เจ้าหนี้อ่านด่วน…กฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่…ห้ามขู่! ห้ามโทรตื๊อ! เด็ดขาด!



ข่าวเรื่องการทวงหนี้โหด ถือเป็นประเด็นที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ล่าสุด! กฎหมายใหม่จึงถูกร่างขึ้นมาเพื่อหวังจะช่วยเหลือลูกหนี้ให้พ้นจากการคุกคามของเจ้าหนี้ให้มากขึ้น โดยอีกไปกี่วันนับจากนี้ไป พระราชบัญญัติทวงถามหนี้ ฉบับพุทธศักราช 2558 จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยกฎหมายฉบับใหม่ห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ใช้ความรุนแรง ห้ามใช้วาจาดูหมิ่น หรือก่อความรำคาญ รวมถึงกำหนดช่วงเวลาทวงหนี้ด้วย

หากกล่าวถึงสาระสำคัญของพระราชบัญญัติทวงถามหนี้ พุทธศักราช 2558 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2558 นี้ จะเริ่มมีผลบังคับใช้หลังจากนี้อีก 180 วัน โดยกฎหมายฉบับใหม่ได้มีการทำให้ลูกหนี้ได้รับความคุ้มครองมากขึ้น ซึ่งหมายรวมทั้งลูกหนี้ในระบบและนอกระบบ ส่วนผู้ติดตามหนี้ก็จะต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการกำกับการทวงหนี้ และต้องจดทะเบียนต่อทางราชการเสียก่อน จึงจะมีสิทธิทวงหนี้แบบถูกต้องตามกฎหมายได้

 

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่ มีดังนี้
1.ห้ามไม่ให้ผู้ติดตามหนี้ ติดต่อบุคคลอื่น ที่ไม่ใช่ลูกหนี้ จะไปทวงกับบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นไม่ได้ ทวงได้เฉพาะผู้ค้ำประกันเท่านั้น

2.ห้ามไม่ให้ผู้ติดตามหนี้ กระทำการในลักษณะละเมิด และคุกคาม เช่น ใช้ความรุนแรง ใช้วาจา หรือภาษาดูหมิ่น ถากถาง เสียดสี รวมทั้งเปิดเผยความเป็นเจ้าหนี้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

3.ห้ามติดตามทวงหนี้เกินสมควรแก่เหตุ รวมถึงการติดต่อทางโทรศัพท์วันละหลายครั้ง และก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ

4.ห้ามกระทำการในลักษณะเป็นเท็จ หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการติดตามทวงหนี้ ทั้งที่ไม่มีอำนาจกระทำได้ตามกฎหมาย เช่น ทำให้เข้าใจว่า หากไม่ชำระหนี้จะถูกดำเนินคดี อายัดทรัพย์ หรือ อายัดเงินเดือน 

5.ห้ามไม่ให้ติดตามทวงถามหนี้ในลักษณะไม่เป็นธรรม เช่น เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ เว้นแต่ได้ตกลงไว้ล่วงหน้า

 

นอกจากนี้ กฎหมายยังระบุด้วยว่า การติดต่อกับลูกหนี้ ให้ติดต่อตามสถานที่ที่ลูกหนี้แจ้งไว้เท่านั้น ยกเว้นจะติดต่อไม่ได้ ส่วนเวลาติดต่อลูกหนี้ให้ทำอย่างมีขอบเขต โดยในวันทำการ จันทร์-ศุกร์ จะติดต่อได้เฉพาะเวลา 8 นาฬิกา ถึง 20 นาฬิกา ส่วนวันหยุดราชการ ติดต่อได้ในเวลา 8 นาฬิกา ถึง 18 นาฬิกา เว้นแต่ทั้งคู่ได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น

[ads]

ส่วนบทลงโทษสำหรับคนทวงหนี้ หรือ คนติดตามหนี้ ก็จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนของโทษทางอาญาจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ไปทวงหนี้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ค้ำประกัน หรือมีพฤติกรรมข่มขู่ ซึ่งมีสิทธิต้องโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท อีกทั้ง นักทวงหนี้ยังต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการกำกับการทวงหนี้ โดยต้องจดทะเบียนต่อทางราชการ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.thairath.co.th/clip/14224

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com


[ads=center]