หลายคนอาจเคยเข้าใจว่า ‘ยา’ ห้ามทานคู่กับ ‘นม’ แต่นั้นถูกต้องเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น ยังมีข้อห้ามอีกหลายประการที่เราจำเป็นต้องจำให้ได้ เพื่อให้การทานยาของเรามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคมากที่สุด วันนี้เราจึงขอมาแนะนำความรู้ดีๆเกี่ยวกับการทานยาให้ถูกต้อง และทานยาให้ได้ผล เพื่อให้ฤทธิ์ของยาที่ทานเข้าไปเหมาะสมพอดีกับที่ร่างกายต้องการ ไม่ยับยั้งฤทธิ์ยา หรือ เสริมฤทธิ์จนเกินขนาด วิธีที่ว่ามีดังต่อไปนี้
[ads]
1. ยาแก้ปวดลดไข้ พาราเซตตามอน และแอสไพริน ไม่ควรกินขณะท้องว่าง
ยาจำพวก ‘แอสไพริน’ อาจเกิดการกัดกร่อนกระเพาะได้ ดังนั้นจึงไม่ควรทานตอนท้องว่าง และห้ามทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะไปเสริมฤทธิ์ให้เกิดผลข้างเคียงของยาที่รุนแรงมากขึ้นได้
2. ยาแอนตี้ฮีสตามินประเภทแก้หวัดหรือลดน้ำมูก
ยาแอนตี้ฮีสตามินประเภทแก้หวัดหรือลดน้ำมูกก็ห้ามทานร่วมกับแอลกอฮอล์เช่นกัน เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไปเสริมฤทธิ์ให้คุณเกิดอาการง่วงซึมหนักมากกว่าที่เคยเป็น ที่สำคัญอาจมีอาการหัวใจเต้นแรง และปากคอแห้งหนักกว่าเก่า ส่วนการทานยาประเภทนี้คู่กับน้ำผลไม้ก็ไม่แนะนำเช่นกัน เพราะน้ำผลไม้จะไปลดประสิทธิภาพของยาให้ต่ำลง ทำให้การทานยาไม่สามารถรักษาโรคที่คุณเป็นอยู่ได้ดีเท่าเดิม
3. ยาแอนตี้ไบโอติก หรือยาประเภทรักษา หู คอ จมูก พวกเตตร้าไซคลิน
รู้ไว้เลยว่า ยาเหล่านี้ห้ามทานร่วมกับนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนมจืด นมหวาน นมเปรี้ยวก็ล้วนแต่ไม่เหมาะสมทั้งสิ้น นอกเหนือจากนมแล้ว เนยหรือชีสก็ห้ามด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพราะตัวยามีโอกาสจะไปจับกับแคลเซียมที่อยู่ในนมหรืออาหารเหล่านี้ และส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมตัวยาเข้าสูผนังลำไส้ ก่อนจะเข้าสู่กระแสเลือดได้ ยาที่เราทานไปก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะสุดท้ายก็ถูกขับออกมากับกากอาหารที่เราขับถ่ายออกมาในที่สุด เปลืองทั้งเงิน เสียทั้งความรู้สึกจริงๆ
4. ยารักษาอาการหอบหืด
หากคุณต้องการทานยาเพื่อรักษาอาการหอบหืด ห้ามทานยาร่วมกับเครื่องดื่มคาเฟอีนทุกชนิดเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ เหล้า หรือเบียร์ ก็ไม่ควรทั้งนั้น หรือถ้าจะให้ดีก็ควรงดเครื่องดื่มประเภทนี้ไปเลยตลอดทั้งชีวิต เพราะไม่ว่าจะดื่มตอนไหน เครื่องดื่มที่ว่ามานี้ก็มีแต่จะทำให้อาการหอบหืดที่คุณเป็นอยู่แย่ลงได้ทั้งนั้น
5. ยาลดการอักเสบ
ยาลดการอักเสบที่ว่านี้ เช่น ไอบรูโพรเฟน(Ibuprofen), ไดโคลฟิแนค(Diclofenac), ไพร็อกซิแคม (Piroxicam), แอสไพริน (Aspirin) ซึ่งเมื่อทานไปแล้วจะเกิดการระคายกระเพาะมากกว่าปกติ ดังนั้น จึงไม่ควรทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะทานพร้อมกันหรือทานในระหว่างที่ยาออกฤทธิ์ก็ห้ามเด็ดขาด หากไม่ทำตามคุณก็มีสิทธิที่จะเกิดแผลในกระเพาะได้ง่ายมากขึ้นแน่นอน แล้วก็คงต้องนอนปวดท้องไปอีกหลายวันเลยละ
6. ยาประเภทป้องกันการเกิดลิ่มเลือด หรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด
ยาชนิดนี้ เช่น Warfarin เป็นต้น เป็นยาเฉพาะสำหรับผู้ป่วยบางประเภทและต้องระวังการรับประทานให้ดี เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้สูง สิ่งที่ต้องจำคือ ห้ามรับประทานยาเหล่านี้คู่กับอาหารที่มีวิตามินเคสูง เช่น พวกตับหมู ตับวัว ผักใบเขียว อย่างบร๊อคโคลี่ ผักขม ชาเขียว กระหล่ำปลี เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้จะไปต้านฤทธิ์ยา ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาต่ำลง
7. ยาทั่วไป
พูดถึงยาเฉพาะโรคกันไปแล้ว ขอปิดท้ายที่ยาสามัญทั่วๆไปกันบ้าง โดยปกติแล้วการทานยาทุกชนิดไม่ควรทานคู่กับชาหรือกาแฟอยู่แล้ว เพราะจะทำให้การดูดซึมของยาลดลงด้วยและร่างกายได้รับยาไม่เต็มที่ โดยถ้าคุณเป็นคนดื่มชาหรือกาแฟตอนเช้า ก็ควรทานยาหลังจากนั้นหรือก่อนหน้านั้นเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และแม้ว่าการทานอาหารประเภทที่มีนมเป็นส่วนผสมจะไม่ถูกกับยาประเภทแอนตี้ไบโอติก แต่ก็ควรระวังสำหรับการทานร่วมกับยาประเภทอื่นด้วยเหมือนกัน
หากเป็นไปได้ การทานยาคู่กับ “น้ำเปล่า” น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทั้งนี้ก็ต้องทำตามที่แพทย์แนะนำด้วยว่าควรทานก่อนหรือหลังอาหารกี่นาที เพื่อให้เกิดการออกฤทธิ์ของยาสามารถรักษาโรคที่คุณเป็นอยู่ได้อย่างเห็นผลดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก bedtaledidea.blogspot.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]