ปัญหา “เสียวฟัน” ป้องกันได้



“อาการเสียวฟัน” เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนที่คอยบ่งบอกให้คุณรู้ว่า “ฟันเริ่มมีปัญหาแล้ว” ถ้าคุณยังไม่รีบแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ จะส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่อื่นๆตามมา ทำให้อาการเสียวฟันมักเกิดขึ้นได้กับทุกๆคนที่ขาดการดูแลสุขภาพฟันที่ดี แม้อาการดังกล่าวนี้จะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงมากสักเท่าไร แต่ก็ส่งผลกระทบไม่ใช่น้อยต่อการรับประทานอาหารในแต่ละวัน และทำให้การเคี้ยวอาหารขาดความอร่อยไปได้ จะมีวิธีการใดบ้างหรือไม่ที่จะป้องกันไม่ให้เกิด ’อาการเสียวฟัน’ ได้ เพราะความทรมานที่กำลังเป็นอยู่นี้ ยากเหลือเกินที่จะมองข้ามมันไปได้

อาหารเย็นจัดหรืออาหารรสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด น่าจะเป็นของที่คนที่เสียวฟันบ่อยๆจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง ทำอย่างไรดีคนเหล่านี้ถึงจะมีโอกาสกลับมาทานของโปรดได้อย่างมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง ต้องมาตามหาคำตอบกัน

223.2

           

สาเหตุแห่งการเสียวฟัน         

ถ้ากล่าวถึงฟันโดยทั่วๆไป โครงสร้างของฟันที่มีสุขภาพดีจะต้องมีเคลือบฟันทำหน้าที่ห่อหุ้มหรือโอบอุ้มเนื้อฟันข้างในเอาไว้ ทำให้การรับประทานอาหารไม่มีทางพบเจอกับปัญหาของการเสียวฟัน แต่เมื่อมีอะไรบ้างอย่างมาทำลายส่วนที่อยู่ภายนอกนี้ออกไป หรือกล่าวได้ว่าเคลือบฟันถูกทำลายไป ก็คงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมอาการเสียวฟันถึงได้เกิดขึ้นกับคุณบ่อยมากมายขนาดนี้

 

อาการเสียวฟันมีสาเหตุมาจากการที่เนื้อเยื่อฟันแข็งบริเวณรากฟันถูกเปิดออก ประกอบกับเหงือกและเคลือบฟันที่เคยเป็นเกาะกำบังรอบฟันและทำหน้าที่ปกป้องรักษาเนื้อเยื่อฟันแข็งเหล่านี้สลายหายไปหรือเสื่อมคุณภาพลงไป หรืออาจกล่าวได้ว่า ประสิทธิภาพการปกป้องเนื้อเยื่อฟันที่ต่ำลงจะส่งผลให้เกิดอาการเหงือกร่น ซึ่งนำไปสู่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ส่วนเนื้อเยื่อแข็งบริเวณรากฟันถูกเปิดออก

การที่เนื้อเยื่อแข็งบริเวณรากฟันถูกเปิดออก จะส่งผลให้รูและท่อจำนวนมากที่เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อฟันแข็งตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและอาหารบางอย่างได้ผิดปกติไป ของเหลวหรืออาหารสามารถเคลื่อนที่เข้าไปในท่อเนื้อฟันได้ทันที และเดินทางไปกระตุ้นปลายประสาท จนทำให้เกิดความรู้สึกปวดฟันหรือเสียวฟันขึ้นได้นั่นเอง

223.1

วิธีการแก้ไขปัญหาเสียวฟัน

ปัญหาการเสียวฟันสามารถแก้ไขได้หลายๆวิธี ทั้งนี้ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติภายในช่องปากที่แท้จริง เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินปัญหาการเสียวฟันของคุณได้อย่างถูกจุด และดำเนินการรักษาปัญหาช่องปากของคุณได้ทันท่วงที  วิธีการรักษาโดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้

1. เปลี่ยนยาสีฟันเป็นยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟันเป็นพิเศษ

2. การให้ยาที่เป็นเจลฟลูออไรด์หรือน้ำยาฟลูออไรด์

3. การเปลี่ยนแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนิ่มมากขึ้น เพื่อลดการสึกกร่อนของคอฟัน

4. การฝึกการแปรงฟันที่ถูกวิธี แปรงฟันอย่างเบามือ เพื่อลดปัญหาเหงือกร่น คอฟันสึก หรือรากฟันโผล่

5. การใส่เครื่องมือป้องกันขณะนอนหลับเพื่อลดการสึกของฟันเนื่องจากการนอนกัดฟัน

6. การหมั่นทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน เพื่อกำจัดเศษอาหารที่ติดอยู่บริเวณซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง

7. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว หรือการดื่มน้ำอัดลมที่อัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นประจำ แต่หากต้องการจะดื่มหรือรับประทานอาหารจำพวกนี้จริงๆ ก็ควรดื่มน้ำเปล่าหรือบ้วนปากตามหลังเพื่อป้องกันเคลือบฟันถูกทำลาย แต่ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังจากทานอาหารเปรี้ยวๆเสร็จ เพราะในตอนนั้นช่องปากจะมีสภาพความเป็นกรดค่อนข้างสูง การแปรงฟันทันทีจะยิ่งส่งผลให้ฟันสึกได้มากยิ่งขึ้น

223.3

 

หากไม่ต้องการให้การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มของคุณเป็นไปด้วยความไม่อร่อย ก็ต้องพยายามหาแนวทางที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเสียวฟัน รักษาสุขภาพฟันและเหงือกให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลายไปก่อนเวลาอันควร อีกทั้งควรหมั่นเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจเช็คสุขภาพช่องปาก เพียงเท่านี้คุณก็จะมีลมหายใจที่หอมสดชื่น และไม่ว่าจะรับประทานอาหารจานไหน ก็สามารถเอร็ดอร่อยได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแล้วค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก agdentalplus.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]