ทำไม “แปรงฟัน” สะอาดสุดไปแล้ว ก็ยังเกิด “หินปูน” อยู่อีก คำตอบง่ายๆที่อธิบายได้ดี ก็คือ คุณนั้นยัง “แปรงฟันผิดวิธี” อยู่ ทำให้คุณอาจจะหลงลืมการดูแลซอกฟันตามจุดที่สำคัญต่างๆไป และเปิดโอกาสให้ “หินปูน” สามารถเดินทางมาสะสมตัวได้เป็นอย่างดีนั่นเอง
หินปูน คืออะไร
หินปูนในธรรมชาติเกิดจากมีเกลือที่เรียกว่า “คาร์บอเนต” ค้างเติ่งตกตะกอนอยู่ตามที่ต่างๆที่มีน้ำ เมื่อมีซากของสิ่งมีชีวิตเล็กๆหรือสารอนินทรีย์ขนาดเล็กๆมาเกาะติดนานอยู่สักหน่อย ก็จะมีการหลอมรวมตัวของธาตุแคลเซียมเป็นหินปูน ที่ไหนที่มีจุดผ่านของน้ำมีตะกอนแล้วเป็นหลุมร่อง ตรงนั้นตะกอนก็จะตกสะสม ยิ่งเยอะ ยิ่งนานก็ยิ่งเพิ่มขนาดและความแน่นหนาที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น “หินปูน” นั่นเอง
ดังนั้น คราบหินปูนจึงมักจะเกิดปริเวณซอกฟัน ระหว่างฟัน หรือเกิดที่โคนของฟันทุกซี่ในปาก เนื่องจากบริเวณนี้เหมาะสมที่สุดที่หินปูนจะมาสะสม และเกิดเป็นความสกปรกที่สร้างความทรมานใจให้แก่คุณอย่างมากมาย
อันตรายจากหินปูน มีอะไรบ้าง
1. ทำให้เลือดออกขณะแปรงฟัน คนเรามักคิดว่าเศษอาหารที่ติดที่ซอกฟัน จำเป็นต้องได้รับการแปรงฟันอย่างแรงจึงจะสามารถกำจัดเอาพวกมันออกไปได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแปรงฟันแรง ๆ ไม่สามารถกำจัดเอาหินปูนออกไปได้หมด ทำได้แต่เพียงการทำลายเหงือกจนเกิดเลือดออกขณะแปรงฟันเท่านั้น
2. เหงือกบวม สืบเนื่องจากการแปรงฟันที่รุนแรงโดยเน้นแรงกดบดลงไปที่เหงือกเพื่อหวังจะกำจัดสิ่งสกปรกออกได้อย่างหมดสิ้น การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้มีเลือดออกเท่านั้น แต่ยังทำให้เหงือกบวมอักเสบหรือเป็นแผลได้อีกด้วย
3. ฟันเหลือง ตะกอนของหินปูนจะทำให้ฟันของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ซึ่งส่งผลให้ดูเสียบุคลิกภาพไปเป็นอย่างมาก
4. มีกลิ่นปาก การมีคราบหินปูนไม่เพียงแต่แสดงออกในด้านของการมีฟันเหลืองเท่านั้น แต่แบคทีเรียที่สะสมอยู่ ก็ทำให้คุณมีกลิ่นปากที่แม้จะทำความสะอาดได้ดีเพียงใด ก็ยังไม่อาจกำจัดกลิ่นได้อย่างหมดจด
5. เหงือกร่น อันนี้เป็นปัญหาหนักที่เกิดขึ้นเมื่อมีการสะสมตัวของหินปูนเป็นก้อนใหญ่มากๆ หินปูนที่เกิดขึ้นจะเหงือกลงข้างล่าง จนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเหงือกร่นได้ในที่สุด
6. ฟันโยก ฟันห่าง และเมื่อหินปูนดันเหงือกลงมามากจนถึงจุดๆหนึ่ง เหงือกก็จะทำหน้าที่ยึดฟันได้น้อยลง เวลาที่เราเคี้ยวอาหารจึงเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดอาการฟันโยกหลุดได้มากขึ้น หรือในอีกกรณีหนึ่ง ก็คือ หินปูนจะดันให้ฟันข้าง ๆ ห่างกันออกไปได้เรื่อยๆ
7. ฟันผุ เมื่อเชื้อจุลินทรีย์ย่อยอาหารเสร็จแล้ว มันก็จะปล่อยสารที่เป็นกรดออกมา กรดนี้จะกัดกร่อนผิวเคลือบฟันให้เป็นร่อง และเมื่อปล่อยไว้ต่อเนื่องนาน ๆ ก็จะทำให้เกิดอาการฟันผุได้ในที่สุด
8. เหงือกอักเสบ เชื้อจุลินทรีย์บางจำพวก จะปล่อยสารพิษออกมาทำลายเยื่อเหงือก ทำให้เกิดเหงืออักเสบ
9. โรคปริทนต์ การที่เรามีคราบหินปูนเช่นนี้อย่างต่อเนื่องนาน ๆและไม่มีการกำจัดออกบ้างเลย จะทำให้เกิดเป็นโรคปริทนต์ได้ ทั้งนี้เพราะแผ่นคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่บนหินปูนจะกำจัดออกได้ยากกว่าบนผิวฟัน การจะกำจัดเอาแผ่นคราบจุลินทรีย์ออกได้อย่างหมดจด จึงต้องกำจัดเอาหินปูนออกให้หมดก่อนนั่นเอง
[ads]
กำจัดหินปูนอย่างไร
หินปูนไม่สามารถใช้แปรงสีฟันแปรงออกได้ และห้ามนำไม้หรือของแข็งมาแถะหินปูนเด็ดขาด เพราะนอกจากจะกำจัดหินปูนออกไม่หมดแล้ว ยังทำให้เกิดอาการเลือดไหลตามไรฟัน หรืออาการเสียวฟันได้อีกต่างหาก การจำกัดที่ดีที่สุด จึงเป็นการให้หมอฟัน “ขูดหินปูน” ด้วยเครื่องมือทางทันกรรม โดยควรเข้าพบทันตแพทย์อย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง เพื่อให้ทันตแพทย์กำจัดเอาคราบหินปูนออกให้หมด
การป้องกันหินปูนให้หายอย่างถาวร
การใช้ยาสีฟันเพื่อจัดการเรื่องหินปูนนั้นเป็นการใช้ตามหลังเมื่อหินปูนเกิดขึ้นแล้ว การแปรงฟันจึงไม่ใช่วิธีเบ็ดเสร็จสำหรับการจัดการกับตะกอนหินปูนในเชิงป้องกัน
วิธีที่ถูกต้องในการกำจัดหินปูนและป้องกันไม่ให้เกิดหินปูนอีก จึงเป็นการพยายามพิจารณาดูฟันในปากตัวเองว่ามี ร่อง หลุม หรือซอกตรงไหนบ้าง ที่จะเป็นที่ๆกักตะกอนน้ำลายหรือเศษอาหารได้ดี แล้วจึงหันไปดูแลส่วนนั้นเป็นพิเศษเสียหน่อย เช่น การใช้ไหมขัดหัน ยาสีฟันที่เพิ่มสารบางอย่างเพื่อลดการเกาะตัวของสารประกอบแคลเซียม เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็จะสามารถชะล้างคราบเศษอาหารที่ติดมา จนไม่เกิดการสะสมเป็นคราบหินปูนได้แล้ว
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก lanpanya.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]

