เมื่อห้ามที่จะ ‘กิน’ ไม่ได้ ก็ต้องเลือกที่จะ ‘เบิร์น’ ให้ได้มากขึ้นแทน แต่จะต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถกระตุ้นระบบการเผาผลาญในร่างกายได้มากขึ้น เพื่อที่จะทำให้การกินของเรามีความสุขมากยิ่งขึ้น วันนี้เรามีคำตอบให้คุณค่ะ
วิธีกระตุ้นระบบการเผาผลาญร่างกาย
1. ดื่มน้ำให้ถูกเวลา
ผลการศึกษาของนักวิจัยของ Virginia Tech แห่งเมืองแบล็กส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย (Blacksburg, Virginia) กล่าวไว้ว่า “คนที่ดื่มน้ำในแก้วขนาด 8 ออนซ์ (ounce) ประมาณ 8-12 ครั้งต่อวัน จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญสูงขึ้นกว่าคนที่ดื่มเพียง 4 ครั้ง”
นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้ได้ประมาณครึ่งลิตรหลังตื่นนอนก่อนอาหารเช้า ยังเป็นการกระตุ้นระบบขับถ่ายของคุณให้คล่องและโล่งสบายท้องมากขึ้น แต่ถ้าจะให้ดีไปกว่านั้น ลอง ‘บีบมะนาว’ ตามลงไปด้วย จะยิ่งช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้เพิ่มขึ้นได้อีกหลายเท่า เพียงเท่านี้ คุณก็พร้อมต่อการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่มีความสุขสุดๆได้แล้วละค่ะ
2. ตื่นเช้าให้เป็นนิสัย
หลายคนเลือกที่จะใช้เวลาทำงานตอนดึกๆแล้วตื่นนอนตอนสายๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลย เพราะจะทำให้ระบบล้างสารพิษในร่างกายเลื่อนเวลาทำงานออกไปช้าลง และระบายพิษออกไปได้ไม่หมด หากคุณสามารถปรับเวลาการตื่นนอนให้เช้ามากขึ้นกว่าปกติได้ ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มระบบการเผาผลาญพลังงานภายในร่างกายได้ดีมากขึ้นแล้ว ลองปรับตั้งนาฬิกาปลุกให้เร็วขึ้นกว่าเวลาเดิมสัก 30 นาที สิค่ะ แล้วมาดูความเปลี่ยนแปลงด้านดีๆที่จะเกิดขึ้นกับคุณกัน
[ads]
3. อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว
ไม่ใช่ว่าการอดอาหารจะทำให้ร่างกายผอมลงเพียงวิธีเดียวเท่านั้น แต่การทานอาหารครบทุกมื้อก็มีส่วนช่วยให้คุณผอมลงได้เช่นกัน เพราะการทานอาหารอย่างต่อเนื่องจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และมีผลให้ระดับของฮอร์โมนอยู่ในภาวะที่สมดุลได้มากขึ้น ทั้งนี้ การกินอย่างต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่า จะต้องกินเยอะหรือกินไม่หยุด แต่ต้องกินให้มีระบบ ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า “ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน คุณควรจะต้องกินอาหารเช้า เพื่อกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญอาหาร จากนั้นก็กินอีกในทุกๆ 3-4 ชั่วโมง โดยมื้อสุดท้ายให้กินล่วงหน้าก่อนนอนอย่างน้อยที่สุด 1 ชั่วโมง”
4. จัดโปรตีนทุกมื้อ
โปรตีนทุกชนิดเป็นตัวกระตุ้นและส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญอาหารได้ดีมากกว่าสารอาหารประเภทอื่นๆ อย่างไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่า “ตั้งแต่เริ่มการกัด เคี้ยว กลืน จนกระทั่งถึงขั้นย่อยอาหาร ก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 30% แล้ว”
โปรตีนที่เราแนะนำก็มีอยู่หลายแบบ ถ้าเป็นแบบที่เบสิกที่สุดก็คงจะเป็นโปรตีนจาก “ไข่” เพราะไข่สามารถให้โปรตีนแก่คุณแบบเต็มที่ 100% แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรรับประทานเป็นไข่ต้มหรือไข่ดาวที่ทอดด้วยน้ำ จะช่วยลดปริมาณไขมันได้ดีมากกว่า
นอกจากนี้ พวก “อัลมอนด์ ถั่วลิสง หรือมะม่วงหิมพานต์” ก็สามารถเพิ่มโปรตีนและไขมันดีให้แก่คุณได้เช่นกัน เหมาะอย่างยิ่งกับการติดกระเป๋าสำรองไว้ตอนหิว เพราะทั้งมีประโยชน์และสามารถสร้างความอิ่มท้องไปได้ในเวลาเดียวกัน
5. เน้นการออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูงเป็นช่วงๆ
การออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูงเป็นช่วงๆ จะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น การออกกำลังเช่นนี้มีหลายรูปแบบให้คุณเลือก เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน กระโดดเชือก เป็นต้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การออกกำลังกายในรูปแบบนี้สามารถเผาผลาญไขมันได้เร็วกว่าแบบปกติถึง 9 เท่า
โดยวิธีการเล่นที่ขอแนะนำจะต้องเริ่มต้นด้วยความเร็วปานกลางประมาณ 1 นาที จากนั้นจึงเร่งเครื่องให้มีแรงต้านในระดับ 90-95% ของอัตราการเต้นหัวใจราวๆ 15-20 วินาที แล้วจึงผ่อนความเร็วลงสู่ระดับปานกลางเหมือนเดิมอีก 1 นาที ก่อนจะเร่งเครื่องขึ้นมาอีกครั้ง 15-20 วินาที ทำเช่นนี้วนลูป ช้า-เร็ว-ช้า-เร็ว ไปเรื่อยๆจนครบ 15 นาที ก่อนจะ cool down ช้าๆประมาณ 5 นาที การใช้เวลาออกกำลังกายเพียงแค่ 20 นาทีแต่ทำสลับเร็วและช้าเป็นช่วงๆเช่นนี้ จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าการออกกำลังกายในระดับเท่าเดิมอย่างแน่นอน
6. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
หากคุณไม่มีกล้ามเนื้อ ไขมันก็จะเกิดการสะสมในร่างกายมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม การที่คุณมีกล้ามเนื้อในปริมาณมาก ก็จะมีผลช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดีมากขึ้น มากไปกว่านั้น การมีกล้ามเนื้อยังมีส่วนช่วยให้กระแสเลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น และมีพละกำลังมากขึ้นโดยไม่ต้องกินอาหารเพิ่มมากขึ้นเลยด้วย
‘อายุ’ ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้กระบวนการการเผาผลาญถดถอยช้าลง หากเราสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวไว้ข้างต้นได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณจะแก่แค่ไหนระบบเผาผลาญก็ยังฟิตเปี๊ยะ และยังช่วยให้มีสุขภาพดีแบบไม่อ้วนลงพุงได้อีกด้วย ลองนำไปทำตามกันเยอะๆนะคะ ได้ผลดีแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก manager.co.th
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


