คุณเป็นคน “ติดเค็ม” หรือไม่…หยุดเสี่ยง “โรคไต” ด้วยวิธีนี้



รสเค็ม ดูเหมือนจะไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงเท่ากับการกินรสหวาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทานเค็มมากๆมีผลร้ายต่อการทำลายร่างกายแบบที่คุณเองอาจนึกไม่ถึง

คนไทยรับไม่ได้กับการทานอาหารไร้รสชาติ ทำให้เครื่องปรุงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องวางไว้บนโต๊ะอาหารเสมอ เพราะหากอาหารขาดรสชาติอะไรไป ก็จะได้หยิบเติมได้ตามใจชอบ แต่การทำตามใจปากเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเลย เพราะมันจะยิ่งส่งเสริมให้คุณกลายเป็นคนติดอาหารรสจัด โดยเฉพาะเรื่องของ “รสเค็ม” แล้ว ถือเป็นมือวางอันดับต้นๆ ที่จะพรากสุขภาพดีๆไปจากคุณได้อย่างง่ายดาย
การรับประทานอาหารรสเค็มหรือมีส่วนประกอบของเกลือโซเดียมเกินมาตรฐาน จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำลายไต เพียงแค่คุณรับประทานรสเค็มมากๆต่อเนื่องกันเพียงแค่ 5-10 ปี คุณก็มีโอกาสเป็นโรคไตได้แล้ว อันตรายใกล้ตัวเรามากเลยใช่หรือไม่ค่ะ และยิ่งถ้าหากได้รับการรักษาที่ไม่ถูกวิธี ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เกิดโรคแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย

282.1

 

ทำไมทานเค็มถึงเป็นอันตราย

ทั้งนี้เป็นเพราะอาหารรสเค็มจะมีส่วนประกอบของ   “โซเดียม” เกินขนาด และแร่ธาตุชนิดนี้มีผลต่อสมดุลของของเหลวในร่างกายเป็นอย่างมาก การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมพอเหมาะจะช่วยให้การส่งกระแสไฟฟ้าผ่านไปยังเส้นประสาทต่างๆได้อย่างปกติ กล้ามเนื้อหดและคลายตัวอย่างเป็นระบบ ในขณะที่ การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป จะทำให้ไตต้องทำงานในการควบคุมระดับของโซเดียมโดยการขับโซเดียมส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะ หากร่างกายขับโซเดียมส่วนเกินออกได้ไม่หมด โซเดียมก็จะเกิดการคั่งและดึงน้ำไว้ในร่างกาย ทำให้มีปริมาณของเหลวไหลเวียนในร่างกายมากผิดปกติ สมดุลของเหลวก็จะแปรปรวนมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าไตทำงานหนักมากเท่าไร ไตก็จะยิ่งเสื่อมสภาพเร็วมากขึ้นเท่านั้น

การติดเค็มเป็นผลให้หลอดเลือดมีแรงดันที่สูงขึ้น มีผลทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ โรคริดสีดวง โรคไมเกรน รวมไปถึงโรคกระดูกพรุนได้ด้วย

 

282.3

[ads]

 

เราได้รับโซเดียมจากที่ไหนบ้าง

90-95% ของโซเดียมที่ร่างกายได้รับมาจากอาหารในรูปของพืชและเนื้อสัตว์ รวมทั้งในเครื่องปรุงรสรสเค็มที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราได้รับโซเดียมเกินขนาดด้วย โดยเครื่องปรุงรสที่มีปริมาณโซเดียมสูง เช่น ผงปรุงรส ผงฟู ซุปก้อน น้ำปลา เกลือ ซอสต่างๆ ซีอิ๊ว หรือกะปิ เป็นต้น ใครที่ชอบทานอาหารที่มีส่วนประกอบของเครื่องปรุงพวกนี้ต้องกินให้น้อยลงแล้วละค่ะ

 

อันตรายของโรคไต

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าแนวโน้มของคนไทยที่ป่วยเป็นโรคไตมีสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี ในปัจจุบันมีคนไทยที่ป่วยเป็นโรคไตแล้วมากกว่า 8 ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 1 หมื่นคน ซึ่งมีทั้งป่วยเล็กน้อยไปจนถึงป่วยขั้นรุนแรงจนต้อง ‘ปลูกถ่ายไต’

การปลูกถ่ายไตเป็นเรื่องยุ่งยาก ไม่ใช่ว่าแค่มีเงินแล้วจะทำได้ทุกคน เพราะไตยังเป็นสิ่งที่คนขาดแคลน ซึ่งยังจำเป็นต้องรอผู้ใจบุญที่ประสงค์จะบริจาคเท่านั้น จึงจะสามารถเปลี่ยนถ่ายไตได้

 

ทานเท่าไรจึงจะห่างไกลโรคไต

การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด จึงเป็นการรับประทานอาหารที่มีปริมาณเกลือหรือโซเดียมต่ำ โดยปริมาณโซเดียมที่คนไทยควรจะได้รับต่อวันไม่ควรเกินวันละ 2,400 มิลลิกรัม ซึ่งคำนวณได้จากฉลากโภชนาการข้างบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงหรือลดความบ่อยในการรับประทานอาหารนอกบ้านลง เนื่องจากเราจะไม่สามารถควบคุมปริมาณโซเดียมได้ รวมไปถึงการกินน้ำจิ้มให้น้อยๆ หลีกเลี่ยงการบริโภคขนมอบ ส่วนสุดท้ายที่สำคัญ ก็คือ การชิมก่อนปรุง ซึ่งจะเป็นวิธีที่ช่วยให้เราควบคุมปริมาณโซเดียมได้ดีมากยิ่งขึ้น

282.2

หยุดพฤติกรรมตามใจปากที่มากจนเกินไป และเลือกทานอาหารที่มีส่วนประกอบของเกลือหรือโซเดียมในปริมาณน้อย แม้จะยังไม่ชินในระยะแรก แต่รับรองว่าการทานเค็มให้น้อยลงจะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีอย่างนี้ได้ยาวนานกว่า และไม่ต้องรอการบริจาคไตจากใครในยามที่คุณอายุมากขึ้นด้วย

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]