จริงหรือที่ความรวยขึ้นอยู่กับโชคชะตา ใครที่พ่อแม่ปูทางมาให้ดี โอกาสที่จะได้เป็นเศรษฐีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ขอบอกว่าไม่จริงเสมอไปหรอกค่ะ เพราะทุกคนสามารถเป็นเศรษฐีได้ เพียงแต่คุณต้องรู้จักการบริหาร “เงิน” และ “ความคิด” ในทางที่ถูกที่ควร รู้จักให้เงินทำงาน และรู้จักการเก็บออม
ไม่จำเป็นต้องอิจฉาใคร เพราะถ้าคุณอยากรวยเป็นเศรษฐี ขอเพียงแค่คุณปรับเปลี่ยน “นิสัย” การใช้ชีวิต บางประการ เพียงเท่านี้คุณก็มีโอกาสจับเงินแสน เงินล้านได้แล้ว
นิสัย 7 ประการสู่เส้นทางเศรษฐี
1. ตั้งเป้าของความสำเร็จไว้ล่วงหน้า
เศรษฐีส่วนใหญ่รู้เสมอว่าจุดหมายปลายทางของตัวเองคืออะไร การที่คุณเห็นเป้าหมายของตัวเองว่า “อยากจะทำอะไร” “อยากจะมีเงินเท่าไร” “อยากมีทรัพย์สินอะไรบ้าง” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้คุณไม่หลงทาง และสามารถก้าวตามทางไปสู่เป้าหมายที่เราวางไว้ได้ อย่างไรก็ตามเป้าหมายที่วางไว้ต้องไม่ใช่เป้าหมายเลื่อนลอย แต่ต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้และวัดผลได้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น “ฉันจะมีเงิน 1 ล้านใน 5 ปีต่อจากนี้ โดยวิธีการสร้างรายได้เพิ่มจากการทำธุรกิจออนไลน์” หากคุณรู้จักเป้าหมายอย่างชัดเจน โอกาสที่คุณจะพุ่งชนได้ถูกจุดก็จะง่ายมากขึ้น
2. จับจ้องเป้าหมายทุกๆวัน
เมื่อตั้งเป้าหมายเสร็จแล้ว ไม่ใช่จะเก็บมันไว้แค่ในกล่องความทรงจำแล้วขังนิ่งเอาไว้ แต่คุณต้องเริ่มลงมือทำ เพื่อหากุญแจที่จะช่วยไขความสำเร็จที่วางแผนเอาไว้ สิ่งสำคัญที่คุณต้องเรียนรู้ คือ “การจับจ้องไปที่เป้าหมาย” ตลอดเวลา และคิดเสมอว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายที่คุณตั้งความหวังไว้ได้ การทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะเป็นตัวการันตีว่าคุณจะเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง อย่างเช่น “ถ้าคุณบอกตัวเองว่า ฉันอยากจะทำธุรกิจออนไลน์ คุณเราต้องรู้ด้วยว่าธุรกิจออนไลน์ที่จะทำเป็นแบบไหน ทำอย่างไร และทำยังไงบ้าง”
[ads]
3. สร้างคุณค่าในงานที่ทำ
เศรษฐีส่วนใหญ่จะต้องสร้างคุณค่าในงานที่ทำลงไปให้มากกว่าคนธรรมดาถึง 2-3 เท่า พวกเขาจะใส่ความตั้งใจลงไปในงานทุกชิ้นที่พวกเขาได้ลงมือทำ พร้อมกับทุ่มเททำงานแบบไม่ย่อท้อ และที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือ “พวกเขาเลือกที่สร้างคุณค่าในตัวเองด้วยการลงทุนเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอดเวลา” พวกเขาจะมองหาทางในการพัฒนาทักษะและความสามารถของตัวเองให้เหนือกว่าคู่แข่งอยู่เสมอ เพราะการเรียนรู้ของเศรษฐีไม่มีคำว่าหมดอายุจริงๆ
4. ไม่เคยท้อแท้แม้จะไม่แตะเป้าหมาย
