อย่าสครับหน้ามั่วๆ!! อาจทำให้หน้าพังโดยไม่รู้ตัว



น้อยคนนักที่จะล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะคนไหนที่แต่งหน้าจัดหรือมีเหงื่อไหลไคลย้อยมาตลอดทั้งวัน ก็ย่อมต้องการการทำความสะอาดที่ล้ำลึกหรือมากกว่าการใช้น้ำเปล่าธรรมดาๆอย่างแน่นอนอยู่แล้ว บางคนก็อาศัยการล้างด้วยสบู่ โฟมล้างหน้า เรื่อยไปจนถึง “การสครับหน้า” ที่หลายคนเชื่อว่าจะช่วยขจัดเอาสิ่งสกปรกออกได้อย่างหมดจด แต่ความเชื่อที่ว่านี้ถูกต้องทั้งหมดหรือไม่ มาหาคำตอบกันดีกว่าค่ะ

 

ก่อนอื่นมารู้จักความหมายของการ ”สครับผิวหน้า” กันก่อนดีกว่า

การสครับผิวหน้า คือ การทำความสะอาดหน้าด้วยโดยการผลัดชั้นผิวหนังที่ตายแล้วหรือชั้นผิวหนังที่หมองคล้ำให้หลุดลอกออกไป แล้วปล่อยให้ผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่ การผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีที่ถูกต้องจะทำให้ผิวหน้าแลดูกระจ่างใส เกลี้ยงเกลา และขาวเนียนมากขึ้นกว่าเดิม
 

164.1

ประเภทของผลิตภัณฑ์สครับหน้า

ผลิตภัณฑ์สครับหน้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ การสครับด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติ และ การสครับที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการทางเคมี ซึ่งสครับทั้งสองประเภท สามารถนำมาใช้ในการทำความสะอาดใบหน้าได้เหมือนกัน แต่ข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์สครับที่ผลิตจากกระบวนการทางเคมี เม็ดสครับประเภทนี้จะมีหน้าที่ในการขัดผิวเพื่อทำให้ชั้นผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออกไป โดยส่วนใหญ่เม็ดสครับจะทำจากเม็ดพลาสติกหรือพลาสติกเคลือบ (Micro bead) บางผลิตภัณฑ์อาจจะมีการชุบสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Jojoba Bead เป็นต้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบำรุงผิวหน้าให้ดีมากยิ่งขึ้น โดยมากเม็ดสครับจะมีลักษณะเป็นเม็ดทรงกลมที่มีขนาดเท่ากันในทุกเม็ด ขนาดอนุภาคของเม็ดสครับสามารถแบ่งความหยาบและละเอียดออกเป็นหลายส่วนย่อยๆตามแต่ที่ผู้ใช้ต้องการ แต่เนื่องจากเม็ดสครับประเภทนี้ผลิตมาจากกระบวนการทางเคมี จึงทำให้ผู้ใช้มีโอกาสเกิดอาการแพ้หรือเกิดความระคายเคืองผิวได้ง่าย

2.  ผลิตภัณฑ์สครับที่ผลิตจากธรรมชาติ ผลิตขึ้นจากพืชหรือผลไม้ โดยลักษณะของเม็ดสครับจะค่อนข้างหยาบ มีขนาดและรูปร่างที่ไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม การที่เม็ดสครับมีรูปทรงที่ต่างกันออกไป จะมีผลต่อการขัดเอาสิ่งสกปรกออกจากผิวได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ สารประกอบจากธรรมชาติก็ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหน้าที่น้อยกว่าด้วย

[ads]

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สครับหน้า

ผิวหน้าเป็นสิ่งที่อ่อนแอและบอบบางเป็นอย่างมาก การสครับหน้าจึงเปรียบเสมือนดาบสองคมที่สามารถทำร้ายร่างกายคุณได้เช่นกัน ดังนั้น สภาพผิวและความแตกต่างของผิวหน้า จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกใช้สครับที่เหมาะกับผิวหน้าของตนเอง

 

1. ผิวแพ้ง่าย สครับหน้าได้หรือไม่
คนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรทำการสครับหน้าบ่อยๆในทุกวัน และทุกครั้งที่คิดจะสครับหน้า คนผิวแพ้ง่ายควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์อ่อนๆเพื่อป้องกันผิวหน้าถูกทำลาย หากเป็นไปได้ควรทดสอบอาการแพ้ของผลิตภัณฑ์นั้นๆกับส่วนอื่นๆของร่างกายเสียก่อน

 

2. ผิวมัน สครับหน้าได้หรือไม่

สำหรับคนที่มีผิวมันมากๆ สามารถทำการสครับหน้าได้ถึง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่คุณต้องรู้เอาไว้ว่า ทุกครั้งที่ใบหน้าถูกขัดถู ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดรูขุมขนกว้างมากขึ้นเท่านั้น และนั่นก็อาจจะทำให้ใบหน้ามีความมันมากยิ่งขึ้นได้ด้วย คนผิวมันจึงควรพยายามหลีกเลี่ยงการขัดถูในบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ใบหน้ามันมากขึ้นไปกว่าเดิมนั่นเอง

164.3

3. ผิวแห้ง สครับหน้าได้หรือไม่

คนผิวแห้งที่ไม่ควรทำสครับใบหน้าบ่อย เพราะยิ่งทำบ่อยครั้งมากเท่าไร ก็จะยิ่งส่งผลให้ผิวแห้งมากขึ้นไปอีก ทางที่ดีไม่ควรจะทำเลยจะดีกว่า

 

4. คนเป็นสิว สครับหน้าได้หรือไม่

คนที่กำลังเป็นสิวควรหยุดการทำสครับใบหน้าไปก่อน เพราะการทำสครับใบหน้าขณะที่เม็ดสิวกำลังเต่ง จะมีผลทำให้สิวเกิดการอักเสบขึ้นได้ แถมยังทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายอีกด้วย

 

5. คนทั่วไป ควรสครับหน้าบ่อยแค่ไหน
สำหรับคนทั่วๆไปควรสครับหน้าประมาณ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จะเป็นปริมาณที่เหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสครับใบหน้าที่มีความเฉพาะเจาะจง  ห้ามเด็ดขาดสำหรับกับการนำเอาผลิตภัณฑ์ขัดผิวกายมาใช้ในการขัดผิวหน้า เนื่องจากผลิตภัณฑ์ขัดผิวกายจะลักษณะเม็ดขรุขระมากกว่า และอาจทำให้ผิวหน้าได้รับความเสียหายมากเกินไปได้ เมื่อใดที่รู้สึกเจ็บหรือแสบผิว ให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิวหน้าทันที เพราะนั่นเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่บ่งบอกว่า หน้าของคุณกำลังจะพังแล้ว

 

หากคุณไม่ละเลยการสครับหน้าที่ถูกวิธี ก็คงไม่ยากที่จะมีใบหน้าที่สวยใสและเรียบเนียนได้ ความสวยทำได้ไม่ยากเลย…

 

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]