น้ำหอมหลบไป….เพิ่มกลิ่นหอมได้ด้วย "ชา" ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ความเป็นมาของชาตัวหอมว่า เคยได้ตำรับมาจากหมอนวดคนหนึ่งที่มีเรื่องราวการนำน้ำขลู่ บัวบก ดอกไม้ ชงให้คู่บ่าวสาวดื่มก่อนเข้าหอ และมีการอบ อาบ และทาตัวด้วยเครื่องหอม หรือแม้แต่ในรั้วในวังก็ยังมีการใช้เครื่องหอม ไม่ว่าจะใช้อาบ อบ ทา หรือดื่ม โดยเฉพาะพระสนมที่ต้องถวายงาน จะต้องมีการอาบน้ำ อบตัว ทาเครื่องหอม และดื่มน้ำสมุนไพรเพื่อลดกลิ่นเหงื่อ และทำให้ตัวหอมเมื่อเหงื่อออก เพื่อการทำหน้าที่ของผู้หญิงให้เพรียบพร้อมอีกด้วย
[ads]
สำหรับสมุนไพรที่ใช้ในชาตัวหอมนั้น ประกอบด้วย
– บัวบก เพิ่มการไหลเวียน
– ขลู่ ช่วยขับเหงื่อ ลดกลิ่นตัว
– ดอกไม้ที่ช่วยให้ตัวหอม อาทิ จำปีจำปา กระดังงา ลีลาวดี เป็นต้น
ส่วนประกอบของชาตัวหอม
1.ขลู่ 15 กรัม
2.บัวบก 15 กรัม
3.ลีลาวดี 5 กรัม
4.กระดังงา 5 กรัม
5.จำปีจำปา 5 กรัม
วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำน้ำ 1 ลิตร ตั้งไฟให้เดือด แล้วยกลงทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นนำน้ำเทลงในตัวยา ทิ้งไว้ให้เย็น กรองเอาแต่น้ำดื่ม
Tip: เคล็ดลับการทำชาตัวหอมของคนโบราณ คือ นำดอกไม้กลิ่นหอมมาหั่นเป็นฝอยแล้วตากแดดอ่อน ๆ เพราะหากตากแดดแรงความร้อนจัดจะทำให้ความหอมระเหยออกไปจนหมด หรือ ใช้วิธีการอบที่อุณหภูมิไม่เกิน 45 องศาเซลเซียส ให้ไม่มีความชื้น จากนั้นให้เก็บรักษาเอาไว้ในภาชนะสุญญากาศ สามารถเก็บได้ทั้งปี ทั้งนี้ สามารถใช้ดอกไม้กลิ่นหอมได้ทุกชนิดตามที่แต่ละคนต้องการ แต่ต้องทดลองกลิ่นก่อน เพราะดอกไม้บางตัวก็กลบกลิ่นดอกไม้อีกตัว หรือเสริมกลิ่นกันแล้วทำให้ฉุนเกินไปหรือไม่
[ads=center]
