ผู้ใช้รถแก๊สเตรียมตัวควักตังเพิ่ม..NGV LPG จ่อขึ้นราคาอีก



อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ย้ำนโยบายปรับโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมถึงคิวต้องปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต “เอ็นจีวี” แล้ว หลังจากมีการจัดเก็บภาษีสรรสามิตดีเซลจนแตะ เฉลี่ย 4-5 บาทต่อลิตร เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ใช้เชื้อเพลิงทุกประเภท

 

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า “กระทรวงพลังงาน มีแนวคิดที่จะเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี : NGV) ลำดับต่อไป ทั้งนี้ ก็เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ใช้เชื้อเพลิงทุกประเภท เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเอ็นจีวี ขณะที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง มีการจัดเก็บภาษีน้ำมันไปแล้วเฉลี่ย 4-5 บาทต่อลิตร”

“การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เอ็นจีวี จะดำเนินการได้เมื่อไรนั้น ยังระบุไม่ได้ เพราะต้องรอการปรับโครงสร้างราคาก๊าซเอ็นจีวี ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงก่อน จากขณะนี้ราคา 13 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 15 บาทต่อกิโลกรัม”

 

[ads]

 

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ของก๊าซแอลพีจี (LPG) ภาคขนส่งก็จะเป็นไปในทิศเดียวกัน โดยกระทรวงพลังงาน ได้เสนอกรมสรรพสามิตไปแล้ว ในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลได้ลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจี เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงแล้ว ทำให้ล่าสุดราคาอยู่ที่ 23.96 บาทต่อกิโลกรัม หรือลิตรละ 14 บาท

 

ปัจจุบันกระทรวงการคลัง จัดเก็บภาษีสรรพสามิตลิตรละ 1.10 บาทต่อลิตร หากมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตแอลพีจีภาคขนส่ง คาดว่าไม่เกิน 2.5-3 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการอยู่ที่ประมาณ 16.50-17 บาทต่อลิตร ไม่ใช่ 19-20 บาทต่อลิตร ตามที่บางฝ่ายพยายามปลุกกระแสอย่างแน่นอน

113.1

นายวิฑูรย์ ยังชี้แจงกรณีที่ สมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย เปิดเว็บไซต์ล่ารายชื่อคัดค้านการยกเลิกใช้ก๊าซแอลพีจี ภาคขนส่ง และค้านการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยยืนยันว่า รัฐบาล หรือกระทรวงพลังงาน ไม่มีนโยบายยกเลิกใช้ก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งแต่อย่างใด ไม่อยากให้สมาคมทำให้เกิดความสับสน ส่วนนโยบายการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตนั้น เป็นเรื่องจริง เพราะกระทรวงต้องการให้ความเป็นธรรมกับทุกกลุ่มผู้ใช้เชื้อเพลิง

 

แม้ว่ากระทรวงการคลังจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแล้ว ก็ยังเชื่อว่าราคาขายก๊าซแอลพีจีหน้าปั๊ม ยังมีส่วนต่างกับราคาน้ำมันกว่าลิตรละ 10 บาท และน่าจะยังมีผู้ใช้บริการก๊าซแอลพีจีอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องมาดูกันอีกทีว่าการปรับขึ้นราคาของก๊าซธรรมชาติครั้งนี้ จะมีผลต่อผู้ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่ส่วนใหญ่จะใช้แก๊สธรรมชาตินี้เป็นหลัก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก แนวหน้า

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]