มีคนมากมายที่ต้องทรมานกับอาการมองไม่เห็น หรือมองเห็นได้ไม่ชัดเจน แม้จะเป็นอาการที่เป็นชั่วประเดี๋ยวประด๋าว มองไม่เห็นแค่เพียงบางเวลา แต่อาการตาบอดกลางคืนก็นำพาอันตรายมาสู่เราได้อย่างมากมาย และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชีวิตของเรา “เสี่ยง” ได้
คนประเภทนี้จะไม่มีปัญหาเลยถ้าอยู่ในที่ที่มีแสงแดดหรือแสงสว่างเพียงพอ แต่พอเปลี่ยนสถานที่จากที่สว่างไปสู่ที่มืดแบบทันทีทันใด เช่น การเข้าโรงภาพยนตร์ เป็นต้น คนพวกนี้จะไม่สามารถมองเห็นภาพได้ เนื่องจากสายตาไม่สามารถปรับตัวได้ ผิดกับคนปกติ ที่ช่วงแรกอาจจะมองเห็นภาพต่างๆได้อย่างไม่ชัดเจนมากนัก แต่เมื่อใช้เวลาสักพัก ดวงตาของเราก็จะค่อยๆปรับสภาพ โดยการปรับขนาดรูม่านตาให้เหมาะสม จนทำให้สามารถมองเห็นได้แม้สถานที่นั้นจะมีแสงสว่างน้อยก็ตาม อาการผิดปกติทางสายตา ที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนในที่มืดนี้ เรียกว่า อาการ “ตาบอดกลางคืน” นั่นเอง
อาการตาบอดตอนกลางคืน จึงเป็นอาการที่ผู้ป่วยไม่สามารถมองเห็นภาพวัตถุได้อย่างชัดเจนในสภาวะที่มีแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ เพราะพวกเขามีความสามารถในการปรับสายตาให้มองเห็นภาพได้ช้ากว่าคนปกติ หรือเรียกว่า “Slow dark adaptation” โดยจักษุแพทย์อาจจะเรียกโรคนี้อีกชื่อว่า “เรติไนติส ปิกเมนท์โตซา (Retinitis Pigmentosa)” หรือ โรค “อาร์ พี” (RP)
อาการตาบอดกลางคืนไม่ได้ลำบากแค่เพียงช่วงเวลากลางคืนหรือเวลาที่มีแสงน้อยเท่านั้น แต่อาการนี้ยังเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคอื่นๆตามมาด้วย เช่น โรคต้อหิน หรืออาการตาบอดสนิทในที่สุด
ความร้ายแรงของโรคนี้พบในเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย และเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม หากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายของเราเคยเป็น โอกาสที่โรคนี้จะถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานก็เป็นไปได้ไม่ยากอย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการใช้สายตาที่ผิดปกติ ก็มีผลทำให้จอประสาทตาเสื่อม และต้องพบเจอกับโรคตาบอดกลางคืนได้เช่นเดียวกัน
[ads]
ใครที่ยังไม่อยากต้องเจอกับปัญหาที่ว่ามานี้หรือเริ่มรู้สึกมองเห็นได้ไม่ค่อยดีตอนเวลากลางคืน ต้องรีบไปหาอาหารที่มีวิตามินเอสูงมาบำรุงอย่างด่วนเลย ไม่ว่าจะเป็น ฟักทอง มะละกอสุก หรือผักบุ้งก็เหมาะสมทั้งนั้น เพราะวิตามินเอจะเป็นตัวสร้างรงควัตถุที่มีความไวต่อแสง และส่งผลให้การมองเห็นชัดเจนมากขึ้นแม้จะอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างน้อยก็ตาม แต่หากรู้สึกว่าเป็นมาก ต้องรีบไปพบจักษุแพทย์โดยด่วนก่อนที่จะมองไม่เห็นทั้งเวลากลางวันและกลางคืน
การบริโภคอาหารที่มีวิตามินเอเพียงพอ และใช้สายตาอย่างถูกวิธี จะช่วยถนอมสุขภาพดวงตาให้ดูสดใสและสามารถมองเห็นภาพได้อย่างคมชัดตลอดไป
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก doctor.or.th
รูปจาก slideshare.net
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]

