วิ่งบนสายพาน กับ วิ่งข้างนอก ได้ผลเหมือนกันจริงหรอ?



ถ้าพูดถึงการออกกำลังกาย หลายคนที่ไม่เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายมากเท่าไรนัก ก็มักจะใช้วิธีการวิ่งเพื่อเผาผลาญพลังงาน แต่การจะออกไปวิ่งข้างนอกก็อาจจะไม่สะดวกสำหรับใครบางคน ทำให้เขาเหล่านั้นเลือกที่จะหันหน้าเข้าฟิตเนสและวิ่งออกกำลังกายบนสายพานแทน แต่การออกกำลังกายด้วยการวิ่งทั้งสองวิธีนี้ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ผลลัพธ์ที่คุณจะได้มีอะไรแตกต่างกันหรือไม่ ตามมาดูกันได้เลย

112.2

การจะวิ่งบนลู่วิ่งสายพานกับการวิ่งบนทางราบให้ผลแตกต่างกันแน่นอนค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถปรับวิธีการวิ่งเพื่อให้การวิ่งบนลู่สายพานได้ผลใกล้เคียงกันกับการวิ่งบนทางราบได้ โดยต้องมีเทคนิคเล็กน้อยดังนี้ค่ะ สิ่งสำคัญก็คือ เราจะต้องใช้กำลังในการออกแรงวิ่งที่เท่าๆกัน โดยสามารถวัดได้จากอัตราการเต้นของหัวใจ หรือเทียบที่ความรู้สึกเหนื่อยขณะที่วิ่ง ไม่ใช่ความเร็วในการวิ่ง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การวิ่งสองวิธีด้วยความเร็วที่เท่ากันอย่างแน่นอน คุณจะรู้สึกว่า การวิ่งบนทางราบจะทำให้รู้สึกเหนื่อยมากกว่าการวิ่งบนลู่วิ่งสายพาน ซึ่งมีเหตุผลมาจากการวิ่งบนสายพานจะไม่มีแรงต้านจากอากาศหรือแรงต้านลม อีกทั้ง ตัวสายพานก็มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นหนึ่งตัวช่วยที่ข่วยผ่อนแรงวิ่งของเราไปด้วยในตัว ในขณะที่การวิ่งบนทางราบ ขาของเราจะต้องออกแรงผลักพื้นเพื่อดันตัวเราให้พุ่งไปข้างหน้า ทำให้รู้สึกถึงความเหนื่อยที่มากกว่า

112.1

ดังนั้นการจะวิ่งบนสายพานให้เหนื่อยเท่ากับการวิ่งทางราบ หรือทำให้ทั้งสองวิธีเผาผลาญพลังงานได้เท่ากัน จะต้องมีการชดเชยการเกิดแรงต้านครั้งนี้ นักวิชาการ ได้ทำการศึกษามาแล้วพบว่า (ข้อมูลจาก Journal of Sports Science)  “เพียงแค่ปรับความลาดเอียงของสายพานให้อยู่ที่ 1% ก็จะทำให้เราได้ออกแรง และเผาพลังงานเทียบเท่ากับการวิ่ง หรือเดินบนทางราบได้แล้ว ดังนั้น หากจะวิ่งบนสายพานครั้งต่อไป อย่าลืมปรับความลาดชันของลู่วิ่งให้สูงขึ้นเล็กน้อยด้วยนะคะ จะได้เผาผลาญพลังงานได้อย่างเต็มที่ในระยะเวลาการวิ่งที่เท่ากัน

 

แต่ถ้าเราต้องการซ้อมเพื่อลงสนามแข่ง ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการซ้อมบนถนนหรือเส้นทางแข่งขันจริงนั้นย่อมดีกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะซ้อมวิ่งบนสายพานไม่ได้เลย โดยอย่างน้อย 60% ของการซ้อมเราควรที่จะซ้อมบนถนน เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับสภาวะที่จะเจอในการแข่งขันจริง และทำให้ร่างกายเราคุ้นเคยกับสภาวะอากาศภายนอก อีกอย่างที่สำคัญที่ลู่วิ่งสายพานไม่สามารถทำได้ ก็คือ การจำลองสภาพให้เหมือนการวิ่งลงทางลาด รวมถึงการหักเลี้ยวของเส้นทาง ซึ่งจะเกิดแรงที่กระทำต่อข้อต่อ และกล้ามเนื้อที่แตกต่างกันออกไปจากการวิ่งบนทางตรงๆ

[ads]

 

สรุปข้อดีของลู่วิ่งสายพาน

1) สภาพอากาศไม่เป็นอุปสรรค
2) อยากหยุดวิ่งเมื่อไหร่ก็ได้
3) วิ่งไปก็สามารถดูทีวี เล่นเกม แชทไลน์ อ่านหนังสือ กินข้าว หรือ เย็บผ้า ไปด้วยได้
4) ราบเรียบ และเป็นมิตรกับข้อต่อกระดูก
5) ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรถมาชน ไม่มีใครดักปล้น หรือมีหมาตัวไหนวิ่งมาไล่กัด

 

สรุปข้อดีของการวิ่งข้างนอก

1) วิ่งที่ไหนก็ได้ที่มีทางให้เราวิ่ง
2) ได้ชมนกชมไม้ชมธรรมชาติ ได้สูดอากาศที่สดชื่นกว่า
3) เผาแคลอรี่ได้มากกว่า
4) ท้าทายกว่า เพราะว่าเราจะหยุดไม่ได้จนกว่าจะครบรอบ หรือถึงจุดหมาย
5) เปลี่ยนเส้นทางได้ เพื่อจะได้เห็นสิ่งใหม่ๆ

 

พอจะทราบความแตกต่างของการวิ่งทั้งสองแบบไปแล้วใช่ไหมละค่ะ ก็อยู่ที่คุณแล้วละว่าจะชอบการวิ่งแบบไหนมากกว่า แต่อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะวิ่งแบบไหนก็ดีกว่าการนั่งอืดอยู่เฉยๆแน่นอน ว่าแล้วลุกขึ้นมา เปลี่ยนชุด สวมรองเท้า แล้วออกวิ่งไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก ทีมงานวิ่งไหนดี
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]