ไม่ต้องกลัวมะเร็ง…ถ้ากินปิ้งย่างเป็น มะเร็งก็ตามคุณไม่ทัน



อาหารปิ้งย่าง มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้คนส่วนใหญ่หลงรักและเลือกที่กินอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง บาบีคิว สเต๊กเนื้อชั้นดี ก็ล้วนแต่เป็นเมนูปิ้งย่างที่ยั่วน้ำลายทั้งนั้น อาหารยอดฮิตของคนไทยจานนี้ไม่ได้มีแค่ความอร่อยเพียงเท่านั้น เพราะถ้าทานไม่ถูกวิธีก็มีโอกาสได้รับอันตรายจากมันได้ไม่น้อย แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ เพราะคุณสามารถเลือกรับประทานอาหารปิ้งย่างแบบสุขภาพดีได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

163.1

6 วิธีทานอาหารปิ้งย่างให้ปลอดภัย

1. เลือกเนื้อให้ถูกประเภท

ถ้าหากคุณรักในการรับประทานอาหารปิ้งย่าง คุณก็จำเป็นจะต้อง “เลือก” ในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของตัวเองให้มากๆด้วย การรับประทานอาหารปิ้งย่างแบบที่สามารถเลือกเนื้อสัตว์ที่เราชอบไปปิ้งหรือย่างบนเตาได้ด้วยมือของเราเองนั้น ควรจะเลือกเนื้อสัตว์ที่มี “ไขมัน” น้อยๆเข้าไว้ ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกเนื้อชิ้นที่ไม่ติดมันหรือมีไขมันน้อยที่สุด ซึ่งเนื้อประเภทปลาหรือเนื้อไก่จะมีปริมาณไขมันที่ต่ำกว่าเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อเป็ด  การที่เราบอกให้คุณเลือกเนื้อที่มีไขมันน้อย ไม่ได้มีผลเพียงแต่การควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่เพราะไขมันที่โดนความร้อนจากการปิ้งหรือย่างจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางเคมี ซึ่งก่อให้เกิดการสะสมของมะเร็งได้เร็วมากขึ้นต่างหาก ส่วนเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบค่อน แฮม แหนม สแปม ซาลามี่ หรือกุนเชียง เป็นส่วนที่ควรรับประทานให้น้อยที่สุด เนื่องจากเนื้อสัตว์เหล่านี้จำเป็นต้องนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยสารเคมีที่ชื่อว่า “ไนไตรต์” ซึ่งสารตัวนี้มีผลต่อการก่อให้เกิดโรคมะเร็งไม่มากขึ้นไปกว่าเดิม ดังนั้น การเลือกเนื้อสัตว์จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่เบา อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วย เอาเป็นว่าเลือกที่มีไขมันน้อยๆไว้ก่อนย่อมดีกว่า

 

2. หมักเนื้อด้วยสมุนไพร

ในกรณีที่เลือกประเภทของเนื้อสัตว์ไม่ได้ ก็ยังมีวิธีที่จะช่วยป้องกันมะเร็งได้อีกทางหนึ่ง นั้นก็คือ  “การหมักเนื้อสัตว์ด้วยสมุนไพรบางอย่าง” โดยเฉพาะการหมักด้วยสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้มสายชู น้ำมะนาว สับปะรด กระเทียม ใบสะระแหน่ หรือโรสแมรีแบบฝรั่ง สารเหล่านี้มีผลต่อการลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคร้าย ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ให้คุณเลือกเมนูที่เนื้อสัตว์ผ่านการหมักด้วยเครื่องปรุงรสต่างๆย่อมจะดีกว่า ทั้งได้รสชาติและลดการสร้างสารก่อมะเร็ง ประโยชน์ 2 ต่อเลยทีเดียว

163.2

3. ปิ้งย่างด้วยไฟที่พอเหมาะ

การปิ้งย่างที่ดีไม่ควรใช้ไฟแรงจนเกินไป และก็ควรเว้นระยะห่างระหว่าง “เนื้อสัตว์” กับ “ไฟ” ให้พอดี ถ้าไม่อยากจะให้เนื้อไหม้ติดตะแกรง ก็ให้ใช้น้ำมันลูบไล้ที่เนื้อบางๆก่อนย่าง น้ำมันจะช่วยลดรอยไหม้ตรงจุดสัมผัสระหว่างเนื้อสัตว์และตะแกรงได้เป็นอย่างดี

 

4. ตัดทิ้งบ้าง

การปิ้งย่างอาจทำให้ชิ้นเนื้อบางส่วนโดยเฉพาะส่วนที่เป็นไขมันไหม้เกรียมได้ง่ายกว่าส่วนอื่นๆ ดังนั้นหากสามารถ “ตัดส่วนที่ไหม้” นี้ทิ้งไปได้ โอกาสที่จะได้รับสารพิษก็จะลดลงอีกเยอะ

[ads]

5. เลี่ยงการดมกลิ่น

 “กลิ่นหรือควัน” ที่เกิดจากการปิ้งย่าง อาจเป็นสิ่งที่หอมหวนยั่วยวนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอีกสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์ส่วนที่ไหม้เกรียมเข้าไป แต่มีโอกาสได้สูดดมควันไฟจากการปิ้งหรือย่างเป็นเวลานานๆ กลิ่นควันเหล่านี้ก็มีผลต่อการเกิดมะเร็งได้ไม่น้อยไปกว่าการรับประทานเนื้อที่ไหม้เกรียมหรือการได้รับควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์เลย

 

6. เครื่องเคียงอย่าให้ขาด

ผักเคียงเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคร้ายได้ เพราะแม้ว่าคุณจะไม่สามารถทำตามที่บอกมาข้างต้นได้เลย แต่มีโอกาสได้ทานผักตามเข้าไปด้วย ใยอาหารจากผักก็ยังมีส่วนช่วยในการล้างพิษจากการรับประทานเนื้อย่างเหล่านี้ได้ ดังที่มีการศึกษาวิจัยแล้วพบว่า “การกินผลไม้ทันทีหลังมื้ออาหาร วิตามินซีในผลไม้จะช่วยลดการเกิดสารประกอบไนโตรซามีนขึ้นในกระเพาะอาหาร ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้”

163.3

ได้ทราบถึงวิธีการรับประทานเนื้อย่างอย่างปลอดภัยกันไปแล้ว ก็หวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านจะลองเอาวิธีดังกล่าวไปปรับใช้กับอาหารมื้อโปรดของคุณนะคะ การที่เรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยวิธีที่ถูกต้อง และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย น่าจะเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารจานโปรดของเราได้นานมากยิ่งขึ้น ค่อยๆปรับไปทีละนิด รับรองว่าคุณจะมีชีวิตที่มีสุขภาพดีได้อย่างยืนยาวขึ้นแน่นอนค่ะ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]