หลายคนเชื่อว่า “เมื่อรับประทานอาหารมื้อหลักจบแล้ว ต้องมีการเสริมวิตามินด้วยการรับประทานผลไม้ที่มีประโยชน์ มีสารอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร จึงจะทำให้อาหารมื้อนั้นได้รับประโยชน์อย่างสมบูรณ์มากที่สุด” ด้วยเหตุผลนี้เอง วัฒนธรรมการทานผลไม้ล้างปากจึงเกิดขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อความอร่อย เสริมวิตามิน และดับกลิ่นอาหารที่เพิ่งทานไป แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ความเชื่อที่เราเคยเข้าใจกันมาโดยตลอด กำลังจะกลายเป็นโทษที่ทำร้ายร่างกาย แต่จะด้วยเหตุผลอะไรนั้น ต้องรีบอ่านด่วน!
ค่านิยมที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรับประทานผลไม้ล้างปาก เป็นสิ่งที่ยึดถือและปฏิบัติกันมาอย่างช้านาน โดยคนส่วนใหญ่คิดว่า การรับประทานผลไม้ปิดท้ายมื้ออาหารจะเป็นการเสริมวิตามิน แร่ธาตุ หรือใยอาหารให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน แต่หากคุณกำลังคิดเห็นเช่นนี้ เราอยากจะให้คุณเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ว่าในความเป็นจริงแล้ว การรับประทานผลไม้ล้างปากไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้องและอาจมีผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายได้เลย เนื่องจากการรับประทานผลไม้หลังการรับประทานอาหาร จะทำให้ใยอาหารของชิ้นผลไม้เข้าไปพองตัวอยู่ในท้องของคุณ และเป็นผลให้เกิดเป็นอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ และแม้ว่าคุณจะยังคงได้รับวิตามินจากผลไม้ก็จริง แต่ก็ไม่คุ้มเลยกับการที่ต้องมาเสี่ยงเกิดอาการท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยตามมาภายหลัง
อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ห้ามให้คุณหยุดทานผลไม้หรอกนะคะ เพียงแต่คุณต้องเลือกรับประทานผลไม้ให้ถูกช่วงเวลาเท่านั้นเอง โดยหากต้องการจะได้รับประโยชน์ดีๆจากการบริโภคผลไม้ ควรเลือกรับประทานผลไม้ในช่วงเวลาก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่ว่านี้จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากสารอาหารได้อย่างเต็มที่มากกว่า และไม่ทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ง่ายอีกด้วย
[ads]
นอกจากผลไม้แล้ว เครื่องดื่มประเภทชาก็ยังถือเป็นของต้องห้ามหลังอาหารเช่นกัน การดื่มชาหลังการรับประทานอาจจะทำให้คุณเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจได้ เนื่องจากสารโพลีฟีนอลในชาจะขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร และรบกวนการทำงานของโปรตีนที่อยู่ในอาหารจนทำให้ร่างกายย่อยยากมากขึ้นด้วย
สำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำเย็นๆปิดท้ายมื้ออาหารแสนอร่อยนั้น ก็ต้องระวังจะเกิด “โรคมะเร็งลำไส้” ด้วย เพราะความเย็นของน้ำจะเข้าไปจับไขมันให้รวมตัวกันเป็นก้อนจนเกิดเป็นสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลว ซึ่งเมื่อสะสมไปนานหลายๆปีแล้ว จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาที่นำพาโรคมะเร็งลำไส้มาสู่คุณแบบไม่ทันตั้งตัวมากขึ้น ดังนั้น การดื่มน้ำอุณหภูมิปกติจึงย่อมปลอดภัยมากกว่า
มีหลายเรื่องเหลือเกินที่เรายังไม่รู้ และทำผิดจนติดเป็นนิสัย แต่ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะฝึกทำให้ถูกต้อง เพราะการที่เรารู้ตัวก่อนก็ย่อมจะช่วยให้ชีวิตปลอดภัยได้มากกว่า และไม่ต้องมานั่งเสี่ยงต่ออาการป่วยให้ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจในภายหลัง
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]
