ช่วงเวลาแห่งการนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายจะได้ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายหรือบาดเจ็บ และช่วยจัดระบบการทำงานในร่างกายต่างๆ ให้เข้าที่ ซึ่งหากคำนวนเวลาการนอนของคนเราแล้ว จะพบว่าการนอนในชีวิตของคนเรากินเวลาประมาณ 1 ใน 3 ของช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกเลย ดังนั้น ช่วงเวลาการนอนจึงเป็นเวลาที่สำคัญมากๆที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเรา หากเรานอนด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสม 1 ใน 3 ของชีวิตของเราก็จะถูกกระทำในแนวทางที่ผิด แม้ช่วงเวลาการนอนหลับเราจะไม่รู้สึกตัว แต่ร่างกายของเรานั้นโดนกระทำโดยตลอด เพราะฉะนั้น มาดูกันดีกว่าว่าท่านอนตอนนี้ของคุณผิดหรือถูกอย่างไร
1. ท่านอนหงาย ยกแขนวางพาดบนหมอน

เรียกอีกชื่อว่า ท่าปลาดาว ท่านอนนี้เป็นท่าที่ดีต่อหลัง และยังช่วยลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้อีกด้วย โดยท่านอนนี้ก็เหมือนกับการนอนหงายโดยทั่ว ๆ ไป แต่แตกต่างตรงที่จะยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาพาดบนหมอน อย่างไรก็ตาม ท่านี้จะทำให้เกิดแรงกดดันที่บริเวณไหล่ และส่งผลทำให้ปวดเมื่อยได้ง่ายมากขึ้น
2. ท่านอนหงาย แขนอยู่ข้างลำตัว
ท่านอนหงาย เป็นท่าเบสิกที่ทำให้นอนหลับสบายมากที่สุด เพราะเป็นท่าที่กระดูกสันหลังจะอยู่ลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ทำให้หลังและคอไม่ปวด แต่หากคุณมีปัญหาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ การนอนหงายจะทำให้อาการที่คุณเป็นอยู่ทวีความรุนแรงมากขึ้น นอนกรนมากขึ้น แถมยังจะทำให้เกิดการหยุดหายใจระหว่างนอนหลับได้ง่ายมากกว่าท่านอนอื่นๆ ด้วย
3. ใช้หมอนหนุนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
การใช้หมอนหนุนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายขณะนอนหลับ จะช่วยลดอาการปวดตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ วิธีนี้เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชอบนอนดิ้น หรือชอบเปลี่ยนท่านอนบ่อย เพราะหมอนจะบังคับให้คุณนอนหลับในท่าที่ถูกที่ควรตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม ต้องมีเทคนิคการหนุนที่ถูกวิธีด้วยจึงจะเป็นการลดอาการการปวดที่ดีที่สุด สำหรับคนนอนหงายควรนำหมอนใบเล็กๆมาหนุนไว้ตรงบริเวณเอว เพื่อลดอาการปวดที่จะเกิดขึ้นเมื่อตื่นนอน ส่วนคนที่มักจะนอนตะแคง ให้ใช้หมอนหนุนบริเวณระหว่างเข่าทั้งของข้าง ในขณะที่คนที่มักจะนอนคว่ำ ก็ควรหนุนหมอนบริเวณบริเวณสะโพก เพื่อให้หมอนช่วยรองรับข้อต่อต่าง ๆ ตั้งแต่เอวลงมา เพียงเท่านี้หลับได้สบายหายห่วงแล้ว
4. ท่านอนตะแคงขวา

การนอนตะแคงเป็นการนอนที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องนอนตะแคงให้ถูกข้างด้วย การนอนตะแคงขวาไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสักเท่าไร เพราะการนอนท่านี้จะทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณกลางอกได้ โดยเฉพาะถ้าทานอาหารมาอย่างเต็มที่ด้วยแล้วละก็ ควรหลีกเลี่ยงการนอนท่าตะแคงขวาไว้จะดีกว่าค่ะ
5. ท่านอนตะแคงแล้วยื่นแขนออก

การนอนตะแคงอาจทำให้เราต้องนอนทับแขนตัวเองบ่อย ๆ และอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดแขนได้ เพราะการกดทับบริเวณแขนและไหล่เวลานอนจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวกอย่างที่เคยเป็นมา รวมทั้งยังจะทำให้เกิดแรงดันภายในเส้นประสาทบริเวณแขนด้วย การนอนตะแคงแล้วยื่นแขนออกไปจะช่วยลดอาการดังกล่าว และทำให้เส้นเลือดหรือเส้นประสาทบริเวณแขนทำงานได้อย่างเป็นปกติดังเดิม
6. ท่านอนตะแคงเอาแขนแนบลำตัว

ท่านอนนี้เป็นท่าที่ทำให้ร่างกายอยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติ มีผลดีต่อกระดูกสันหลังมากที่สุด ทำให้สามารถลดอาการปวดหลังและปวดคอได้ รวมทั้งลดปัญหาการหยุดหายใจขณะนอนหลับสำหรับคนที่นอนกรนเป็นประจำได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การนอนตะแคงอาจส่งผลให้ผิวพรรณหย่อนคล้อยหรือเกิดริ้วรอย ก่อนวัยอันควรได้เช่นกัน ดังนั้น อาจจะต้องมีการทานอาหารที่จะเข้าไปเสริมสร้างคอลลาเจน เพื่อกระชับผิวหน้าไม่ให้หย่อนคล้อยไปก่อนวัยอันควรได้
7. ท่านอนขดตัวแบบเด็กทารก
ท่านอนขดตัวเหมือนเด็กทารกนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหานอนกรนหรือผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ท่านอนนี้ก็ยังไม่ใช่ท่านอนที่ดีสักเท่าไร เพราะอาจเป็นการขัดขวางการหายใจ ทำให้ขณะนอนหลับคุณจะหายใจได้อย่างไม่เต็มปอด อีกทั้งยังส่งผลโดยตรงถึงอาการปวดหลังและคอได้อีกด้วย เนื่องจากท่านอนนี้จะต้องขดตัวงอ จนทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในท่าทางที่ไม่เป็นธรรมชาตินั่นเอง
[ads]
8. ท่านอนคว่ำ

ใครที่ชอบนอนคว่ำบ่อยๆ อยากให้คุณเปลี่ยนท่านอนเสียตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ เพราะท่านอนคว่ำจะทำให้การหายใจเป็นไปได้อย่างยากลำบาก และเกิดอาการปวดคอเพราะต้องตะแคงหน้าไปข้างใดด้านหนึ่งตลอดเวลาด้วย ที่สำคัญที่สุดก็คือ การนอนคว่ำส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลังได้อีกด้วย เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมชาติ แต่สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร การนอนคว่ำก็พอที่จะช่วยให้ระบบการย่อยทำงานได้ดีขึ้นบ้างค่ะ
ทีนี้ ก็ลองเลือกท่านอนให้เหมาะกับสุขภาพของคุณที่สุดแล้วกันนะคะ ตื่นขึ้นมาตอนเช้าจะได้รู้สึกสดชื่น ไร้อาการปวดเมื่อย และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่สุดๆไปเลย
ขอบคุณข้อมูลจาก the-open-mind.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


