อย่าเสี่ยง! ‘หัก-บด’เม็ดยาก่อนกลืน…ดีจริงหรือ?



 

การหัก หรือบดเม็ดยาที่หลายคน เชื่อว่าจะทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้นนั้น แท้ที่จริงแล้วอาจมีผลเสียต่อผู้ป่วยได้อย่างคาดไม่ถึง  เพราะได้มีข้อมูลจากเว็ปไซด์ข่าวสดออนไลน์(http://daily.khaosod.co.th) จากเภสัชกรปภาวี ศรีสุข งานเภสัชกรรม ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

aec0000266

เปิดเผยว่า "…เมื่อรับประทานยาเม็ดเข้าไป ยาจะเดินทางไปยังหลอดอาหารและละลายที่กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อไปยังอวัยวะต่างๆ แล้วจึงออกฤทธิ์ หากเป็นยาเม็ดธรรมดาก็จะละลายและถูกดูดซึมไป การบดเม็ดยาไม่ได้ส่งผลเสียต่อผู้ป่วยนัก แต่ว่าเม็ดยาที่ผลิตออกมา ไม่ได้มีแค่ยาเม็ดธรรมดาเท่านั้น ยังมียาเม็ดเคลือบชนิดต่างๆ ที่มีจุดประสงค์เคลือบแตกต่างกันออกไป เป็นข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจบดยา

 

[ads]

 

จุดประสงค์ในการเคลือบเม็ดยา ได้แก่

1.เพื่อควบคุมการปลดปล่อยตัวยาให้ยาวนานขึ้น

เพราะยาบางชนิดมีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น เป็นเหตุให้ต้องกินยาถี่ๆ ถ้าวันหนึ่งกินยาหลายครั้ง การเอาสารบางอย่างมาเคลือบเม็ดยาไว้เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ยาวขึ้น เนื่องจากระดับยาในเลือดสม่ำเสมอ ยาเม็ดชนิดนี้จะมีปริมาณ ยาต่อเม็ดมากกว่ายาเม็ดธรรมดาหลายเท่า หากบดยาชนิดนี้จะทำให้เม็ดยาเสียการควบคุม ปริมาณยาที่มีก็จะปล่อยออกมาหมด ผู้ป่วยอาจได้รับยาในขนาดที่สูงเกินไป การสังเกตยาดังกล่าวมักมีชื่อลงท้ายด้วย xr, sr, cr เป็นต้น

 

drug

2. เพื่อป้องกันกรดในกระเพาะอาหาร

ยาเหล่านี้จึงถูกเคลือบเพื่อป้องกันกรดในกระเพาะ และไปถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กได้ หากบดยาเหล่านี้ เมื่อรับประทานเข้าไป ยาจะถูกทำลายตั้งแต่กระเพาะอาหาร และถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ได้แก่ ยาลดกรด เพราะยาบางชนิดมีโอกาสทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร หากสัมผัสกับกระเพาะอาหารโดยตรง ยาประเภทนี้จึงถูกนำมาเคลือบ ซึ่งการบดยาเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น ยาในกลุ่มแอสไพริน…."

 

การหักหรือบดเม็ดยา อาจไม่ใช่เรื่องที่ควรทำมากนัก แต่หากผู้ป่วยเกิดปัญหาหรือลำบากในการรับประทานยาควรแจ้งแพทย์ผู้รักษา เพื่อให้เปลี่ยนรูปแบบยาที่เหมาะสมจะดีกว่าน่ะค่ะ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

Illustration & Reference by:

[online] www.xn--22c0cohr1b8cc2cr6npa.com

[online] www.neutron.rmutphysics.com

[online] http://daily.khaosod.co.th