นับจากวันที่ผม “กำลังจะโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย” ด้วยเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2 แถมพ่วงท้ายด้วยการติดโทษทัณฑ์ทั้งเมาสุราในมหาวิทยาลัยและทะเลาะวิวาทในมหาวิทยาลัย ถ้าผมทำผิดอีกครั้งไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามผมจะโดน “พักการเรียน 1 เทอม” ความเหลวไหลอย่างสุดขั้วทำให้ผู้คนรอบกายก็พากันเป็นห่วงถึงอนาคตของผม … 10 ปี ผ่านไปไวเหมือนโกหก จากเด็กน้อยไร้อนาคตได้กลายเป็นหนุ่มที่มีอนาคตที่สดใส ตอนนี้ผมบริหารพอร์ทการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มูลค่าแปดหลัก ผมมีร้านเครื่องเขียน ผมเป็นเจ้าของร้านส้มตำเล็กๆที่พึ่งเปิดใหม่ ผมเป็นทีมผู้บริหารของธุรกิจครอบครัวที่มีพนักงานหลายสิบคน!!!
คำถามสำคัญ คือ ในช่วงที่กำลังย่ำแย่ตกต่ำ ผมเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างไร?
ตอนนั้นอยู่ในช่วงปิดเทอมปีสองกำลังจะขึ้นปีสาม ซึ่งผมกลับมาช่วยงานที่บ้านเช่นเคยแต่ปีนี้ต่างออกไปจากทุกปี คือ เรากำลังย้ายร้าน กำลังอยู่ในช่วงขนของ ย้ายจากที่เก่าไปที่ใหม่ เพราะไปซื้ออาคารพาณิชย์เป็นของตัวเองครั้งแรกหลังจากที่เช่ามาหลายที่รวมระยะเวลาเป็น 10 ปี กลางวันย้ายของกลางคืนผมนอนเฝ้า เพราะ กลัวของหาย เนื่องจากร้านใหม่ยังทำไม่เรียบร้อยดี … ซึ่งในช่วงนั้นตัวผมเองก็กำลังย่ำแย่เพราะกำลังจะโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ถ้าต่อไปทำได้ไม่ดีพอมีหวังเรียนไม่จบแน่ๆ … ผมเฝ้าอยู่คนเดียวมี อยู่คนเดียวอยู่กับตัวเองนอนมองเพดานโดยมีวิทยุเป็นเพื่อนมีพัดลมเป็นสหาย ผมนอนฝ้าเพดานตึกอย่างเดียวดายอยู่หลายอาทิตย์ ในแต่ละวันที่ผ่านไปก็ค่อยๆนอนก่ายหน้าผากคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา
[ads]
การทบทวนตัวเองทำให้รู้ว่า ข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด และ ข้อจำกัดหลายๆอย่างที่ผ่านมา
ใจว่างๆกับวันว่างๆ ผมเริ่มรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ แต่จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร? อะไรดลใจไม่อาจทราบได้เมื่อผมไปซื้อหนังสือที่มีชื่อว่า “คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก" ที่เขียนโดย David J. Schwartz และ เรียบเรียงโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร มาอ่าน ผมอ่านจบหลายรอบ ผมประทับใจมาก มากจนมันไหลเข้าไปในสมองและมันค่อยๆซึมเข้าไปในตัวผม หนังสือเล่มนี้มันค่อยๆเข้าไปเปลี่ยน "ทัศนคติ" ในตัวของผม ความรู้สึกนึกคิดของผมเริ่มเปลี่ยนไป หนังสือเล่มนี้เหมือนผมมีคำตอบให้ผมว่า
ผมควรจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจากภายในตัวเราเอง!!!
ผมพยายามมองหาหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปรับ “ทัศนคติ” มาอ่านให้มากยิ่งขึ้น หนังสือเรื่องทัศนคติเชิงบวก หนังสือสร้างแรงบันดาล หนังสือปรับกรอบความคิด หนังสือสู้แล้วรวย ล้มแล้วลุก ลุกแล้วรวย แรงใจไม่มีวันหมด … การเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้เกิดขึ้นได้ในวันเดียว จากหนังสือเล่มแรกผ่านมาจนถึงวันนี้ใช้เวลาเกือบ 10 ปี อ่านหนังสือไปมากมายความคิดเปลี่ยนไปมากมาย
แต่ก่อนผมมักจะบอกกับตัวเองว่า “อย่าทำเลย เราทำไม่สำเร็จหรอก”
ทุกวันนี้ผมกลับบอกตัวเองเสมอว่า “เราทำแล้วจะสำเร็จหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ถ้าว่าไม่ลงมือทำ ไม่สำเร็จแน่นอน”
แต่ก่อนผมเคยถามตัวเองว่า “เราจะร่ำรวยได้จริงหรือ?”
ทุกวันนี้เปลี่ยนมาถามตัวเองว่า “ทำไมเราถึงจะไม่ร่ำรวย?”
แต่ก่อนผมมักรำพึงรำพันกับตัวเองว่า “ชีวิตคงเป็นได้เท่านี้”
ทุกวันนี้ผมกลับมาสงสัยเหลือเกินว่า “ชีวิตนี้ผมจะไปได้ไกลขนาดไหนกันนะ”
ทัศนคติเปลี่ยน … ความคิดเปลี่ยน … การกระทำเปลี่ยน … ชีวิตก็เปลี่ยนไป
ไม่จำเป็นต้องเชื่อผม แต่ผมแค่ท้าให้คุณลอง!!!
ขอบคุณข้อมูลจาก มาม่าปลากระป๋อง สมาชิค pantip
[ads=center]