หลายคนที่เชื่อว่า “ยิ่งกินน้อย ยิ่งอดอาหาร ยิ่งน้ำหนักลดลง” แต่ความจริงอาจไม่ใช่อย่างที่คิด นพ.สมบูรณ์ รุ่งพรชัย American Board Anti-Aging Medicine แพทย์ประจำ Apex Profound Beauty ได้อธิบายถึงสาเหตุหลักสำคัญของปัญหาความอ้วน ที่หนักอกหนักใจคุณผู้หญิงทุกยุคทุกวัย ไว้ดังนี้
[ads]
"…ยิ่งอด ยิ่งอ้วน สาวๆ หลายคนยอมอดมื้อเย็น งดแป้งและโปรตีน กินเพียงผักผลไม้ ทว่าน้ำหนักก็ไม่ลดสักที
ภาพ:www.manager.co.th
“ครับ มันไม่ใช่จำนวนแคลอรี่เท่านั้น มันมีเรื่องจำนวนมื้ออาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย บางคนไม่กินอาหารเช้า ร่างกายก็จะมีความรู้สึกว่าแคลอรี่ไม่พอตั้งแต่เช้า ซึ่งคนเหล่านี้คิดว่าลดไปแล้วตอนเช้าก็มาบวกตอนเย็นแทน หรือบางคนกินมื้อเช้าเยอะ แต่หลังเที่ยงไม่แตะ มันก็จะมีความเสี่ยง คือ คนที่ทานมื้อเดียวต่อวัน ร่างกายก็จะมีแคลอรี่ดีช่วงหนึ่ง อีกครึ่งวันก็จะไม่ดี ในระยะยาวพบว่าร่างกายจะมีการปรับตัวให้จำศีลมากขึ้น กลายเป็นการลดกระบวนการเผาผลาญอาหารลง
ภาพ:www.dangerouslyfit.com
ถ้าจะให้ร่างกายเผาผลาญดี ต้องค่อยหยอดเติม ไม่ใช่แบบตักเติม เพราะร่างกายไม่เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้น รู้แต่ว่าอยู่ๆ แคลอรี่ไหลเข้ามา ก็เก็บไว้ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ก็ต้องเอาตัวรอดให้มากที่สุด เพราะงั้นวิธีการที่จะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีที่สุด ต้องให้ร่างกายรู้สึกเป็นเพื่อนกัน ให้ไปเรื่อยๆ ให้พลังงานเข้าเรื่อยๆ เขาก็จะรู้ว่าเขาต้องเผาผลาญตลอด ไม่ใช่มากระตึ้กกระตั๊ก” หมอสมบูรณ์อธิบายการผูกมิตรกับระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย พร้อมแนะการแบ่งมื้ออาหารอย่างถูกต้อง
“โดยทั่วไป 3 มื้อ แต่ขอให้ตรงเวลา และง่ายๆ ก็คือ ถ้าระหว่างมื้อใดมื้อหนึ่งห่างกันมาก เช่น เกิน 6 ชั่วโมง ก็แนะนำให้หาผลไม้ หรือ healthy snack รองท้องสักนิด”
รู้เช่นนี้แล้ว หลายคนที่นิยมอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก น่าจะเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องนัก ดังนั้นควรรับประทานให้ครบสามมื้อและออกกำลังกายควบคุมไปด้วยนะคะ
[ads=center]

