ผู้หญิงกับประจำเดือนเป็นของคู่กัน เพราะหากผู้หญิงไม่เคยมีประจำเดือนมาก่อนเลย ก็คงทำให้ไม่สามารถสืบเผ่าพันธุ์วงศ์ตระกูลต่อไปได้ และก็คงไม่ใช่ทุกคนที่จะมีประจำเดือนถูกต้องตามที่ควรจะเป็น เพราะสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคลต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมหรือมลพิษที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น โอกาสที่จะเกิดภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติก็เป็นเรื่องธรรมดาที่หลายคนพบเจอ แต่ความผิดปกตินี้ส่งผลร้ายต่อร่างกายมากแค่ไหน หรือมีวิธีการใดบ้างที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ ตามมาดูกัน
ลักษณะของประจำเดือนไม่ปกติ
1. ประจำเดือนมามากกว่าปกติ อาจเกิดจากความผิดปกติของประจำเดือนที่ไม่มีการตกไข่มานาน หรือผู้ที่เป็นโรคเลือดแข็งตัวช้า ถ้าเป็นมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะโรคเลือดจาง เกิดอาการปวดศีรษะ และอ่อนเพลียได้ง่าย
2. ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ จะมีอาการที่ประจำเดือนมากระปริบกระปรอย ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง และหมายรวมไปถึงผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยทองหรือวัยใกล้หมดประจำเดือนด้วย
3. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ จะมีอาการที่ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา 2-3 เดือนมาครั้งหนึ่ง ส่วนใหญ่เกิดเพราะไม่มีการตกไข่ หรือมีสมดุลของระดับฮอร์โมนเพศผิดปกติ
สาเหตุของประจำเดือนมาไม่ปกติ
คนที่เกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้
1. น้ำหนักมากกว่ามาตรฐานหรือเพิ่มขึ้นในเวลาอันสั้น ทั้งนี้ก็เพราะความอ้วนหรือน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้ฮอร์โมนเพศแปรปรวน และเป็นผลให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอกันในทุกๆเดือนนั่นเอง
2. น้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐานหรือลดลงในเวลาอันสั้น ในทางตรงข้ามกับข้อแรก น้ำหนักที่น้อยเกินไปก็ใช่ว่าจะส่งผลต่อการมีประจำเดือนที่ตรงเวลา เพราะคนที่ผอมเกินไปจะมีปริมาณไขมันในสัดส่วนที่ไม่พอเหมาะกับมวลทั้งหมดของร่างกาย และเมื่อไขมันสะสมลดน้อยลงเป็นอย่างมาก ก็อาจจะส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถผลิตไข่ในรังไข่ได้ตามปกติดังเดิม ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำสมอเหมือนอย่างที่เคยเป็น
3. การออกกำลังกายมากเกินไป สาเหตุนี้เป็นไปในทำนองเดียวกันกับการลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว และมักพบมากในนักกีฬาที่จำเป็นต้องโหมออกกำลังกายอย่างหนักเป็นประจำ
4. การทานยาบางชนิด มียาบางชนิดที่มีผลต่อการมาหรือไม่มาของประจำเดือน โดยเฉพาะการรับประทาน “ยาคุมกำเนิด” ที่ส่งผลโดยตรงกับประจำเดือน เพราะเมื่อคุณเริ่มใช้ยาคุมกำเนิด ประจำเดือนในแต่ละเดือนจะถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนในตัวยานั้นๆ ทำให้บางครั้งอาจมีผลทำให้ประจำเดือนมาน้อยลง หรือไม่มาทั้งเดือนเลยก็เป็นได้
5. ปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะอุ้งเชิงกราน นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว ปัจจัยภายในร่างกายก็เป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ประจำเดือนขาดหายไป ยกตัวอย่างเช่น อาการเยื่อพรหมจารีไม่เปิด (Imperforate hymen) ทำให้ประจำเดือนถูกขังอยู่แต่ในช่องคลอดและโพรงมดลูก หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome) ทำให้ระยะห่างระหว่างประจำเดือนยาวนานมากขึ้น เป็นต้น
[ads]
ผลของการที่มีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ
หลายคนมีคำถามว่า การที่เรามีประจำเดือนมาไม่ปกติจะส่งผลต่อการมีบุตรหรือไม่ และอย่างไร ? สำหรับคำถามนี้ก็ต้องตอบว่า “ทั้งสองสิ่งไม่สัมพันธ์กัน” เพราะความสามารถในการมีบุตรขึ้นอยู่กับการตกไข่ มากกว่าระยะของประจำเดือน ตราบใดที่ไข่ของคุณยังตกเป็นไปตามปกติ โอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์หรือมีบุตรก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เพียงแต่ว่าการมาที่ไม่ปกติของประจำเดือนสามารถสื่อถึงความผิดปกติของการตกไข่ได้ในบางกรณีเท่านั้นเอง
ตรวจสอบอย่างไรว่าการมาไม่ปกติของประจำเดือนเกิดจากการตกไข่
การตรวจสอบว่าไข่ตกอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ซึ่งมีวิธีตรวจสอบแบบคร่าว ๆ ได้หลายวิธี ดังนี้
1. ใช้เครื่องตรวจการตกไข่ (Ovulation Predictor Kits หรือ OPKs )
2. ตรวจสอบเมือกปากมดลูก (cervical mucus )
3. วัดอุณหภูมิร่างกาย (basal body temperature method) ทุกวัน เนื่องจากอุณหภูมิสามารถบอกสภาวะการตกไข่ได้
การใช้ทั้งสามวิธีประกอบกันจะทำให้รู้ถึงความผิดปกติได้ดีมากขึ้น
ต้องแก้ไขอย่างไร
1. ใช้ยากระตุ้นการตกไข่ หรือยากระตุ้นภาวะการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงอาการแทรกซ้อนอื่น ๆด้วย เช่น ภาวะผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ภาวะผิดปกติของต่อมใต้สมอง และ ต่อมหมวกไต
2. ลดการออกกำลังอย่างหนักหน่วงของคุณลง เพราะระดับไขมันในร่างกายที่พอเหมาะจะส่งผลอย่างยิ่งต่อความสามารถในการตกไข่
3. การขจัดไขมันส่วนเกิน มีผลต่อฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับรังไข่ และส่งผลต่อการตกไข่ด้วย นอกจากนี้ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นยังทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศชายออกมามากไป จนทำให้ไข่ไม่ตกตามเวลาที่ถูกต้อง
4. ควบคุมอารมณ์ ความเครียด เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ และอาจจะทำให้สุขภาพจิตเสียไปด้วย ดังนั้น จึงควรทำตัวให้ร่าเริงอยู่เสมอ
5. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ อย่ารับประทานแต่พวกเนื้อสัตว์ เน้นเป็นผลไม้หรือฝักใบเขียวต่าง ๆ เพราะผักจะมีส่วนช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก สุขภาพไทย.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


