อาการข้อเท้าพลิก อาจดูเหมือนเป็นอาการทั่วๆไปที่ใครๆก็สามารถเป็นได้บ่อยๆ โดยเฉพาะคนไหนที่รักการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายด้วยแล้ว ความเสี่ยงด้านนี้ยิ่งสูงไปใหญ่ รวมไปถึงสาวๆที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงด้วย อาการเท้าพลิกก็ยิ่งเกิดได้บ่อยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แต่ละรายก็คงจะมีอาการพลิกมากหรือน้อยแตกต่างกันออกไป
หากเป็นอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อาการก็คงจะดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วัน ส่วนอาการที่รุนแรงก็ต้องใช้เวลาในการพักรักษาที่ยาวนานขึ้น แต่ที่แปลกก็คือ อาการเท้าพลิกจะเป็นอาการที่สามารถเป็นซ้ำได้เรื่อยๆ ยิ่งคนไหนเคยพลิกไปแล้ว คุณก็จะยิ่งมีความเสี่ยงที่สูงมากกว่าคนทั่วๆไปมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก ซึ่งการที่เป็นซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย
ในทางการแพทย์สามารถแบ่งความรุนแรงของการบาดเจ็บเช่นนี้ได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 มีการยืดหรือช้ำของเอ็น โดยอาจพบอาการบวมหรือเจ็บบริเวณเอ็นเมื่อกด
ระดับที่ 2 เอ็นฉีกขาดเพียงบางส่วน (ไม่เกินร้อยละ 50) กลุ่มนี้จะปวดและบวมค่อนข้างมากจนเดินลงน้ำหนักไม่ค่อยได้
ระดับที่ 3 เอ็นฉีกขาดของทั้งหมด ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้เลย และส่วนใหญ่จะพบว่ามีความหลวมของข้อร่วมด้วย ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่รุนแรงที่สุด
[ads]
อาการข้อเท้าหลวมเกิดเพราะอะไร
เมื่อเกิดอาการข้อเท้าพลิก 30 เปอร์เซ็นต์ของเหยื่อข้อเท้าพลิกอาจมีผลให้คุณมีอาการข้อเท้าหลวมได้ ซึ่งในบางครั้งอาจมีเหตุผลมาจากการรักษาอาการข้อเท้าพลิกที่ไม่เหมาะสม ทำให้เอ็นข้อเท้ายืด และเกิดอาการข้อเท้าหลวมตามมาได้
ผู้ป่วยมักจะรู้สึกว่า ข้อเท้าตัวเองพลิกง่าย ไม่มั่นคง บางครั้งไม่สามารถเดินเท้าเปล่าบนพื้นทรายหรือพื้นเรียบได้ หากมีอาการมากขึ้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของเส้นเอ็นนอกข้อเท้า ข้อเท้าเอียงผิดรูป และมีอาการข้อเท้าเสื่อมตามมาได้
วิธีการรักษาไม่ให้เป็นซ้ำ
1. ฝึกบริหารเอ็นบริเวณรอบข้อเท้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่อวัยวะส่วนนี้
2. ฝึกควบคุมการทรงตัวของข้อเท้า
3. ใช้อุปกรณ์เสริมที่ช่วยรัดหรือโอบอุ้มข้อเท้าเอาไว้ เช่น ที่รัดข้อเท้า เป็นต้น
4. ใช้ยาลดอาการอักเสบ
5. ผ่าตัดเย็บซ่อมแซมเส้นเอ็น ในกรณีที่การรักษาดังกล่าวไม่ได้ผลในช่วงเวลา 3 – 6 เดือน
ตัวอย่างการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
ดร.คยุงโม ฮัน จากมหาวิทยาลัยซานโฮเซสเตท เป็นผู้ออกแบบท่าบริหารข้อเท้าชุดนี้ ซึ่งควรฝึกแบบวันเว้นวัน นาน 4 สัปดาห์ โดยทำท่าละ 3 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง พร้อมทั้งหาแผ่นยางยาว 6 ฟุตมาผูกเข้ากับบานพับประตูด้านล่างให้สูงกว่าระดับข้อเท้าเล็กน้อย แล้วเอาปลายอีกด้านผูกเข้ากับสันกระดูกข้อเท้าข้างที่ไม่บาดเจ็บ
1. Front Pull
ยืนหันหลังให้ประตูแล้วเดินก้าวออกมาจนแผ่นยางตึงพอประมาณ วางเท้าข้างที่ไม่ได้ผูกยางไว้ข้างหน้าห่างไปสัก 2-3 ฟุต จิกปลายเท้าลงพื้น งอเข่าเล็กน้อยเปิดส้นเท้าขึ้น ลากเท้าข้างที่ผูกยางไปข้างหน้าจนนำเท้าอีกข้างไป 2-3 นิ้ว จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น
2. Back Pull
หันหน้าเข้าหาประตู ยืนบนเท้าข้างที่ไม่ผูกยาง งอเข่าเล็กน้อย ปลายเท้าจิกพื้น และยกส้นเท้าไว้ เริ่มต้นด้วยการวางเท้าที่ผูกยางไว้หน้าเท้าอีกข้างประมาณ 1-3 นิ้ว แล้วลากเท้าข้างที่ผูกยางไปข้างหลัง 2-3 ฟุต เหยียดสะโพกและเข่าตามไป ปลายเท้าติดพื้นไว้ส้นเท้ากระดก จากนั้นย้อนกลับสู่ท่าเริ่มต้น
3. Crossover
ยืนหันข้างที่ไม่เจ็บเข้าหาประตู แยกเท้าให้กว้างกว่าช่วงไหล่เล็กน้อย สะโพก และเข่างอเล็กน้อย เท้าข้างที่ไม่ผูกยางวางเป็นหลักไว้ ยกเท้าอีกข้างไขว้มา แล้วแตะปลายเท้าข้างเท้าอีกด้าน จากนั้นย้อนกลับสู่ท่าเริ่มต้น
4. Reverse Crossover
ฝึกท่า Crossover ซ้ำ แต่ให้เปลี่ยนมาหันข้างที่บาดเจ็บเข้าหาประตูแทน
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก manager.co.th
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]



