ทุกคนรู้ดีว่าการทานมะเขือเทศมีประโยชน์ ทำให้ผิวสวย ขาวอมชมพู และก็กลายมาเป็นเทรนดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะทุกคนรู้ดีว่ามะเขือเทศเป็นผักที่มีวิตามินสูง และมีสารอาหารมีหลายตัวที่ช่วยบำรุงร่างกายให้ดูอ่อนวัยและปราศจากโรคได้ เทรนยอดฮิตในการบริโภตผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ จนทำให้มะเขือเทศทั้งแบบผลสดหรือแบบน้ำมะเขือเทศได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจใครหลายต่อหลายคนไปแล้ว
แต่หากจะให้เลือกดื่มน้ำมะเขือเทศเข้มข้นเพียวๆแล้วละก็ หลายคนกลับต้องขอบาย เพราะไม่อาจจะทนรสชาติและกลิ่นที่สุดแปลกและเหม็นได้จริงๆ แม้จะบีบจมูกแล้วกรอกลงคออย่างรวดเร็วแล้วก็เถอะ ก็ยังไม่อาจกลบกินของเจ้ามะเขือเทศให้หมดไปได้ ดังนั้นหลายๆคนจึงเลือกที่จะหันมารับประทานเป็นมะเขือเทศผลสดที่รับประทานได้ง่ายมากกว่า แต่พอจะมีวิธีไหนอีกที่จะทำให้คุณมีโอกาสได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จากมะเขือเทศ ไปพร้อมๆกับการได้รับรสชาติที่อร่อยถูกปากในเวลาเดียวกัน วันนี้เราจะมาแฉให้หมดเปลือกเลยค่ะ
รู้จัก “ไลโคปีน” ดีพอหรือยัง
สิ่งที่คนเราต้องการได้รับจากมะเขือเทศ ก็คือ “ไลโคปีน (Lycopene)” สารสำคัญที่เป็นเครื่องมือบำรุงผิวให้ขาวสวย ทั้งนี้ก็เพราะไลโคปีนจะเข้าไปทำหน้าที่เป็น “สารต้านอนุมูลอิสระ” ที่ช่วยปกป้องผิวหนังจากแสง UV จากดวงอาทิตย์ และช่วยป้องกันมะเร็งในร่างกายได้อีกหลายต่อหลายชนิด
สำหรับการต่อต้านอนุมูลอิสระเพื่อสุขภาพผิวของเราจะพบว่า “ไลโคปีนในมะเขือเทศมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดีมากกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า” ซึ่งมีผลให้การได้รับไลโคปีนเข้าสู่ร่างกายเป็นเสมือนการเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เป็นเกราะป้องกันคอลลาเจนในชั้นผิวหนังโดยการเป็นตัวกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ไลโคปีนยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ทำให้เกิดปัญหาผิวดำคล้ำ การรับประทานไลโคปีนเข้าไปมากๆจึงทำให้คุณมีผิวเปร่งปรั่งและมีออร่าได้อย่างไม่ต้องสงสัยนั่นเอง
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะประโยชน์ของไลโคปีนยังช่วยในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งด้วย การที่ร่างกายได้รับไลโคปีนในปริมาณที่เหมาะสมจึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งคอหอย มะเร็งช่องปาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้นั่นเอง
[ads]
รูปแบบการรับประทาน “มะเขือเทศ” เพื่อประโยชน์สูงสุด
มะเขือเทศผลสด
ตามความเข้าใจของคนทั่วไปย่อมคิดว่า ‘การกินของสดย่อมได้ประโยชน์มากกว่า’ แต่ข้อมูลนี้ใช้ไม่ได้กับ “มะเขือเทศ” ค่ะ เพราะผักชนิดนี้จำเป็นจะต้องนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปที่ผ่านความร้อนเสียก่อน จึงจะทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะความร้อนจะช่วยให้ไลโคปีนที่ยึดจับของกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง เวลาที่เราทานเข้าไปร่างกายก็จะดึงไปใช้ได้ง่ายกว่า ในขณะที่ การรับประทานแบบสดๆนั้นได้ความกรอบอร่อยก็จริง แต่ในด้านของไลโคปีนนั้น ร่างกายเราจะได้ประโยชน์จากสารตัวนี้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
น้ำมะเขือเทศ
น้ำมะเขือเทศเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากมะเขือเทศผลสดหลายๆผลมาคั้นรวมกัน และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน การรับประทานน้ำมะเขือเทศจึงทำให้เราได้รับสารไลโคปีนได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากความร้อนจะช่วยแยกเอาสารไลโคปีนออกมาจากเนื้อเยื่อของผลไม้ และการนำเอามะเขือเทศไปผ่านกระบวนการผลิตอาหาร จะทำให้ไลโคปีนเปลี่ยนรูปแบบไปอยู่ในรูปที่ละลายน้ำได้มากขึ้น ร่างกายก็จะดูดซึมได้มากขึ้น
ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น หรือซอสมะเขือเทศ
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยิ่งมีไลโคปีนสูงไปใหญ่ เพราะนอกจากจะผ่านความร้อนเพื่อเปลี่ยนรูปไลโคปีนให้ง่ายต่อการดูดซึมแล้ว ยังมีการระเหยน้ำออกให้เข้มข้นมากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การรับประทานผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกายสูง ก็ต่อเมื่อผู้ผลิตไม่ได้ใส่สารอื่นลงไปเจือปนมาก เพราะสารอาหารที่เราจะได้จะได้มีแต่ไลโคปีนล้วนๆเท่านั้น
สรุปได้ว่า ยิ่งร่างกายได้รับไลโคปีนที่เข้มข้นมากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพผิวและสุขภาพกายมากขึ้นเท่านั้น เพียงแต่ความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น ก็อาจทำให้คุณกลืนมันลงคอยากมากขึ้นไปด้วย ถ้าคิดว่าทานยากมากไปลองเจือจางมันโดยทานไปพร้อมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่นที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำฝรั่ง น้ำส้ม น้ำมะนาว เป็นต้น เพราะนอกจากจะช่วยปรับรสชาติให้อร่อยขึ้นได้แล้ว ผลไม้วิตามินซีสูงยังเป็นตัวช่วยเพิ่มสารต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดีมากขึ้นอีกด้วย
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]

