า ซึ่งจะเห็นผลช้าหรือเร็ว ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความรุนแรงของรอยแผลเป็นของแต่ละคนด้วย แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด ต้องพยายามอย่าบีบสิวเลยดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลารักษาให้เหนื่อยด้วย
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก beauty24store.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


