หลายคนน่าจะเคยเกิดความรู้สึก “เดจาวู” หรือ ความรู้สึกที่เมื่อเห็นสถานที่หรือเหตุการณ์ใดๆที่เกิดขึ้นมา แล้วรู้สึกว่าเคยเห็นหรือเคยทำเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ซึ่งภาพที่ปรากฎจะฉายขึ้นมาในเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่วินาที แล้วจางหายไปพร้อมกับความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในใจ ทั้งที่ความจริงนั้นมันอาจไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ความรู้สึกที่ว่านี้เกิดมาจากอะไร ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ต้องมาหาคำตอบไปพร้อมกันตอนนี้เลยค่ะ
ยังมีความลับของร่างกายอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์หรือหาคำตอบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เหตุการณ์ “เดจาวู” หรือ การมองเห็นภาพซ้ำไปซ้ำมา โดยภาพนั้นอาจเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็ได้ เดจาวู (Déjà vu) เป็นภาษาฝรั่งเศส ที่บันทึกขึ้นมาจากนักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสที่ชื่อว่า “Emile Boirac” นักจิตวิทยาและแพทย์ที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ได้สรุปคำตอบของ “เดจาวู” ออกมา 4 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. ทฤษฎีอดีต
ทฤษฎีนี้เชื่อว่า “สิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต มันจะมีโอกาสย้อนกลับมาเกิดซํ้าอีกครั้งในชาตินี้ได้” ซึ่งคลื่นสมองของเราสามารถรับรู้และลืมเลือนมันได้
2. ทฤษฎีพลังจิต
ทฤษฎีนี้เชื่อว่า “เดจาวูถือเป็นพลังจิตรูปแบบหนึ่ง” ซึ่งบ้างก็เรียกว่าเป็น “ทิพจักขุญาณ” ซึ่งได้มาจากการเจริญสมถะภาวนา จนทำให้จิตและสมองเชื่อมต่อถึงกันจนเกิดเป็น “ญาณ” ได้ แต่ถ้าพูดในทางวิทยาศาสตร์ จะเรียกว่า ความสามารถในการสั่งการสมองได้มากขึ้นกว่ามนุษย์ปกตินั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น นอสตราดามุส ที่สามารถสั่งการสมองให้สามารถเห็นเหตุการณ์ในอนาคตได้นั่นเอง
[ads]
3. ทฤษฎีจักรวาลคู่ขนาน
ทฤษฎีนี้เชื่อว่า “โลกของเรานั้นมีโลกคู่ขนานอีกใบหนึ่งอยู่ด้วย” หรือหมายถึง มีอีกหนึ่งจักรวาลที่ดำเนินไปพร้อมกับจักรวาลที่เราดำเนินอยู่ ทฤษฎีนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จนนำไปสู่การสร้างทฤษฎีการผันผวนของมิติเวลา หรือหมายความว่า ทุกๆเหตุการณ์ที่เรามีทางเลือก 2 ทาง ก็จะเกิดโลกคู่ขนานขึ้น 2 โลก และจาก 2 โลก ถ้าเราเจอเหตุการณ์อื่นที่ต้องตัดสินใจอีก 2 ทาง แต่ละโลกก็จะเกิดโลกคู่ขนานเพิ่มอีก 2 โลกเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เราสามารถมองเห็นเดจาวูได้ เนื่องจากคลื่นสมองมีการส่งข้อมูลถึงกัน จนทำให้เกิดเป็นภาพซ้อนขึ้นมาได้นั่นเอง
4. ทฤษฎีคิดไปเอง
ทฤษฎีนี้เชื่อว่า “เราสามารถสร้างความคิดเป็นของตัวเองและเชื่อว่ามันเป็นความจริงได้เสมอ” ยกตัวอย่างง่ายๆในเรื่องของความฝันตอนที่เรานอนหลับนั่นเอง หรือถ้าแปลตามแนวคิดของหลักวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ว่า เกิดจากสมองแปลข้อมูลผิดพลาด พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ได้เห็นมาหรอก แต่คิดไปเองว่าเห็นมาแล้ว
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก 6zac.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


