อาหารเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต ในช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรงหรืออ่อนแอ ร่างกายก็ยังต้องการอาหารอยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อไรที่ร่างกายอ่อนแอ ยิ่งจะต้องดูแลร่างกายให้มากขึ้นไปใหญ่ การดูแลร่างกายระหว่างการเจ็บป่วย จึงต้องพิถีพิถันให้มากกว่าเดิม เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
หนึ่งในความเจ็บป่วยที่สร้างความยุ่งยากให้กับชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก ก็คือ “อาการท้องเสีย” เพราะนอกจากจะต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง และรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแล้ว อาหารการกินของเราก็ต้องจำกัดด้วย แต่อะไรบ้างที่เป็นตัวการให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาหารอะไรบ้างที่เราไม่สมควรจะบริโภคเข้าไปในช่วงเวลานี้ มาหาคำตอบไปด้วยกันตอนนี้เลยค่ะ
อาการท้องเสียแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลัน และ ชนิดเรื้อรัง โดยหากเป็นชนิดเฉียบพลันจะมีความรุนแรงมากกว่า และมีปัจจัยที่ต้นเหตุมาจากอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือบางครั้งก็อาจเกิดขึ้นได้จากความเครียด ความวิตกกังวล หรือความตื่นเต้น ก็เป็นไปได้เช่นกัน
[ads]
ต้นเหตุของอาหารที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย
1. อาหารรสเปรี้ยว
อาหารที่มีรสชาติเปรี้ยวมากๆมีผลทำให้ลำไส้ของคนเราเกิดอาการระคายเคือง และลามไปเป็นอาการท้องเสียได้ แม้ว่าอาหารรสเปรี้ยวอาจช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ แต่ถ้าคุณทานมากเกินไป ยังไงก็คงต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอยู่ดี เพราะต้องไปถ่ายท้องแทนที่จะไปอาเจียน
2. อาหารทอด
อาหารทอดสามารถทำให้คุณเกิดอาการท้องเสียเอาได้ง่ายๆเช่นกัน เพราะอาหารส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ทอด มักจะต้องผ่านการหมักมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งการหมักก็เป็นต้นเหตุแห่งความเสี่ยงที่เกิดต่อลำไส้ และทำให้เกิดอาการท้องเสียถ่ายท้องได้ง่ายเช่นกัน ยิ่งถ้าอาหารผ่านการทอดแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ก็จะยิ่งเป็นภัยอันตรายต่อร่างกายมากขึ้นไปใหญ่ด้วย
3. อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลแอลกอฮอล์
สารให้ความหวานแทนน้ำตาลทรายที่เรียกว่า “น้ำตาลแอลกอฮอล์” ชนิดที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้มากที่สุด ก็คือ ซอร์บิทอล (sorbitol) ซึ่งเป็นน้ำตาลที่พบมากในหมากฝรั่งเกือบทุกชนิดหรือในน้ำอัดลมไดเอทบางชนิด หากร่างกายได้รับซอลบิทอลเข้าไปเกินกว่า 50 กรัมต่อวัน สารตัวนี้จะเป็นตัวการสำคัญของอาการท้องเสีย เป็นตะคริว และเป็นอันตรายต่อลำไส้ได้
4. ถั่ว
เพราะถั่วมีองค์ประกอบของน้ำตาลที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ เมื่อคนเรารับประทานเข้าไป ร่างกายจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะสามารถย่อยน้ำตาลชนิดนี้ ซึ่งวิธีการที่ร่างกายจำเป็นต้องทำ ก็คือ การหยุดหลั่งเอนไซม์ และใช้แบคทีเรียในลำไส้ทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลตัวนี้แทน แต่ผลพลอยได้จากการย่อยด้วยแบคทีเรียนี้ ก็ก่อให้เกิดแก๊สขึ้นมาในลำไส้ด้วย ทำให้เรารู้สึกไม่สบายท้องตามมาได้นั่นเอง
หากคุณกำลังเกิดอาการท้องเสียอยู่ต้องหยุดทานอาหารเหล่านี้ให้ได้ แล้วรับรองว่า อาการท้องเสียที่คุณเป็นอยู่จะค่อยๆดีขึ้นได้อย่างแน่นอน
1. สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียเฉียบพลัน ควรงดบริโภคผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ และไม่ควรดื่มนม จนกว่าอาการท้องเสียที่เป็นอยู่จะดีขึ้น เพราะอาหารต่างๆที่กล่าวมานี้ อาจทำให้อาการถ่ายท้องที่กำลังเป็นอยู่ทวีความรุนแรงได้มากขึ้นกว่าเดิม
2. สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียเรื้อรัง แสดงว่าคุณเป็นคนธาตุอ่อน คุณควรเริ่มต้นจากการสังเกตตัวเองให้ได้เสียก่อนว่า เมื่อรับประทานอาหารชนิดใดเข้าไปแล้วจะเกิดอาการท้องเสียตามมา เพราะแต่ละคนก็ย่อมมีความแตกต่างของอาหารที่จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการถ่ายท้องไม่เหมือนกัน เมื่อทราบแล้วก็ต้องพยายามป้องกันตัวเองไม่ให้เผลอทานอาหารเหล่านั้น ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดอาการท้องเสียไปได้มาก
การศึกษาเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่ควรหรือไม่ควรรับประทาน จะช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยหรืออันตราย ที่บางครั้งต้องแลกสุขภาพที่ดีไปกับเงินตราหรือเวลาที่แสนมีค่า
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]