ไม่มีทางที่คนเราจะประสบความสำเร็จไปทุกอย่าง…เศรษฐีก็เช่นกัน ทุกครั้งที่เศรษฐีทำงาน เขาอาจจะต้องพบกับความผิดพลาดหรือความไม่สำเร็จไปบ้าง บางครั้งอาจจะก้าวพลาดจนเกือยหมดเนื้อหมดตัว แต่ทุกครั้งที่หลงทาง เศรษฐีจะต้องไม่ท้อใจและพยายามลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้อีกครั้ง เศรษฐีมักจะถามตัวเองอยู่เสมอว่า “เขาได้เรียนรู้อะไรบ้างจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น” คำตอบที่ได้จะทำให้เขาไม่ก้าวพลาดซ้ำเป็นครั้งที่สอง และสามารถเดินทางมุ่งสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จได้ในที่สุด
5. เข้าใจความเสี่ยง
เรามักจะเห็นว่าเศรษฐีหลายต่อหลายคนมักจะกล้าทำอะไรที่แหวกแนวไปจากคนอื่นๆ จนคนรอบข้างอาจมองว่าเขาเหมือนเป็นคนบ้า แต่แท้ที่จริงแล้วความสำเร็จที่เขาได้มาเป็นเพราะ “ความเข้าใจในเรื่องความเสี่ยง” ต่างหาก เศรษฐีมักจะกล้าเสี่ยง และมองเห็นภาพชัดเจนทั้งเรื่องของต้นทุนและความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากความเสี่ยงที่เขามองเห็นมีระดับความล้มเหลวทีพอยอมรับได้ เขาก็จะมุ่งไปสู่ทางนั้นทันที จนทำให้คนอื่นที่ไม่เข้าใจมองเขาเหมือนเป็น ‘คนบ้า’ นั่นเอง
6. ใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้
อุปนิสัยที่สำคัญมากๆสำหรับเศรษฐี ก็คือ “การใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้” เพราะเมื่อไรที่เศรษฐียังหาเงินได้ไม่มากพอ เศรษฐีจะไม่ใช้เงินเกินกว่าที่ตนเองมี ทั้งนี้เงินที่เขามีอยู่ก็จะต้องถูกเก็บออมด้วยวินัยไปพร้อมๆกัน เศรษฐีต้องรู้ค่าของเงินที่หามาได้ และไม่ใช้มันเพื่อโอ้อวดโดยการซื้อบ้านใหม่หรือซื้อรถใหม่ ในกรณีที่เขายังรู้สึกว่าเงินที่มียังไม่มากพอที่จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้
7. เป็นคนใจกว้าง และไม่เห็นแก่ตัว
เศรษฐีต้องไม่ใช่คนที่เห็นแก่ตัว ความรวยของเขาไม่ควรได้มาจากการเบียดเบียนหรือความเห็นแก่ตัว เพราะเศรษฐีที่แท้จริงจะต้องเป็นผู้สร้างคุณค่าให้กับผู้อื่น ยิ่งเขามีเงินมากขึ้นเท่าไร เขาจะยิ่งสามารถช่วยเหลือโลกได้มากขึ้นเท่านั้น Bill Gates, Warren Buffett และ Carl Icahn คือตัวอย่างเศรษฐีที่โลกต้องจดจำ เพราะพวกเขารู้จักที่จะให้เพื่อตอบแทนสังคมที่เขาอยู่ การสร้างความร่ำรวยควรจะเป็น “การสร้างคุณค่าให้กับคนจำนวนมาก” ไม่ใช่เป็นแค่เพียงผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะหากคุณยังไม่สามารถตอบแทนสังคมได้ คุณก็ยังไม่ใช่เศรษฐีตัวจริงหรอก
นิสัยแห่งการเป็นเศรษฐีที่ดีนั้น จะต้องสร้างขึ้นมาจากการ “ฝึกฝน” ไม่ใช่การแลกคะแนนสะสมที่ได้มาฟรีๆ หากเมื่อใดที่คุณเรียนรู้ความผิดพลาดจนได้ที่ วันแห่งความร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็จะยิ่งหอมหวาน และทำให้มีความสุขมากที่สุดในชีวิตอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก aommoney.com และ marketingoops.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]



