ไม่กี่วันมานี้ เชื่อว่าหลายท่านน่าจะได้ยินข่าวเรื่องนักท่องเที่ยวที่โดนพิษของ “แมงกะพรุนกล่อง” ผ่านหูกันมาบ้าง เรานั้นไม่อยากให้คุณฟังผ่านหู เพราะถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบท่องเที่ยวทะเล จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้เรื่องนี้ติดตัวเอาไว้ หากบังเอิญโชคร้ายเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาจริง จะได้รู้วิธีหาทางหนีที่รอดได้ทัน
ทำความรู้จักแมงกะพรุนกล่องกันก่อน
แมงกะพรุนกล่อง (Box jellyfish) หรือที่ชาวเลเรียกว่า ‘บอบอกาว’ หรือ ‘บอบอกล่อง’ ซึ่งเหตุผลที่มันได้รับชื่อนี้ ก็เพราะมีรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ บางคนอาจเรียกมันว่า ‘ตัวต่อทะเล’ หรือ ‘นักพ่นพิษแห่งท้องทะเล’ เพราะความร้ายกาจในตัวมัน
สิ่งมีชีวิตประเภทนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกระดูกสันหลัง มีสีฟ้าอ่อน โปร่งใส รูปร่างเหมือนลูกบาศก์ ขนาดยาวประมาณ 10 ฟุต (3 ม.) กว้างประมาณ 10 นิ้ว (25 ซม.) มีหนวดมากถึง 15 เส้นที่งอกออกมาจากแต่ละมุมของช่วงตัว หนวดแต่ละเส้นมีเซลล์พิษอยู่ประมาณ 5,000 เซลล์ ซึ่งไม่ได้ถูกกระตุ้นโดยการสัมผัส แต่กระตุ้นโดยการพบสารเคมีจากชั้นผิวภาพนอกของเหยื่อ แมงกะพรุนกล่องมีอายุอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานเท่าไร โดยมากมีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 1 ปี แต่ช่วงเวลาที่มันมีชีวิตอยู่นี้ พิษของมันสามารถทำร้ายร่างกายให้คุณดับอนาถได้เลยทันที
ความร้ายแรงของแมงกะพรุนกล่อง
แมงกะพรุนกล่อง เป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก ตัวของมันมีเข็มพิษซ่อนอยู่หลายๆล้านเซลล์ อีกทั้งยังมีหนวดที่ยาวมาก และใสจนแทบมองไม่เห็น ทำให้เหยื่อของมันไม่ทันได้ตั้งตัว และเผลอถูกมันเล่นงานเอาได้ง่ายๆ
พิษของแมงกะพรุนกล่องร้ายแรงเฉียบขาดมาก ใครเผลอโดนเข้าไปมีผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังเกร็ง เวียนหัว คลื่นไส้ ปวดหัว กระสับกระส่าย แน่นหน้าอก ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ การพรากเอาชีวิตของคุณไปได้เลย
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึงพิษของเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ว่า เมื่อเราโดนเข้าไปแล้วจะเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต พิษของแมงกะพรุนจะทำให้บริเวณที่สัมผัสเป็นเส้นสีแดง คล้ายถูกแส้หรือถูกฟาดอย่างแรง ผู้ถูกพิษจะช็อกหมดสติและจมน้ำตาย
เจอแมงกะพรุนกล่องได้ที่ไหน
แมงกะพรุนชนิดนี้อาศัยอยู่ในน้ำตามแนวชายฝั่งของออสเตรเลียตอนเหนือและทั่วอินโดแปซิฟิก โดยมีมากที่สุดในประเทศออสเตรเลีย สำหรับในประเทศไทยก็มีการสำรวจพบบ้างเช่นกัน ซึ่งจะพบแมงกะพรุนชนิดนี้ในแถบชายฝั่งอ่าวไทย ในบริเวณที่มีน้ำตื้น
สำหรับประเทศไทย มีรายงานการพบแมงกะพรุนกล่องทั้งที่เกาะหมาก จ.ตราด และล่าสุดที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากข่าวที่ออกมาเพียงไม่กี่วัน พบว่าแมงกะพรุนชนิดนี้สามารถฆ่าชีวิตนักท่องเที่ยวสาวไทยที่โชคร้ายไปได้อย่างเลือดเย็น
วิธีแก้ไขพิษร้ายของแมงกะพรุนกล่อง
เวลาโดนแมงกะพรุนสัมผัสที่ผิวหนัง ห้ามใช้นิ้วดึงหรือใช้วัตถุใดๆขูดออกเด็ดขาด เพราะการกระทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการเร่งให้เข็มพิษแทงเข้าไปในเนื้อได้มากขึ้น ซึ่งจะยิ่งเป็นการเร่งการปล่อยพิษเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้นไปอีก
ในขณะที่หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า ถ้าถูกพิษของแมงกะพรุนให้ใช้น้ำส้มสายชูช่วย โดยน้ำส้มสายชูที่ใช้สำหรับแก้ไขพิษของแมงกระพรุนจะเป็นน้ำส้มสายชูที่มีความเข้มข้นของกรดอยู่ที่ร้อยละ 5 วิธีใช้ก็ไม่ยากเพียงแค่ราดน้ำส้มสายชูลงบนแผลหรือบริเวณที่สัมผัสถูกแมงกะพรุนพิษ เทน้ำส้มสายชูลงไปมาก ๆ ต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่าครึ่งนาที น้ำส้มสายชูจะเข้าไปหยุดการยิงพิษของแมงกะพรุน อย่างไรก็ตาม น้ำส้มสายชูจะไม่ได้ช่วยแก้อาการปวดที่เป็นอยู่ แต่นี่เป็นวิธีการรักษาเบื้องต้นที่ควรทำก่อนที่จะส่งผู้ป่วยให้ถึงมือหมอ
อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามเด็ดขาด ก็คือ ห้ามใช้น้ำร้อนประคบ เพราะความร้อนจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และเร่งการกระจายพิษได้ง่ายมากขึ้น ในขณะที่ ผักบุ้งทะเลไม่สามารถห้ามพิษได้ แต่จะช่วยลดความเจ็บปวดจากการถูกพิษของแมงกะพรุนได้ ดังนั้น จึงควรราดด้วยน้ำส้มสายชูก่อนแล้วจึงใช้ผักบุ้งทะเลตามหลัง
แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับพิษไปมากจนหัวใจหยุดเต้น ให้รีบปั๊มหัวใจโดยด่วน แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
[ads]
การมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าคุณสามารถรู้วิธีป้องกันพิษร้ายของมันได้ โอกาสที่คุณจะรอดชีวิตก็ย่อมมีมากกว่าอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก oknation.net
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]

