เตือนภัยคนชอบกินเส้น…เลือกกิน “เส้นก๋วยเตี๋ยว” ให้ถูก ปลอดภัยจาก “สารกันบูด” ได้



เส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า ทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวเกิดความชื้นสูงได้ง่าย ขึ้นราง่าย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลให้ผู้ผลิตต้องใส่สารกันบูดอย่างเช่น กรดเบนโซอิก (Benzoic acid) ลงไปในเส้นก๋วยเตี๋ยว เพื่อป้องกันไม่ให้มันบูดหรือเสียเร็วเกินไปก่อนเวลาอันควร อย่างไรก็ตาม ปริมาณสารกันบูดที่ใส่ลงไปในอาหารนี้ ต้องได้รับคำอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ แต่แม้ว่าจะมีการควบคุมหรือตั้งมาตรฐานไว้แล้ว ก็ยังมีผู้ผลิตบางรายที่ไม่ปฏิบัติตาม และเป็นผลให้เกิดเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ในที่สุด

ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารที่คนไทยนิยมบริโภคเป็นอย่างมาก ทำให้มีการแข่งขันทางการตลาดค่อนข้างสูง เมื่อความต้องการสูง ผู้ประกอบการจึงต้องมีการเติม “สารกันบูด” เพื่อยืดอายุเส้นก๋วยเตี๋ยว โดยสารกันบูดที่นิยมใช้ ก็คือ “กรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก”  ซึ่งหากร่างกายได้รับเข้าไปในปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตลดลงได้

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานอาหารสากล (Codex) จึงได้กำหนดให้ใช้กรดเบนโซอิกในเส้นก๋วยเตี๋ยวได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ผลการตรวจวิเคราะห์กลับพบว่ามีปริมาณกรดเบนโซอิกสูงตั้งแต่ 1,079-17,250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

เมื่อคิดค่าเฉลี่ยน้ำหนักผู้บริโภคคนไทยที่ 50 กิโลกรัม ปริมาณสูงสุดที่ควรบริโภคจึงไม่ควรเกิน 250 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งการกินก๋วยเตี๋ยว 1 มื้อ จะมีเส้นประมาณ 50-100 กรัม เท่ากับว่าผู้บริโภคจะได้รับกรดเบนโซอิกอีกประมาณ 226-451 มิลลิกรัม ซึ่งปริมาณมากขนาดนี้จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

[ads]

หากเปรียบเทียบปริมาณวัตถุกันเสียที่พบในเส้นก๋วยเตี๋ยว จะพบว่า เส้นเล็กเป็นเส้นที่พบวัตถุกันเสียสูงที่สุด รองลงมาเป็นเส้นหมี่และเส้นใหญ่ ตามลำดับ ส่วนเส้นที่ไม่พบสารชนิดนี้เลย ก็คือ เส้นบะหมี่เหลือง เนื่องจากผลิตจากแป้งสาลีเป็นหลักและไม่มีการดูดความชื้นมากเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ผลิตจากแป้งข้าวเจ้า ส่วนวุ้นเส้นก็ไม่มีปัญหาสารกันบูดมากวนใจเช่นกัน เนื่องจากผลิตจากแป้งถั่วเขียวเป็นหลัก

เนื่องจากสารกันบูดในเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รสชาติของเส้นที่ใส่หรือไม่ใส่สารกันบูดก็ไม่มีความแตกต่างกัน อีกทั้ง การลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวด้วยน้ำเดือด ก็ไม่สามารถทำลายสารกันบูดลงไปได้เลย เนื่องจากสารตัวนี้ผสมอยู่กับเส้นจนเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว การสังเกตว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่สารกันบูดมากเกินไปหรือไม่ จึงต้องดูจากวิธีดังต่อไปนี้

 

178.1

1. ก๋วยเตี๋ยวที่ใส่สารกันบูดจะมีลักษณะ “เหนียวหนึบ” กัดไม่ค่อยขาดจากกัน เมื่อลวกในหม้อ น้ำที่ลวกจะ “ขุ่น” กว่าปกติ

2. เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่หรือเส้นสดที่ใส่สารกันบูด เมื่อทิ้งไว้นาน 2-3 วัน สีสันจะไม่เปลี่ยนแปลงง แต่เมื่อดมกลิ่นจะได้กลิ่น “เหม็นเปรี้ยว” ในขณะที่ เส้นที่ไม่ใส่สารกันบูดจะขึ้นราและบูดได้เพียงชั่วข้ามคืน

อันตรายไม่น้อยเลยกับการรับประทานเส้นก๋วยเตี๋ยว คนรักก๋วยเตี๋ยวคงต้องตั้งหลักกันใหม่แล้ว ว่าควรเลือกทานเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบไหนจึงจะปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งถ้าให้แอดมินแนะนำ เส้นบะหมี่หรือวุ้นเส้นน่าจะปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากกว่านะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก healthylifethai.blogspot.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

 

[ads=center]