“หน้าฝนถนนลื่น” หนึ่งในอุปกรณ์ที่เราจำเป็นต้องดูแลให้ดี จึงเป็นล้อรถคู่ใจที่มีผลอย่างยิ่งต่อการควบคุมการเบรกของรถ หากเราละเลยการดูแลยางรถยนต์ อุปกรณ์สำคัญที่คอยยึดเหนี่ยวรถยนต์ไว้กับท้องถนน ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุน้อยใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น ว่าแต่ว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่ายางรถยนต์ของเราเก่าเกินไปและควรจะเปลี่ยนได้แล้ว วันนี้เรามีวิธีการสำรวจตรวจตรายางรถยนต์มาฝากกัน ไปตรวจเช็คความสมบูรณ์ของยางกันเลยดีกว่าค่ะ
การตรวจสอบ “ยางรถยนต์” ว่าเหมาะสมต่อการขับขี่หรือไม่
1. ตรวจอายุของยาง
การตรวจดูอายุของยางสามารถสังเกตได้ที่ “แก้มยาง” ซึ่งบริเวณนั้นจะมีชุดเลขวันที่ผลิตยางระบุเป็นตัวเลข 4 ตัว โดย 2 ตัวแรก คือ สัปดาห์ที่ยางผลิตในปีนั้นๆ ส่วน 2 ตัว หลัง คือ ปีที่ยางถูกผลิตขึ้น การตรวจอายุของยางจึงเป็นสิ่งแรกที่คุณควรเริ่มสังเกตก่อน
2. สังเกตคุณภาพเนื้อยาง
จากนั้น ให้มาลองดูกันว่าเนื้อยางมีลักษณะเป็นอย่างไร ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีหรือไม่? โดยเริ่มสังเกตจากหน้ายางกันก่อนว่า ‘มีร่องรอยของการกินยางแบบไม่สมมาตรหรือไม่’ เช่น ยางด้านในมีการกินมากกว่าด้านนอกหรือไม่
ตามมาด้วย การสำรวจเนื้อยางว่า ‘มีอาการแข็งหรือไม่’ เพราะหากยางแข็งมาก ก็ไม่มีประโยชน์ในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ยางบางรุ่นโดยเฉพาะยางสปอร์ตอาจมีการออกแบบมาให้เนื้อยางแน่นและแข็งมาก ซึ่งวิธีการทดสอบที่ดี คือ ควรนำรถไปขับวนไปวนมาสักระยะ แล้วจึงจอดตรวจสอบเนื้อยางอีกครั้ง โดยใช้เล็บจิกดู ถ้าเนื้อยางยังแข็ง ก็คงต้องถึงเวลาเปลี่ยนยางแล้วละ
3. สังเกตสภาพดอกยางที่เหลือจากการใช้งาน
ยางที่ดีต้องมีดอกยางที่เหมาะสม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกไว้ว่า เราสามารถใช้งานยางไปได้เรื่อยๆจนกระทั่งดอกยางสึกหรอเหลือต่ำสุด 1.6 มิลลิเมตร ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆจาก จุดสามเหลี่ยมเล็ก ๆ 6 จุดบนไหล่ยาง เมื่อใดที่คุณเจอสัญลักษณ์นี้แล้ว ให้มองตรงขึ้นไป ที่หน้ายาง และมองลึกลงไปที่ร่องดอกยาง คุณก็จะพบสันนูนที่ร่องยาง ซึ่งเรียกว่า สะพานยาง และเมื่อไหร่ที่ดอกยางสึกลงไปถึงสะพานยาง แสดงว่า ยางรถยนต์หมดอายุการใช้งานแล้ว เตรียมตัวเปลี่ยนยางได้เลย เพราะเนื้อยางที่น้อยลงก็จะเพิ่มโอกาสให้รถลื่นไถลได้ง่าย
4. สังเกตบาดแผลบนยาง
ลองสังเกตบาดแผลที่เกิดขึ้นบนยางดู ว่าบาดแผลนั้นๆมีความลึกลงไปถึงโครงสร้างยางภายในแล้วหรือยัง และมีความกว้างของบาดแผลมากไปหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลบริเวณแก้มยาง ไม่ควรปะซ่อมโดยเด็ดขาด แต่ควรเปลี่ยนยางใหม่ทันที
[ads]
Consumer Report หรือนิตยสารผู้บริโภคในอเมริการะบุว่ายางรถยนต์ที่มีอายุกว่า 10 ปี นั้นไม่ควรจะนำมาใช้งาน ในขณะที่ ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย เปิดเผยว่า ยางรถยนต์ที่อายุมากกว่า 6 ปี ก็เป็นยางที่ไม่ควรนำมาใช้งานแล้ว อะไรคือข้อเสียข้อมันตามมาดูเลยค่ะ
ข้อเสียของยางเก่า
1. ยางเก่าจะมีเนื้อยางแข็ง ทำให้การยึดเกาะกับพื้นผิวต่ำลง ซึ่งนั่นจะมีผลทำให้รถยนต์ของคุณจะมีอาการลื่นเมื่อขับขี่ และบังคับควบคุมการเบรกได้ยากขึ้น
2. ยางเก่ามีความเป็นไปได้สูงที่โครงสร้างภายในยางจะด้อยประสิทธิภาพลง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการยางแตกหรือยางระเบิดได้เมื่อมีการขับขี่ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆหรือต้องเดินทางไกลๆ
อย่าลืมตรวจเช็คสภาพยางอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่จะต้องเดินทางไกล เพราะยางเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะช่วยขับเคลื่อนรถยนต์ให้ไปถึงจุดหมายที่คุณต้องการแบบไร้อุบัติเหตุ ซึ่งนอกจากคุณภาพของยางที่ต้องดูแล้ว ปริมาณลมยางก็ต้องเติมเข้าไปอย่างเหมาะสมด้วย ถ้าคุณสามารถทำทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์ ก็คงทำให้รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ต้องขับรถยนต์…เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนของคุณและเพื่อนร่วมทางทุกคนค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก autodeft.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]

