เตือนภัยสาวนักแบก…กระเป๋าหนักมากไป พา “ไหล่ ปอด กระดูก” เสื่อม



กระเป๋าถือ น่าจะเป็นอุปกรณ์คู่กายสาวๆที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน สาวๆก็จำเป็นต้องพกมันไปด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะใบเล็ก ใบใหญ่ จะขนาดเท่าไรก็ล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย และเมื่อเจาะลงไปในกระเป๋าของสาวๆเหล่านี้ ก็มักจะพบกับสิ่งของที่พวกเธอบอกว่า ‘จำเป็น’ หรือ ‘ขาดไม่ได้’ แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง กระเป๋าสตางค์ ของกิน ของใช้จิปาถะ หรืออะไรก็ตามที่เธอสามารถยัดลงใส่ในกระเป๋าได้ แต่คุณรู้หรือไม่คะว่า การแบกของหนักๆแบบนี้แทบทุกวัน อาจเป็นสาเหตุของการเกิดอันตราย หรือเป็นผลให้เกิดโรคร้ายที่ใกล้ตัวคุณได้

129.1

โรคร้ายที่แฝงตัวมากับการ “หิ้วของหนัก”

1. โรคกล้ามเนื้ออักเสบ

โรคแรกที่มักพบกับสาวๆจอมแบก ก็คือ “โรคกล้ามเนื้ออักเสบ” โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า หรือไหล่ เนื่องมากจากอวัยวะเหล่านี้จะต้องแบกรับน้ำหนักของกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณต้นคอ บ่า และไหล่ได้

 

2. เกิดอาการหายใจไม่สะดวก เหนื่อยง่าย

หากพฤติกรรมนี้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องก็จะส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในอื่นๆด้วย เช่น ปอด กระดูก เป็นต้น  โดยการแบกกระเป๋าหนักๆเป็นเวลานานๆอาจส่งผลร้ายต่อปอดได้เนื่องจาก น้ำหนักที่กดลงบนไหล่จะไปกดทับกล้ามเนื้อบริเวณทรวงอกซึ่งเป็นที่ตั้งของปอด ทำให้การหายใจเพื่อรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายด้อยประสิทธิภาพลง ร่างกายจึงอาจเกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆตามมา

 

3. โรคกระดูกและข้อเสื่อม

ผลกระทบข้างเคียงจากการแบกของหนักอีกหนึ่งโรค ก็คือ “โรคกระดูกและข้อเสื่อม” เนื่องมาจากกระเป๋าสะพายที่น้ำหนักมากเกินไปจะทำให้ร่างกายส่วนบนต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น น้ำหนักส่วนนี้จะไปกดลงที่กระดูกสันหลังอีกทอดหนึ่ง ประกอบกับการเคลื่อนไหวระหว่างวันทั้งการเดินหรือการลุกนั่งก็จะยิ่งส่งผลให้กระดูกรับน้ำหนักมากยิ่งขึ้น และเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดตามตามข้อต่างๆ ทั้งข้อเท้าและข้อเข่า อีกทั้งยังอาจเป็นต้นเหตุของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้อีกด้วย

129.2

[ads]

 

แล้วจะต้องทำอย่างไรไม่ให้เกิดอาการเหล่านี้
เมื่อทราบกันดีแล้ว ใครคนไหนที่กำลังแบกของหนักเป็นประจำ และกำลังกลัวที่จะเป็นโรคดังกล่าวอยู่ ก็ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสะพายกระเป๋ากันเสียตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. เลือกกระเป๋าขนาดเล็กและพกพาแต่เฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น

2. เลือกใช้สายคล้องกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่และหนานุ่ม เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและช่วยให้ลดอาการปวดจากการสะพายกระเป๋าหนักๆได้

3. หากเริ่มรู้สึกเมื่อยล้าที่ไหล่ก็ให้สะพายกระเป๋าสลับข้างซ้ายและขวาบ่อยๆ

4. เปลี่ยนจากการสะพายกระเป๋ามาเป็นการคล้องกระเป๋าที่แขนแทน

 

หากสามารถแก้ไขได้ตามที่บอกไว้ อาการหรือโรคร้ายต่างๆก็คงจะไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน ลองนำไปทำตามกันดูนะคะ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

 

[ads=center]