น่าตกใจเหลือเกินเมื่อทราบว่า “สถิติผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมสูงถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ” โดยส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และในปัจจุบันก็พบว่า บุคคลที่มีอายุในช่วง 45-50 ปี ก็นิยมเป็นโรคนี้กันแล้ว
มนุษย์สามารถเดิน ลุกนั่ง หรือเคลื่อนไหวร่างกายไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ ก็เพราะมีอวัยยวะที่เรียกว่า “เข่า” เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญ หากจุดเชื่อมต่อนี้เสื่อมลงไป โอกาสที่จะเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามใจชอบก็จะลดน้อยลงด้วย การเข้าใจส่วนประกอบของหัวเข่าและวิธีการดูแลหัวเข่าให้ถูกวิธีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จำเป็นเป็นอย่างมาก
เข้าใจหัวเข่า
หัวเข่าของมนุษย์ประกอบไปด้วยกระดูก 3 ส่วน ได้แก่
1. กระดูกส่วนล่างของกระดูกต้นขา
2. กระดูกส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง
3. กระดูกสะบ้า
ในบริเวณที่กระดูก 3 ชิ้นสัมผัสกัน จะต้องมี “กระดูกอ่อนผิวข้อ” ที่หนาประมาณ 3-4 มิลลิเมตรเป็นตัวเชื่อมเอาไว้ หากกระดูกอ่อนชิ้นนี้ถูกทำลายจนบางลง แตก หรือเปื่อยยุ่ย ก็ย่อมส่งผลให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อไม่ราบรื่น เกิดแรงกดกระแทกที่ข้อต่อมากขึ้น และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมในที่สุด หากคุณรู้สึกเจ็บแปลบๆ เสียวๆ ตามแนวบริเวณข้อเข่า ก็ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ กระดูกอ่อนที่หัวเข่าของคุณถูกทำลายไปแล้วละ
[ads]
อะไรบ้างที่ส่งเสริมให้หัวเข้าโดนทำลาย
1. กีฬาทำลายเข่า
“กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ” แต่ถ้าเล่นอย่างบ้าคลั่งและผิดวิธี ยาวิเศษก็จะกลายร่างไปเป็นยาพิษได้ในทันทีทันใด เพราะการเล่นกีฬาที่มากเกินไปอาจทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่หัวเข่าหรืออวัยวะอื่นๆได้ โดยเฉพาะนักกีฬาบางประเภทด้วยแล้ว ยิ่งเป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่หัวเข่ามากไปใหญ่ เพราะพวกเขาไม่อาจจะปฏิเสธการออกกำลังกายเพื่อฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันได้เลย
Tufts Medical Center ในบอสตันได้นำเสนอผลวิจัยไว้ว่า “ฟุตบอล” เป็นกีฬาที่เสี่ยงต่อการปวดข้อเข่ามากที่สุด รองลงมาเป็น “นักวิ่งระยะไกล” “นักยกน้ำหนัก” และ “นักมวยปล้ำ” เนื่องจากเป็นกีฬาที่จำเป็นต้องใช้งานอวัยวะช่วงล่างค่อนข้างหนัก ด้วยเหตุนี้ นักกีฬาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันเข่าด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ หรือการใช้อุปกรณ์บางอย่างที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยถนอมข้อต่อของอวัยวะต่างๆในร่างกาย ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สามารถใช้งานเข่าได้อย่างยาวนาน และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บนั่นเอง
2. ท่านั่งทำลายเข่า
คุณอาจยังไม่รู้ว่าท่านั่งบางท่าสามารถทำลายเข่าได้ทีละน้อยๆ ใครที่มักจะต้องนั่งขัดสมาธิหรือนั่งพับเพียบบ่อยๆ รู้ไว้เลยว่าท่านั่งเหล่านี้ล้วนแต่ช่วยทำลายความแข็งแรงของเข่าได้ทั้งนั้น
3. รองเท้าทำลายเข่า
การใส่รองเท้าส้นสูงเป็นพฤติกรรมทำลายเข่าได้มากมายอีกหนึ่งวิธี เพราะการสวมรองเท้าประเภทนี้จะทำให้การกระจายน้ำหนักลงสู่เท้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ร่างกายของเราจะเอนไปข้างหน้ามากกว่าปกติ เข่าจึงต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อดัดและประคองร่างกายให้ตั้งตรงอยู่เสมอ ซึ่งเหตุผลสำคัญนี่ละที่ทำให้สาวที่ชอบใส่ส้นสูงเกิดอาการปวดเข่าได้ง่ายมากกว่าคนอื่นๆ
ทางแก้อาการเข่าเสื่อม
การพยายามสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อรอบเข่าหรือลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เข่าเสื่อม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดอาการปวดเข่าให้ทุเลาลงได้ ดังวิธีต่อไปนี้
1. บริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า
1.1 นั่งเหยียดขาทั้งสองข้างให้ตึงแนบพื้น
1.2 กระดกปลายเท้าเข้าหาตัวสลับไปกับการจิกเท้าไปข้างหน้า
1.3 ทำเรื่อยๆจนรู้สึกตึงที่บริเวณหน้าแข้งและเมื่อยขา
1.4 ทำเป็นประจำในทุกๆวัน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณรอบเข่าได้
2. ควบคุมน้ำหนักตัว
พยายามควบคุมน้ำหนักตัวให้ได้ตามมาตรฐานดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของหัวเข่า
3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง
การทำร้ายข้อเข่าด้วยการใช้งานอย่างหนัก ผิดท่า หรือออกกำลังกายรุนแรง ย่อมเป็นการทำร้ายเข่าตามที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งสิ้น แค่ลดพฤติกรรมเหล่านี้ลง ก็จะทำให้คุณปวดเข่าได้น้อยลงแล้วค่ะ
แม้ว่าอาการปวดเข่าจะไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่ก็สามารถพรากความสุขไปจากชีวิตของคุณได้ไม่น้อย การรักษาเข่าจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะหากคุณเริ่มต้นดูแลเข่าได้ดีตั้งแต่วันนี้ คุณก็จะมีเข่าดีๆไว้ใช้งานไปได้อีกนานเชียวละ
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokhospital.com และ matichon.co.th
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


