สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้วิเคราะห์ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่ายังอยู่ในช่วงอ่อนแรง ภายในสิ้นปีนี้ เศรษฐกิจไทยอาจโตเพียงแค่ 2.75-3.25 และจะค่อยๆฟื้นตัวอย่างช้าๆในปีหน้า เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เกิดจากปัจจัยการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มีปัญหาเกือบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ
ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2558 โดยระบุว่า “ปีนี้น่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในจุดต่ำสุดของวัฏจักรเศรษฐกิจ เนื่องจากมีปัญหาทั้งภายในและภายนอกเข้ามากระทบเครื่องจักรทางเศรษฐกิจแทบจะทุกตัว ทั้งปัจจัยการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนของภาคเอกชน ข้อจำกัดด้านรายจ่ายภาครัฐ และภาคการส่งออก”
[ads]
ภาคการบริโภคมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงสุดติด 1 ใน 15 ของโลก จนก่อให้เกิดความกังวลว่า หนี้ครัวเรือนอาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าว มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ราคาน้ำมันที่ตกลง และความต้องการสินค้าเกษตรที่ลดลง ในขณะที่ ภาคการส่งออกของไทยก็มีแนวโน้มชะลอตัวตามไปด้วย
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังตกขบวนในการเจรจาการค้าต่างๆ เช่น FTA ไทย-ยุโรปที่ล่าช้า และการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement: TPP) ที่ไทยไม่ได้เข้าร่วมเจรจาด้วย ทำให้กรอบการใช้สิทธิ์ในระดับพหุภาคีของไม่เต็มที่มากนัก
ในขณะที่ สินค้าประเภทชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงมีการเติบโตที่ดีอยู่ แต่เทคโนโลยีการผลิตหรือการออกแบบค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตไทยต้องวางแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ตลาดให้มากขึ้น
ในด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เอกชนบางส่วนยังคงรอสัญญาณการผลักดันนโยบายที่แน่ชัด โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจคที่ยังไม่มีความแน่ชัดในหลายๆด้าน
ในส่วนของรายจ่ายภาครัฐที่เป็นรายจ่ายประจำ ยังมีงบประมาณค่อนข้างจำกัด และไม่น่าจะสามารถเป็นกลไกในการผลักดันเศรษฐกิจได้ หากจะหวังพึ่งปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยวก็ยังวางใจไม่ได้มากนัก
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการทีดีอาร์ไอได้ให้ข้อเสนอแนะว่า “ภาครัฐควรจะต้องดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเศรษฐกิจทางภาคเกษตรก่อน โดยต้องทำให้เห็นผลไม่ใช่ทำแบบหว่านอย่างที่ผ่านๆมา”
สรุปแล้ว เศรษฐกิจไทยในปีนี้ถือเป็นอีกปีที่เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ แม้ตัวเลขอัตราเจริญเติบโตจะเป็นบวก แต่ก็เป็นเพราะอัตราเจริญเติบโตของปีที่แล้วอยู่ในระดับต่ำมากต่างหาก เศรษฐกิจของไทยในปีนี้น่าจะอยู่ในช่วง 2.75-3.25 เปอร์เซ็นต์ และฟื้นตัวอย่างช้าๆในปีหน้าเนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่เกิดขึ้นจากนโยบายรถคันแรกน่าจะเริ่มครบกำหนดบ้างแล้ว ส่วนเศรษฐกิจไทยในปีหน้าต้องจับตาดูว่า การลงทุนเมกะโปรเจ็กต์จะสามารถดึงดูดให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนได้มากน้อยเพียงใด
ขอบคุณข้อมูลจาก TDRI
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]
