ในยุคที่เศรษฐกิจตกสะเก็ดเช่นนี้ หากสามารถหารายได้เสริมได้บ้าง ก็คงจะต่อลมหายใจของเราไปได้อีกสักระยะ ซึ่งหนึ่งในอาชีพเสริมที่คนส่วนใหญ่คิดอยากจะทำกัน ก็คือ “การขายของตามตลาดนัด” แหล่งรวมสินค้าราคาย่อมเยาว์ ที่ใครๆก็เข้าถึงได้ง่าย ทำให้การขายของตามตลาดนัดกลายเป็นอาชีพอีกอาชีพหนึ่งที่มีผู้นิยมทำกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นอาชีพที่ดูเหมือนจะง่าย แต่ถ้าเริ่มต้นก้าวเท้าผิดตั้งแต่ก้าวแรก โอกาสที่คุณจะสามารถทรงตัวหรือประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี คุณจะได้สามารถกอบโกยรายได้ได้อย่างที่คุณต้องการ
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการขายของตลาดนัด
1. จะขายอะไร?
ต้องเป็นคำถามแรกที่คุณจำเป็นต้องตอบให้ได้ และต้องมั่นใจด้วยว่าของๆคุณจะขายได้จริงๆ โจทย์ข้อแรกนี้ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเราจำเป็นต้องค้นพบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราต้องการที่จะขายอะไรในตลาดนัดซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เราจะขายควรเป็นสิ่งที่เรารัก เป็นสิ่งที่เราชอบ หรือเป็นสิ่งที่เราถนัด จึงจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีและมาถูกทาง และนอกจากจะเป็นของหรือสินค้าที่เราถนัดแล้ว สินค้าที่เราจะขายไม่ควรจะมีคู่แข่งมากเกินไป ยิ่งเราเป็นคนเดียวที่ขายยิ่งจะช่วยให้สินค้าของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก และสามารถตัดคู่แข่งทางการตลาดที่จะมาแย่งลูกค้าเราไปได้ด้วย
2. จะขายที่ไหน?
สถานที่ขาย เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์เลย เพราะหากเราเลือกทำเลการขายไม่ดี โอกาสที่เราจะขายของได้มากก็คงจะลำบาก ดังนั้น ตลาดนัดที่เราควรเลือกจึงควรเป็นตลาดนัดที่ดูพลุกพล่าน ยิ่งหากเป็นตลาดที่ไม่มีของแบบเดียวกับเราขายเลยก็จะยิ่งได้เปรียบมากขึ้น นอกจากนี้ หากสามารถเลือดตลาดนัดที่ใกล้กับที่พักอาศัยของเราได้ ก็จะยิ่งได้เปรียบมากขึ้นไปอีก เพราะจะทำให้เราสะดวกต่อการขนถ่ายสินค้า ประหยัดน้ำมัน และนั่นก็จะหมายถึงผลตอบแทนที่มากขึ้นด้วย
3. ติดต่อเจ้าของตลาดนัด
หลังจากเลือกสินค้าและสถานที่ได้แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนติดต่อเจ้าของตลาดนัดหรือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเพื่อหาที่ตั้งขาย การติดต่อสถานที่เพื่อตั้งขายในตลาดนัดนั้นในปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1) ติดต่อกับเจ้าของตลาดโดยตรง และ 2) ติดต่อบรรดา Organizer
แบบแรก ติดต่อกับเจ้าของตลาดโดยตรง มักจะเป็นตลาดนัดที่ขายตายตัวมานานแล้ว และมักจะไม่ค่อยมีที่เหลือเพราะมีคนจับจองมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น หากเราคิดอยากจะขายในตลาดนั้นจริงๆ อาจจะต้องเซ้งต่อจากคนที่เขาขายอยู่แล้ว หรือเช่าต่อจากเขาเป็นวันๆไป แต่ถ้าโชคดีได้ที่ดีๆ โอกาสขายของได้กำไรก็มีสูงกว่า
แบบที่สอง ติดต่อบรรดา Organizer เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนิยมและช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ขายไปได้อีกเยอะ โดยผู้ขายจะไปติดต่อกับบรรดา organizer ที่เขาจัดงานตามตลาดนัดต่างๆ แล้ว Organizer จะเป็นคนหาสถานที่ว่างตามบริเวณชุมชนหลายๆแห่งเพื่อเปิดเป็นตลาดนัดและรวมกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไปขาย โดยมีรายได้จากค่าเช่าให้ขายตามสถานที่นั้นๆ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาสถานที่ขายให้เหนื่อย
[ads]
4. จัดร้านให้น่าสนใจ
ถึงเวลาแต่งร้านแล้ว หากคุณสามารถแต่งร้านได้อย่างโดดเด่น ใครเห็นก็สะดุดตา โอกาสที่ลูกค้าจะแวะมาดูของหน้าร้านของคุณก็มีมากกว่าการแต่งร้านเชยๆอย่างแน่นอน และนอกจากร้านจะโดดเด่นแล้ว แม่ค้าพ่อค้าที่ขายของก็สำคัญเช่นกัน ถ้าคุณสามารถสร้างตัวเองให้ลูกค้าจดจำได้ คราวหน้าที่ลูกค้าแวะมาที่ตลาดนัดนี้อีก เขาก็จะต้องไม่ลืมที่จะตามหาร้านของคุณอย่างแน่นอน
5. จัดโปรโมชั่น
คนไทยชอบของลดราคา สินค้าในราคาพิเศษ หรือการเสี่ยงโชค ดังนั้น คุณอาจจะต้องคิดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดลูกค้าให้หันมาสนใจร้านคุณบ้าง โดยอาจจะเป็นในรูปแบบ 'ซื้อก่อนถูกกว่า’ ‘ซื้อหลายชิ้นถูกกว่า’ ‘สะสมแสตมป์’ หรือ ‘จับคูปองชิงโชค’ แล้วแต่ว่าแบบไหนจะเหมาะกับสินค้าของคุณมากที่สุด
หากทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะค้าขายอย่างสุจริตและไม่ย่อท้อ โอกาสแห่งความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกลเกินความพยายามของแต่ละคนอย่างแน่นอนค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก bychoms.blogspot.com และ ทำเลขายของ.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


