ทับทิมกรอบ : ขนมไทยที่ทำเองได้ ไม่ยากอย่างที่คิด



ทับทิมกรอบ

 

DSC04565

‘ทับทิมกรอบ’ สมัยเด็กๆ เป็ดน้ำได้ยินชื่อเมนูนี้แล้วก็คิดว่าเขาทำมาจากเมล็ดทับทิมจริงๆ พอโตขึ้นมาถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่เลย เมนูนี้เป็นอีกเมนูโปรดของเป็ดน้ำ วันนี้เลยอยากลองทำดู ไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ ไปดูกันค่ะ ว่าต้องทำยังไง  

ส่วนประกอบสำคัญ

1. แห้วต้มสุก

2.น้ำหวานเฮลบลูบอย

3.น้ำตาลทราย

4.เกลือ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

5.กะทิกล่อง (สูตรอบควันเทียน หรือ สูตรใบเตย)

6.น้ำเปล่า

7.น้ำเย็นจัด ,น้ำแข็ง

8.แป้งมัน

9.สีผสมอาหารสีชมพู (มีหรือไม่มีก็ได้)

วิธีทำตัวทับทิม

DSC04507DSC04509

1.หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 ซม

DSC04515

2.ผสมน้ำแดงเฮลบลูบอย จนได้สีที่พอใจ ถ้ากลัวสีไม่ติดดีให้ผสมสีผสมอาหารสีชมพูลงไปเล็กน้อย

DSC04517

3.เทแห้วที่หั่นลงไปแช่ในน้ำสีที่ผสม ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงให้แห้วดูดสี

DSC04522

DSC04526

4.ตักแห้วขึ้นใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำและเทลงไปคลุกกับแป้งมันในภาชนะที่เตรียมไว้

DSC04530

DSC04527
 

5.พยายามแกะเม็ดแห้วที่ติดกันออกจากกันตอนคลุกกับแป้งมัน คลุกให้ทั่วดีทั่วทุกเม็ดแล้วเทใส่ตะแกรงตาถี่ร่อนเบาๆ ให้เศษแป้งหล่นเหลือแต่ตัวเม็ดที่คลุกแป้ง

DSC04536

DSC04542

6.ตั้งน้ำให้เดือด เทตัวทับทิมลงไปต้ม ปิดฝารอให้ตัวทับทิมสุกและลอยตัวขึ้น ช้อนขึ้นดูเมื่อเห็นเนื้อแป้งใสและเปลี่ยนสีเข้มขึ้นถือเป็นการใช้ได้ ให้ปิดไฟ

***ห้ามเทตัวทับทิมลงไปต้มตอนน้ำยังไม่เดือด***

DSC04548

7.ช้อนตัวทับทิมที่สุกแล้วทั้งหมดลงแช่ในน้ำเย็นจัด อาจผสมน้ำแข็งลงไปด้วยก็ได้ เพื่อหยุดการสุกของแป้ง

วิธีทำน้ำเชื่อมและน้ำกะทิ

DSC04529

1. ตวงน้ำ 2 ถ้วยตวง ต้มจนเดือดแล้วเติมน้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวงคนให้ละลายเพื่อทำน้ำเชื่อม จำนวนน้ำตาลปรับได้ตามชอบหวานมากหวานน้อย

 DSC04551

2. แบ่งน้ำเชื่อมออกเป็นสองส่วน เมื่อน้ำเชื่อมเย็นแล้ว ให้นำตัวทับทิมแช่ลงในน้ำเชื่อม เพื่อไม่ให้ตัวทับทิมติดกันเป็นก้อน

DSC04531

DSC04535

DSC04549

 

3. ตั้งกระทะเคี่ยวกะทิด้วยไฟอ่อน ไม่ต้องให้เดือดและแตกมัน แค่พอเริ่มปุดๆ แล้วจึงผสมน้ำเชื่อมที่เหลือลงไปตามด้วยเกลือแค่ปลายช้อน ชิมให้ได้รสหวานหอมกลมกล่อมตามที่ต้องการแล้วจึงปิดไฟ กระทิกล่องสูตรอบควันเทียนหอมมากอยู่แล้วค่ะ

เตรียมเสิร์ฟ

DSC04564

        ตักตัวทับทิมลงในถ้วยตามด้วยน้ำกระทิราดตาม เพิ่มความอร่อยด้วยการเติมน้ำแข็งละเอียดหรือไม่เติมก็ได้ตามแต่ชอบ เพียงเท่านี้ก็ได้ขนมไทยแสนอร่อยที่ทำเองได้ไม่ยากแล้วค่ะ ลองทำกันดูนะคะ