ริมฝีปาก สามารถช่วยเพิ่มเสน่ห์และทำให้คุณดูน่าสนใจมากขึ้นได้ หากริมฝีปากของคุณอวบอิ่มและไม่แห้งแตกเป็นขุย ก็จะเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณนั้นมีสุขภาพที่ดี รวมไปถึงบอกว่าคุณนั้นเป็นคนที่เอาใจใส่ในการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีด้วย
แต่เพราะว่าอากาศเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ริมฝีปากของคุณขาดความชุ่มชื้น หากจำเป็นต้องอยู่ในสภาวะอากาศที่ไม่เหมาะสม จึงเป็นการยากที่จะดูแลริมฝีปากให้ดูดีได้ตลอดเวลา ประกอบกับริมฝีปากเป็นส่วนของอวัยวะที่ไม่มีต่อมไขมันเพื่อเคลือบป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกไป และเราก็ต้องรับประทานอาหารผ่านปากในทุกๆมื้อ ทำให้อวัยวะส่วนนี้มีโอกาสแห้งหรือแตกได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นๆนั่นเอง
และอาการนี้จะรุนแรงมากขึ้นไปอีกเวลาที่คุณรู้สึกเครียด ตื่นเต้น กังวลใจ หรือเสียใจ เพราะน้ำลายจะถูกผลิตไปหล่อเลี้ยงริมฝีปากได้ไม่น้อยลง ทำให้ปากขาดความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม อาการปากแห้งแตกสามารถป้องกันได้ หากคุณรู้จักดูแลรักษาริมฝีปากให้ถูกวิธี ตามนี้
8 วิธีบำรุงริมฝีปากให้ไร้รอยแห้งแตก
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
เริ่มต้นด้วยวิธีการง่ายๆแต่ทำได้ทุกคน เพราะแค่ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ก็มีส่วนสำคัญมากๆที่จะทำให้ริมฝีปากของคุณไม่แห้งแตกได้แล้ว ทั้งนี้ เพราะน้ำที่เราดื่มเข้าไปจะเข้าไปชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรจะต้องค่อยๆจิบน้ำทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อเติมความสดชื่นให้ริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ และหากสามารถเลือกดื่มน้ำอุ่นได้ก็จะยิ่งดีต่อร่างกายไปใหญ่
2. หยุดเลียริมฝีปาก
แม้ว่าการเลียริมฝีปากจะช่วยทำให้ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้นได้ในช่วงแรก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการนำเอาน้ำลายไปสร้างความชุ่มชื้นคืนให้แก่ริมฝีปากนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลย เพราะเอนไซม์ที่อยู่ในน้ำลายจะยิ่งทำให้ริมฝีปากของคุณกลับมาแห้งแตกได้มากขึ้นในเวลาถัดมา พยายามหักห้ามใจแล้วใช้เป็นลิปมันแทนที่จะดีกว่า
3. หลบรังสีและแสงแดด
อย่างที่ทราบว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน รังสีอัลตราไวโอเลต(UV)ที่มาจากแสงอาทิตย์จึงมีอิทธิพลในการทำลายสุขภาพริมฝีปากของเราได้อย่างไม่ปราณี รังสี UV เหล่านี้จะทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ผิวหนัง และทำให้ริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้น ยิ่งใครที่ต้องตากแดดนานๆ โอกาสที่จะเกิดอาการปากแห้งแตกยิ่งเป็นได้ง่ายมากขึ้น แถมเรายังไม่สามารถทาครีมกันแดดไว้ที่ริมฝีปากของเราได้เสียอีก ดังนั้น ทางที่ดีจึงเป็นการพยายามป้องกันตัวเองด้วยร่ม หมวก ผ้าคลุม ให้ได้มากที่สุด เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
4. อากาศแห้งตัวการดูดความชื้น
อาการปากแห้งไม่ได้เกิดเฉพาะเวลาที่ตากแดดร้อนจัดๆเท่านั้น แต่อากาศหนาวๆแห้งๆ ก็ส่งผลให้คุณเกิดอาการริมฝีปากแตกแห้งเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพราะอากาศแห้งจะดึงเอาความชื้นออกจากร่างกายของเราได้ง่ายมากกว่าปกติ ลองจิบเครื่องดื่มอุ่นๆและอยู่ในที่ที่อากาศไม่แห้งจนเกินไป จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บริมฝีปากได้เป็นอย่างดี
5. คนขี้แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง
คนบางคนเซนซิทีฟหรืออ่อนไหวต่อสารเคมีเป็นอย่างมาก แค่เพียงสัมผัสกับสารเคมีบางอย่างที่เป็นส่วนผสมอยู่ในลิปสติกหรือเครื่องสำอาง ก็มีโอกาสเกิดอาการปากแห้งแตกได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น น้ำหอม สารที่ให้ความชุมชื้น และสารกันบูด ก็ล้วนแต่เป็นต้นเหตุแห่งอาการแพ้ได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าแต่ละคนอาจจะแพ้แตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง คุณจึงมีหน้าที่ที่จะต้องสังเกตตัวเองว่าตนเองนั้นถูกหรือไม่ถูกกับสารเคมีตัวไหน และพยายามหลีกเลี่ยงองค์ประกอบนั้นๆให้ได้มากที่สุด
6. เสริมวิตามินเพื่อริมฝีปากที่สวยงาม
ถ้าใครไม่อยากปากแตก คุณจำเป็นต้องได้รับวิตามินบีให้เหมาะสม เพราะวิตามินชนิดนี้จะทำให้อาการริมฝีปากแห้งแตกของคุณลดน้อยลงได้ ทั้งนี้ก็เพราะวิตามินบีมีความสำคัญต่อผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ และช่วยเสริมความเต่งตึงให้กับผิวหนังบริเวณปากได้เป็นอย่างดี คนไหนที่กำลังปากแตกลองเสริมวิตามินบีจากข้าวกล้อง ผักใบเขียว ตับ เมล็ดอัลมอนด์ หรือมะม่วงหิมพานต์ ดูสิค่ะ น่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย
[ads]
7. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด รวมทั้งงดการดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ สามารถช่วยลดต้นเหตุของการเป็นร้อนในได้ ซึ่งอาการร้อนในนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำในร่างกายสูญเสียออกไปมากเกินเหตุ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เป็นร้อนในบ่อยๆ โอกาสที่ปากจะแห้งแตกก็สามารถลดน้อยลงได้ด้วย
8. บำรุงริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ
เป็นวิธีพื้นฐานที่คนทั่วไปทำกันเสมอ ไม่ว่าจะใช้ขี้ผึ้ง ลิปกลอส ลิปมัน วาสลีน หรือการทาน้ำมันมะกอกหรือน้ำผึ้งบางๆที่ริมฝีปาก ก็ล้วนแต่ช่วยคืนความชุ่มชื่นให้แก่ริมฝีปากได้ทั้งนั้น และยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ หรือลดความระคายเคืองที่ริมฝีปากได้อีกด้วย
8 วิธีง่ายๆเหล่านี้น่าจะช่วยลดอาการปากแตกที่คุณกำลังเป็นกังวลใจอยู่ได้ ลองนำไปปฏิบัติตามกันดูนะคะ เพื่อความเต่งตึงของริมฝีปาก และเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวคุณได้อย่างง่ายดาย
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


